ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม
8
Nov 26

ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม? เจาะลึกทางเลือกขอสินเชื่อสำหรับเจ้าของร้านอาหาร

                   ธุรกิจร้านอาหารเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าร้าน ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงพนักงาน ค่าปรับปรุงร้าน หรือการขยายสาขา เมื่อยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือมีโอกาสทางธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มเติม เจ้าของร้านอาหารจึงอาจต้องมองหาแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่อง

                   หนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม? คำตอบคือ สามารถทำได้ในบางกรณี โดยเจ้าของบ้านอาจนำบ้านพร้อมที่ดินมาเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่รับหลักประกันประเภทนี้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้กู้ มูลค่าหลักประกัน รายได้ ภาระหนี้ และเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ

                   บทความนี้จะอธิบายแนวทางการใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มเงินทุนให้ธุรกิจร้านอาหาร พร้อมข้อควรรู้ ขั้นตอนการขอสินเชื่อ และความเสี่ยงที่ควรประเมินก่อนตัดสินใจ

ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม?

                   ได้ในบางกรณี เจ้าของร้านอาหารสามารถนำบ้านพร้อมที่ดินที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์ไปใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ หากผู้ให้สินเชื่อรับหลักประกันประเภทดังกล่าวและผู้กู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณา

                   สินเชื่อรูปแบบนี้อาจช่วยให้เจ้าของร้านอาหารมีเงินทุนสำหรับนำไปใช้ในกิจการ เช่น ซื้อวัตถุดิบ จ่ายค่าแรงพนักงาน ปรับปรุงร้าน ซื้ออุปกรณ์ครัว หรือขยายสาขา

                   อย่างไรก็ตาม การมีบ้านเป็นหลักประกันไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ให้สินเชื่อยังต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ รายได้ของผู้กู้ ภาระหนี้เดิม และความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบด้วยว่าผู้ให้สินเชื่ออนุญาตให้นำเงินไปใช้เพื่อธุรกิจหรือไม่ เนื่องจากสินเชื่อบ้านแลกเงินและสินเชื่อเพื่อธุรกิจอาจมีเงื่อนไขแตกต่างกัน

เจ้าของร้านอาหารสามารถใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อขอสินเชื่อได้อย่างไร?

โดยทั่วไป มีแนวทางที่ควรพิจารณา 3 รูปแบบ ได้แก่

                   1. สินเชื่อบ้านแลกเงิน สินเชื่อบ้านแลกเงินเป็นสินเชื่อที่ใช้บ้านหรืออสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกันเพื่อขอรับเงินก้อน โดยบ้านอาจเป็นที่อยู่อาศัยของผู้กู้หรืออสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ เจ้าของร้านอาหารอาจนำเงินที่ได้รับไปใช้เป็นทุนหมุนเวียนหรือค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจได้ หากสัญญาสินเชื่ออนุญาต

เหมาะกับใคร? เจ้าของร้านอาหารที่มีบ้านเป็นของตนเอง ต้องการเงินก้อน และสามารถแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระหนี้ได้ สิ่งที่ควรตรวจสอบ ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการประเมินหลักประกัน และข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเงินไปใช้

                   2. สินเชื่อเพื่อธุรกิจโดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน ผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกขอสินเชื่อธุรกิจโดยใช้บ้านพร้อมที่ดินเป็นหลักประกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์สินเชื่อและนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน สินเชื่อประเภทนี้อาจเหมาะกับร้านอาหารที่ต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ ซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ เพิ่มกำลังการผลิต หรือเสริมสภาพคล่องในการดำเนินงาน ผู้ให้สินเชื่ออาจพิจารณาข้อมูลทางธุรกิจเพิ่มเติม เช่น ยอดขาย รายรับรายจ่าย รายการเดินบัญชี ระยะเวลาที่เปิดกิจการ และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด

                   3. สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย หากร้านอาหารมีขนาดเล็ก เป็นร้านอาหารตามสั่ง ร้านอาหารในชุมชน หรือร้านที่เจ้าของดำเนินกิจการด้วยตนเอง อาจพิจารณาสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยหรือสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กได้ สินเชื่อบางประเภทอาจไม่จำเป็นต้องใช้บ้านเป็นหลักประกัน แต่มีเงื่อนไขด้านวงเงิน เอกสาร และคุณสมบัติแตกต่างกันไป การเปรียบเทียบสินเชื่อที่ใช้หลักประกันกับสินเชื่อที่ไม่ใช้หลักประกัน จะช่วยให้เจ้าของร้านอาหารเลือกทางเลือกที่เหมาะสมกับสถานะทางการเงินและความเสี่ยงที่ยอมรับได้

บ้านค้ำประกันสินเชื่อร้านอาหาร ได้วงเงินเท่าไร?

                   วงเงินสินเชื่อที่ได้รับขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะมูลค่าประเมินของบ้าน ภาระผูกพันเดิม ความสามารถในการชำระหนี้ และเกณฑ์การอนุมัติของผู้ให้สินเชื่อ

ตัวอย่างปัจจัยที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • มูลค่าบ้านและที่ดิน: ทำเล ขนาด สภาพทรัพย์สิน และราคาตลาด
  • ภาระหนี้เดิม: หากบ้านยังติดจำนอง ต้องพิจารณายอดหนี้คงเหลือและเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ
  • รายได้ของผู้กู้: รายได้จากร้านอาหารและรายได้แหล่งอื่นที่พิสูจน์ได้
  • ความสามารถในการชำระหนี้: เงินสดคงเหลือหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น
  • ประเภทสินเชื่อ: สินเชื่อแต่ละประเภทอาจกำหนดวงเงินและหลักเกณฑ์ต่างกัน

ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีมูลค่าตลาดสูงไม่ได้หมายความว่าผู้กู้จะได้รับวงเงินเท่ากับมูลค่าบ้านทั้งหมด เพราะผู้ให้สินเชื่อจะกำหนดวงเงินตามหลักเกณฑ์ของตนและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

ดังนั้น ก่อนวางแผนใช้เงินลงทุน ควรสอบถามวงเงินเบื้องต้นและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้สินเชื่อโดยตรง

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง หากร้านอาหารต้องการใช้บ้านค้ำประกัน?

                   เอกสารที่ต้องใช้แตกต่างกันตามประเภทสินเชื่อและสถาบันการเงิน แต่โดยทั่วไปอาจประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้

เอกสารส่วนบุคคล

  • บัตรประจำตัวประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารแสดงสถานภาพสมรสหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากจำเป็น

เอกสารเกี่ยวกับบ้านและที่ดิน

  • โฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิที่ผู้ให้สินเชื่อยอมรับ
  • เอกสารเกี่ยวกับภาระจำนองเดิม หากมี
  • เอกสารเพิ่มเติมที่ใช้ยืนยันกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน

เอกสารเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหาร

  • รายการเดินบัญชีธนาคาร
  • หลักฐานยอดขายและรายรับของร้าน
  • บัญชีรายรับรายจ่ายหรือเอกสารทางบัญชี
  • เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ หากมีการจดทะเบียน
  • หลักฐานการชำระภาษีหรือเอกสารทางการเงินอื่น ๆ ตามที่ผู้ให้สินเชื่อกำหนด

การจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนและแสดงข้อมูลทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ผู้ให้สินเชื่อประเมินสถานะทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ได้ชัดเจนขึ้น

ขั้นตอนขอสินเชื่อโดยใช้บ้านค้ำประกันสำหรับร้านอาหาร

                   หากต้องการใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มเงินทุนให้ร้านอาหาร สามารถเริ่มต้นจากขั้นตอนต่อไปนี้

 

ขั้นตอนที่ 1: กำหนดวัตถุประสงค์และจำนวนเงินที่ต้องการ

                   ระบุให้ชัดเจนว่าต้องการเงินทุนเพื่ออะไร เช่น ซื้อวัตถุดิบ ปรับปรุงครัว ซื้ออุปกรณ์ หรือขยายสาขา พร้อมคำนวณเงินที่จำเป็นจริง

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบสถานะบ้านและกรรมสิทธิ์

                   ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของบ้านและที่ดิน มีภาระจำนองหรือข้อจำกัดใดหรือไม่ หากเป็นทรัพย์สินร่วม อาจต้องได้รับความยินยอมจากผู้มีสิทธิตามกฎหมาย

ขั้นตอนที่ 3: ประเมินรายได้และความสามารถในการผ่อนชำระ

                   รวบรวมรายได้จากร้านอาหาร ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค และหนี้สินเดิม เพื่อดูว่ากิจการมีเงินสดเพียงพอสำหรับชำระหนี้เพิ่มเติมหรือไม่

ขั้นตอนที่ 4: เปรียบเทียบผู้ให้สินเชื่อ

                   พิจารณาดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลาผ่อนชำระ ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการใช้เงิน และข้อกำหนดกรณีผิดนัดชำระ

ขั้นตอนที่ 5: ยื่นเอกสารและรอผลการพิจารณา

                   ผู้ให้สินเชื่ออาจตรวจสอบเอกสาร รายได้ ประวัติเครดิต และประเมินมูลค่าหลักประกัน ก่อนแจ้งวงเงินและเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ ก่อนลงนามในสัญญา ควรอ่านรายละเอียดทั้งหมดให้เข้าใจ โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ค่าธรรมเนียม และผลทางกฎหมายหากไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

ข้อดีของการใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มทุนร้านอาหาร

การใช้บ้านเป็นหลักประกันอาจมีข้อดีสำหรับผู้ประกอบการบางราย ได้แก่

  1. มีทางเลือกในการขอเงินทุนเพิ่ม: ช่วยให้เจ้าของร้านเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการของธุรกิจได้
  2. อาจเข้าถึงวงเงินที่สูงขึ้น: เมื่อเทียบกับสินเชื่อบางประเภทที่ไม่ใช้หลักประกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ผู้ให้สินเชื่อ
  3. นำเงินไปลงทุนต่อยอดกิจการได้: เช่น ปรับปรุงร้าน ซื้ออุปกรณ์ หรือเพิ่มช่องทางการขาย
  4. ช่วยบริหารสภาพคล่อง: หากวางแผนการใช้เงินและการชำระหนี้อย่างเหมาะสม อาจช่วยลดปัญหาเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้นได้

อย่างไรก็ตาม การกู้เงินไม่ได้ทำให้ธุรกิจมีกำไรเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ เจ้าของร้านควรประเมินว่าเงินทุนที่ได้รับจะสร้างรายได้หรือช่วยลดต้นทุนได้จริงเพียงใด

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนนำบ้านมาค้ำประกัน

                   แม้บ้านจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ แต่การใช้บ้านเป็นหลักประกันมีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

1. เสี่ยงต่อการสูญเสียบ้าน

                   หากผิดนัดชำระหนี้ เจ้าหนี้อาจดำเนินกระบวนการทางกฎหมายเพื่อบังคับชำระหนี้และบังคับหลักประกันตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจทำให้เจ้าของบ้านสูญเสียทรัพย์สินได้

2. ภาระผ่อนชำระเพิ่มขึ้น

                   หากร้านอาหารมียอดขายลดลง ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ภาระผ่อนชำระเพิ่มเติมอาจกระทบต่อสภาพคล่องของครอบครัวและกิจการ

3. บ้านอาจติดภาระผูกพัน

                   การนำบ้านไปจำนองอาจส่งผลต่อความสามารถในการขายหรือโอนทรัพย์สินในอนาคต โดยต้องพิจารณาเงื่อนไขการไถ่ถอนจำนองและภาระหนี้ที่เหลืออยู่

4. ธุรกิจอาจไม่สร้างรายได้ตามเป้าหมาย

                   หากนำเงินไปขยายร้านโดยไม่ได้ประเมินความต้องการของตลาดอย่างรอบคอบ อาจทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้

ข้อแนะนำ: ไม่ควรกู้เงินเต็มวงเงินเพียงเพราะมีหลักประกันที่มีมูลค่าสูง ควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก และเตรียมแผนสำรองหากรายได้จากร้านอาหารลดลง

ไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ยังขอสินเชื่อเพื่อร้านอาหารได้ไหม?

หากเจ้าของร้านอาหารไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง ยังสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นได้ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อ เช่น

  • สินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก
  • สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
  • สินเชื่อที่ใช้บุคคลค้ำประกัน หากผลิตภัณฑ์นั้นรองรับ
  • สินเชื่อที่ใช้ทรัพย์สินประเภทอื่นเป็นหลักประกัน
  • การขอเงินทุนจากหุ้นส่วนหรือผู้ร่วมลงทุน

                   หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นเจ้าของบ้านและต้องการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกันแทน ต้องตรวจสอบเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อและได้รับความยินยอมจากเจ้าของทรัพย์สินอย่างถูกต้อง เพราะเจ้าของหลักประกันอาจมีความเสี่ยงต่อทรัพย์สินของตนเองหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้

ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม

Q1: ร้านอาหารต้องการเงินเพิ่ม ใช้บ้านค้ำได้ไหม?

A: ได้ในบางกรณี โดยเจ้าของร้านอาหารสามารถยื่นขอสินเชื่อที่รับบ้านหรือบ้านพร้อมที่ดินเป็นหลักประกันได้ หากผ่านเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อ ทั้งด้านรายได้ ภาระหนี้ มูลค่าหลักประกัน และวัตถุประสงค์การใช้เงิน

Q2: บ้านยังผ่อนธนาคารอยู่ สามารถนำมาค้ำประกันเพิ่มได้หรือไม่?

A: อาจทำได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับยอดหนี้คงเหลือ มูลค่าหลักประกัน เงื่อนไขของเจ้าหนี้เดิม และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อรายใหม่ ควรสอบถามเรื่องการขอสินเชื่อเพิ่มเติมหรือการรีไฟแนนซ์ก่อนยื่นคำขอ

Q3: ใช้บ้านของพ่อแม่ค้ำประกันสินเชื่อร้านอาหารได้ไหม?

A: อาจทำได้หากผู้ให้สินเชื่อยอมรับหลักประกันจากบุคคลอื่น และเจ้าของบ้านยินยอมตามขั้นตอนที่กำหนด อย่างไรก็ตาม เจ้าของบ้านต้องเข้าใจความเสี่ยง เพราะทรัพย์สินอาจได้รับผลกระทบหากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้

Q4: ร้านอาหารไม่มีงบการเงิน ขอสินเชื่อโดยใช้บ้านค้ำได้หรือไม่?

A: ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อ แม้จะมีบ้านเป็นหลักประกัน ผู้ให้สินเชื่อก็อาจต้องการหลักฐานรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ เจ้าของร้านควรรวบรวมรายการเดินบัญชี หลักฐานยอดขาย และบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อใช้ประกอบการพิจารณา

Q5: ควรใช้บ้านค้ำประกันเพื่อขยายร้านอาหารหรือไม่?

A: ควรพิจารณาเมื่อมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน ประเมินต้นทุนและรายได้ที่คาดว่าจะได้รับแล้ว และมั่นใจว่าสามารถชำระหนี้ได้แม้ยอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย หากรายได้ไม่แน่นอนหรือมีภาระหนี้สูง ควรเปรียบเทียบทางเลือกอื่นก่อนนำบ้านมาเป็นหลักประกัน

 

 

                   สรุปส่งท้าย ใช้บ้านค้ำประกันเพื่อเพิ่มทุนร้านอาหารได้ แต่ต้องวางแผนให้รอบคอบ ร้านอาหารที่ต้องการเงินทุนเพิ่มเติมสามารถพิจารณาใช้บ้านเป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ หากเข้าเงื่อนไขของธนาคารหรือสถาบันการเงิน โดยเงินที่ได้รับอาจนำไปใช้เพิ่มสภาพคล่อง ซื้ออุปกรณ์ ปรับปรุงร้าน หรือขยายกิจการตามวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาต

                   อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการได้รับอนุมัติวงเงิน แต่คือการประเมินว่าธุรกิจสามารถสร้างกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับชำระหนี้หรือไม่ ควรเปรียบเทียบเงื่อนไขสินเชื่อ ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และทำความเข้าใจความเสี่ยงของการใช้บ้านเป็นหลักประกันก่อนตัดสินใจ

                   ก่อนนำบ้านมาใช้ค้ำประกัน ควรประเมินทั้งความคุ้มค่าของเงินทุนและความสามารถในการรักษาทรัพย์สินของครอบครัวในระยะยาว เพื่อให้การเพิ่มทุนช่วยเสริมความมั่นคงให้ธุรกิจ แทนที่จะกลายเป็นภาระทางการเงินในอนาคต

 

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

11
Jun 26
รีไฟแนนซ์กับจำนองต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบชัดเจน

               หลายคนที่มีบ้านหรือคอนโดติดภาระธนาคาร มักสับสนว่า รีไฟแนนซ์กับจำนองต่างกันอย่างไร? เพราะทั้งสองคำเกี่ยวข้องกับ “การกู้เงินโดยมีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน” เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริง วัตถุประสงค์ ขั้นตอน และผลลัพธ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะอธิบายแบบเข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบข้อดี–ข้อเสียของแต่ละทางเลือก รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?                รีไฟแนนซ์ คือ การย้ายสินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิม ไปยังธนาคารใหม่ เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า เช่น ดอกเบี้ยต่ำลง หรือระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น ตัวอย่างเช่น จากเดิมผ่อนกับ ธนาคารกสิกรไทย อาจย้ายไปรีไฟแนนซ์กับ ธนาคารไทยพาณิชย์ หากได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า จุดประสงค์หลักของรีไฟแนนซ์ ลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน ปรับโครงสร้างหนี้ ขอวงเงินเพิ่ม (Top-up) กรรมสิทธิ์ยังเป็นของเจ้าของบ้านเหมือนเดิม เพียงแค่เปลี่ยนเจ้าหนี้เท่านั้น จำนอง คืออะไร?                จำนอง คือ การนำอสังหาริมทรัพย์ไปค้ำประกันเงินกู้ โดยเจ้าของทรัพย์ยังคงถือกรรมสิทธิ์ แต่ผู้ให้กู้มีสิทธิยึดทรัพย์หากผิดนัดชำระ การจำนองสามารถท […]

อ่านเพิ่มเติม
ทุนหมุนเวียน
19
Aug 26
เปลี่ยนสินทรัพย์เป็น ทุนหมุนเวียน เพิ่มสภาพคล่อง ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ

สินทรัพย์ที่มีอยู่ อาจเป็นโอกาสทางธุรกิจที่คุณมองข้าม                    เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยมี สินทรัพย์ที่มีมูลค่า แต่กลับขาดเงิน ทุนหมุนเวียน สำหรับขยายกิจการ ซื้อวัตถุดิบ หรือรองรับคำสั่งซื้อใหม่ ทำให้พลาดโอกาสในการเติบโต ในความเป็นจริง สินทรัพย์หลายประเภทสามารถนำมาต่อยอดเพื่อเพิ่มสภาพคล่องได้ โดยไม่จำเป็นต้องขายออกเสมอไป หากเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม                    บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีเปลี่ยน “สินทรัพย์นิ่ง ๆ” ให้กลายเป็น “ทุนหมุนเวียน” เพื่อช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ   ทุนหมุนเวียนคืออะไร?                    ทุนหมุนเวียน (Working Capital) คือ เงินที่ธุรกิจใช้สำหรับการดำเนินงานในแต่ละวัน เช่น ซื้อสินค้าเข้าสต็อก จ่ายเงินเดือนพนักงาน ชำระค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค ซื้อวัตถุดิบ รองรับคำสั่งซื้อใหม่ บริหารกระแสเงินสดระหว่างรอรับชำระเงินจากลูกค้า เมื่อธุรกิจมีทุนหมุนเวียนเพียงพอ ก็จะสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องและมีความพร้อมในการคว้าโอกาสใหม่   สินทรัพย์ที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นทุนหมุนเวียนได้                   […]

อ่านเพิ่มเติม
28
May 24
อันตราย ! หากทำผิดสัญญาขายฝาก

อันตราย ! หากทำผิด สัญญาขายฝาก  ควรศึกษาให้ดี ก่อนเริ่มทำสัญญาขายฝาก  ผู้ขายฝากควรปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา ในกรณีผู้ขายฝากทำผิดสัญญาหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขที่ระบุไว้ ผู้รับซื้อฝากสามารถดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายได้  ผู้รับซื้อฝากฟ้องร้องให้ผู้ขายฝากปฏิบัติตามสัญญา  หากผู้ขายฝากไม่ชำระเงินตามสัญญา หรือ ไม่ส่งมอบทรัพย์ที่ขายฝาก ผู้รับซื้อฝากสามารถฟ้องร้องเพื่อบังคับให้ผู้ขายฝากปฏิบัติตามสัญญาขายฝาก  ผู้รับซื้อฝากฟ้องร้องให้ผู้ขายฝากชดใช้ค่าเสียหาย กรณีที่ผู้ขายฝากทำผิดสัญญาจนก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้รับซื้อฝากสามารถฟ้องร้องให้ผู้ขายฝากชดใช้ค่าเสียหายได้  ผู้รับซื้อฝากฟ้องร้องเพิกถอนสัญญาขายฝาก สำหรับบางกรณี ผู้ขายฝากทำผิดสัญญา หรือ ทำการฉ่อโกง ผู้รับซื้อฝากสามารถฟ้องร้องต่อศาลให้เพิกถอนสัญญาได้ ผู้ขายฝากอาจต้องคืนทรัพย์ให้แก่ผู้รับซื้อฝาก และอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มอีกด้วย  ขายฝากกับ Property4Cash ไม่ต้องกลัวทำผิดสัญญา เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้ปรึกษาและแก้ไขปัญหาไปด้วยกันค่ะ  สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง Line: @Property4Cash โทร : 096-812-5689 หรือส่งรายละเอีย […]

อ่านเพิ่มเติม