ขายฝากไม่ใช้สลิปเงินเดือน
17
Sep 26

                   ขายฝากไม่ใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องมีคนค้ำ กู้เงินขายฝากได้จริงหรือ?

                   คำตอบสั้นๆ คือ อาจทำได้ หากผู้ขอมีอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำมาเป็นหลักประกันในการทำสัญญาขายฝาก และผ่านการพิจารณาของผู้รับซื้อฝาก เหตุผลสำคัญคือ การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้พิจารณาจากรายได้ประจำเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับตัวทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นที่เข้าเกณฑ์

                   ดังนั้น คนที่ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีงานประจำ หรือไม่มีคนค้ำ อาจยังมีทางเลือกในการหาเงินก้อนจากทรัพย์สินที่ตัวเองมีอยู่ อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่ใช้สลิปเงินเดือน” หรือ “ไม่ต้องมีคนค้ำ” ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เอกสาร ภาระผูกพัน มูลค่าทรัพย์ และเงื่อนไขของสัญญา

 

ขายฝากคืออะไร?

                   ขายฝาก คือสัญญาที่ผู้ขายฝากโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้แก่ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา สำหรับผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง การขายฝากอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นหนึ่งในวิธีเปลี่ยน “มูลค่าของทรัพย์สิน” ให้กลายเป็นเงินก้อน โดยไม่จำเป็นต้องขายบ้านหรือที่ดินออกไปแบบการขายทั่วไป

ตัวอย่างเช่น

                   มีที่ดินมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท แต่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน 1 ล้านบาท เจ้าของทรัพย์อาจพิจารณาการขายฝาก โดยเงื่อนไขและวงเงินจะขึ้นอยู่กับการประเมินทรัพย์และข้อตกลงของคู่สัญญา สิ่งสำคัญคือ ขายฝากไม่ใช่การกู้เงินในรูปแบบเดียวกับสินเชื่อธนาคาร แม้ในทางปฏิบัติผู้ขอเงินอาจนำเงินที่ได้รับไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกับการกู้ เช่น ใช้หมุนธุรกิจ ปิดหนี้ หรือแก้ปัญหาสภาพคล่อง

 

ทำไมขายฝากจึงอาจไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน?

                   เหตุผลหลักคือ หลักประกันมีบทบาทสำคัญในการพิจารณา สินเชื่อบางประเภทของธนาคารอาจพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้จากรายได้ประจำ เช่น

  • เงินเดือน
  • สลิปเงินเดือน
  • Statement
  • รายได้จากอาชีพ
  • ประวัติเครดิต

แต่การขายฝากอสังหาริมทรัพย์จะให้ความสำคัญกับ ทรัพย์สินที่นำมาทำสัญญา และความสามารถของทรัพย์ในการรองรับวงเงินที่ต้องการ

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของทรัพย์ที่เป็น

  • เจ้าของกิจการ
  • พ่อค้าแม่ค้า
  • ฟรีแลนซ์
  • ผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  • ผู้มีรายได้ไม่แน่นอน
  • ผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือน

อาจมีทางเลือกในการขอเงินจากอสังหาริมทรัพย์ได้

แต่ผู้รับซื้อฝากแต่ละรายมีหลักเกณฑ์แตกต่างกัน จึงควรสอบถามเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

 

แล้วทำไมขายฝากถึงอาจไม่ต้องมีคนค้ำ?

                   ในกรณีการขายฝาก ตัวอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์ที่ใช้ทำธุรกรรม ดังนั้นจึงอาจไม่จำเป็นต้องมีบุคคลอื่นมาเป็นผู้ค้ำประกันเหมือนสินเชื่อบางประเภท ตัวอย่างเช่น เจ้าของโฉนดที่ดินต้องการเงินก้อน และนำที่ดินของตนเองเข้าสู่กระบวนการขายฝาก

สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงอาจอยู่ที่

  1. ผู้ทำสัญญาเป็นเจ้าของทรัพย์หรือไม่
  2. เอกสารสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่
  3. ทรัพย์มีภาระผูกพันหรือไม่
  4. ทรัพย์มีมูลค่าเท่าใด
  5. ต้องการวงเงินเท่าใด
  6. เงื่อนไขการไถ่ถอนเป็นอย่างไร
  7. ผู้ขายฝากสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาได้หรือไม่

ดังนั้น “ไม่ต้องมีคนค้ำ” ไม่ได้แปลว่าไม่มีหลักประกัน แต่หลักประกันหลักคืออสังหาริมทรัพย์ที่นำมาทำขายฝาก

 

ใครบ้างที่อาจเหมาะกับการขายฝาก?

                   การขายฝากอาจเป็นทางเลือกสำหรับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินก้อน และไม่สามารถหรือไม่สะดวกใช้สินเชื่อรูปแบบทั่วไป

ตัวอย่างเช่น

  1. เจ้าของกิจการ ธุรกิจบางประเภทมีรายได้ขึ้นลงตามฤดูกาล ทำให้การแสดงรายได้แบบเงินเดือนประจำทำได้ยาก หากมีบ้านหรือที่ดิน อาจนำทรัพย์มาพิจารณาเพื่อหาเงินทุนหมุนเวียนได้
  2. ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ฟรีแลนซ์ ตัวแทน นายหน้า ช่าง ผู้รับเหมา หรือผู้ค้าขายที่ไม่มีสลิปเงินเดือน การมีอสังหาริมทรัพย์อาจช่วยเพิ่มทางเลือกในการหาเงินก้อน
  3. พ่อค้าแม่ค้า ผู้ค้าขายจำนวนมากมีรายได้เป็นเงินสดหรือรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ หากมีอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ ก็อาจพิจารณาการขายฝากได้
  4. ผู้ที่ต้องการเงินทุนระยะสั้น เช่น ต้องการเงินหมุนเวียนเพื่อซื้อสินค้า ชำระค่าใช้จ่าย หรือแก้ปัญหาสภาพคล่อง
  5. ผู้ที่สินเชื่อธนาคารไม่ผ่าน การไม่ผ่านสินเชื่อธนาคารไม่ได้แปลว่าจะสามารถทำขายฝากได้แน่นอน แต่การขายฝากมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่แตกต่างกัน

 

ขายฝากใช้ทรัพย์อะไรได้บ้าง?

                   โดยทั่วไปอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำมาพิจารณาทำขายฝากได้อาจมีหลายประเภท เช่น

  • ที่ดิน
  • บ้านพร้อมที่ดิน
  • บ้านเดี่ยว
  • ทาวน์เฮาส์
  • อาคารพาณิชย์
  • คอนโดมิเนียม
  • โรงงาน
  • โกดัง
  • อพาร์ตเมนต์
  • อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์

                   อย่างไรก็ตาม ทรัพย์แต่ละประเภทไม่ได้หมายความว่าจะรับทำขายฝากได้ทุกกรณี ต้องตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ กรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน ทำเล สภาพทรัพย์ และเงื่อนไขอื่นก่อน

 

มีที่ดินแต่ไม่มีรายได้ประจำ ขายฝากได้ไหม?

                   อาจได้ หากที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง มีกรรมสิทธิ์ชัดเจน และผ่านเกณฑ์การพิจารณาของผู้รับซื้อฝาก

ตัวอย่างเช่น

                   คุณมีที่ดินมูลค่า 3 ล้านบาท แต่ประกอบอาชีพอิสระและไม่มีสลิปเงินเดือน หากต้องการเงินก้อน อาจนำที่ดินไปประเมินเพื่อดูว่าสามารถทำขายฝากได้หรือไม่ สิ่งสำคัญคืออย่าดูเพียงว่า “มีที่ดิน” หรือ “ไม่มีสลิปเงินเดือน” เท่านั้น แต่ควรพิจารณา มูลค่าทรัพย์และความสามารถในการไถ่ถอน ควบคู่กัน

 

ติดเครดิตบูโร ขายฝากได้ไหม?

                   การติดเครดิตบูโรไม่ได้หมายความว่าจะทำขายฝากไม่ได้ทุกกรณี เนื่องจากการขายฝากมีลักษณะและกระบวนการแตกต่างจากสินเชื่อธนาคารทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้รับซื้อฝากอาจมีเกณฑ์ในการพิจารณาของตนเอง และอาจตรวจสอบข้อมูลอื่นประกอบด้วย ดังนั้น หากมีประวัติเครดิตไม่ดีแต่มีบ้านหรือที่ดิน ควรสอบถามเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ

 

ขายฝากได้เงินเท่าไหร่?

                   วงเงินไม่ได้กำหนดจากราคาตลาดของทรัพย์เพียงอย่างเดียว โดยทั่วไปจะต้องพิจารณาปัจจัย เช่น

  • ราคาประเมินทรัพย์
  • ราคาตลาด
  • ทำเล
  • ประเภทอสังหาริมทรัพย์
  • สภาพทรัพย์
  • เอกสารสิทธิ์
  • ภาระผูกพัน
  • วงเงินที่ต้องการ
  • เงื่อนไขของผู้รับซื้อฝาก

                   ตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น: หากทรัพย์มีมูลค่าตลาดประมาณ 5 ล้านบาท ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถทำขายฝากได้ 5 ล้านบาทเต็มจำนวน วงเงินจริงต้องผ่านการประเมินและตกลงตามเงื่อนไขของสัญญา

 

ขั้นตอนขายฝากสำหรับคนไม่มีสลิปเงินเดือน

                   แม้ไม่มีสลิปเงินเดือน ขั้นตอนหลักที่ควรเตรียมตัวอาจเริ่มจาก

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมข้อมูลทรัพย์ เตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ

  • ประเภททรัพย์
  • ที่ตั้ง
  • ขนาดพื้นที่
  • เลขที่โฉนด
  • ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์
  • ภาระผูกพัน

 

ขั้นตอนที่ 2: ประเมินวงเงินเบื้องต้น แจ้งข้อมูลทรัพย์และจำนวนเงินที่ต้องการ เพื่อประเมินความเป็นไปได้เบื้องต้น

 

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบเอกสาร ตรวจสอบกรรมสิทธิ์และรายละเอียดของทรัพย์ รวมถึงภาระผูกพันต่าง ๆ

 

ขั้นตอนที่ 4: ประเมินทรัพย์ ผู้รับซื้อฝากจะประเมินทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ของตนเอง

 

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบและทำความเข้าใจสัญญา ก่อนลงนาม ควรอ่านรายละเอียดเรื่องวงเงิน ระยะเวลาไถ่ถอน ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสำคัญทั้งหมด

 

ขั้นตอนที่ 6: ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย การขายฝากอสังหาริมทรัพย์ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และควรตรวจสอบรายละเอียดกับสำนักงานที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

 

เอกสารที่ควรเตรียม

                   เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันตามกรณีและผู้ให้บริการ แต่โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ

  • บัตรประชาชน
  • ทะเบียนบ้าน
  • โฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์
  • เอกสารเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์
  • เอกสารการสมรสหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากมี
  • เอกสารเกี่ยวกับภาระผูกพันของทรัพย์ หากมี

ไม่มีสลิปเงินเดือนไม่ได้แปลว่าไม่ต้องใช้เอกสารใด ๆ เพราะการตรวจสอบตัวตน กรรมสิทธิ์ และทรัพย์สินยังเป็นขั้นตอนสำคัญ

 

ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นคำถามที่คนมีอสังหาริมทรัพย์มักสงสัย

ประเด็นขายฝากจำนอง
ลักษณะธุรกรรมโอนกรรมสิทธิ์โดยมีสิทธิไถ่ใช้ทรัพย์เป็นหลักประกัน
กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากตามสัญญาโดยทั่วไปยังเป็นของผู้จำนอง
การใช้ทรัพย์ต้องดูเงื่อนไขสัญญาโดยทั่วไปยังใช้ทรัพย์ได้
หลักประกันตัวอสังหาริมทรัพย์ตัวอสังหาริมทรัพย์
ผู้ค้ำอาจไม่ต้องมี ขึ้นกับเงื่อนไขอาจไม่ต้องมี ขึ้นกับเงื่อนไข
สลิปเงินเดือนอาจไม่ใช่ปัจจัยหลัก ขึ้นกับผู้ให้บริการขึ้นกับรูปแบบสินเชื่อ/ผู้รับจำนอง

 

จุดสำคัญที่สุด: ขายฝากมีเรื่อง “การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิไถ่” เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ควรตัดสินใจจากคำว่า “ได้เงินเร็ว” หรือ “ไม่ต้องใช้สลิป” เพียงอย่างเดียว

 

ข้อควรระวังก่อนทำขายฝาก

                   แม้ขายฝากจะเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการเงินก้อน แต่เป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

  1. อ่านระยะเวลาไถ่ถอนให้ชัดเจน ต้องทราบว่ามีระยะเวลาเท่าใด และต้องดำเนินการอย่างไรเมื่อถึงกำหนด

  2. เข้าใจจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการไถ่ อย่าดูเฉพาะเงินที่ได้รับในวันทำสัญญา ต้องคำนวณเงินที่จำเป็นต้องเตรียมเพื่อไถ่ถอนด้วย

  3. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ควรถามให้ชัดเจนว่ามีค่าธรรมเนียม ภาษี ค่าใช้จ่าย หรือค่าใช้บริการอื่นใดบ้าง

  4. อ่านสัญญาทุกข้อ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิไถ่ถอน ระยะเวลา เงื่อนไขการผิดนัด และค่าใช้จ่าย

  5. วางแผนเงินสำหรับไถ่ถอน ก่อนขายฝากควรตอบตัวเองให้ได้ว่า

 

“เมื่อถึงกำหนด เราจะหาเงินจากที่ไหนมาไถ่ทรัพย์คืน?” นี่เป็นคำถามสำคัญกว่าการถามว่า “ได้เงินวันนี้เท่าไหร่”

 

                   สรุปส่งท้าย ขายฝากไม่ใช้สลิปเงินเดือน ไม่มีสลิปเงินเดือน ไม่มีคนค้ำ ก็อาจขายฝากได้ ขายฝากเป็นทางเลือกที่อาจเหมาะกับเจ้าของบ้าน ที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเงินก้อน โดยการพิจารณาอาจเน้นที่ตัวทรัพย์และเงื่อนไขของธุรกรรม มากกว่าการมีเงินเดือนประจำหรือผู้ค้ำประกัน

ดังนั้น หากคุณ

  • ไม่มีสลิปเงินเดือน
  • ไม่มีงานประจำ
  • เป็นเจ้าของกิจการ
  • เป็นพ่อค้าแม่ค้า
  • ประกอบอาชีพอิสระ
  • มีรายได้ไม่แน่นอน
  • มีบ้านหรือที่ดิน
  • ต้องการเงินก้อน

                   คุณอาจยังมีทางเลือกในการนำอสังหาริมทรัพย์มาพิจารณาเพื่อทำขายฝาก แต่ก่อนตัดสินใจ ควรเปรียบเทียบ วงเงิน ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาไถ่ถอน และเงื่อนไขในสัญญา ให้ครบถ้วน

Q: ขายฝากไม่ใช้สลิปเงินเดือนได้ไหม?

A: อาจทำได้ เพราะการขายฝากอสังหาริมทรัพย์สามารถพิจารณาจากทรัพย์สินที่นำมาทำธุรกรรมเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละผู้รับซื้อฝาก

 

Q: ขายฝากไม่ต้องมีคนค้ำจริงหรือไม่?

A: อาจไม่ต้องมีคนค้ำ เพราะอสังหาริมทรัพย์ที่นำมาขายฝากเป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกรรม แต่ผู้รับซื้อฝากอาจกำหนดเอกสารหรือเงื่อนไขเพิ่มเติมได้

 

Q: ไม่มีเงินเดือนแต่มีที่ดินขายฝากได้ไหม?

A: อาจได้ หากที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง กรรมสิทธิ์ชัดเจน และผ่านการประเมินตามเกณฑ์ของผู้รับซื้อฝาก

 

Q: ติดเครดิตบูโรขายฝากได้ไหม?

A: การมีประวัติเครดิตบูโรไม่ได้หมายความว่าจะทำขายฝากไม่ได้ทุกกรณี เพราะขายฝากมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อธนาคาร แต่ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ของผู้รับซื้อฝาก

 

Q: ขายฝากบ้านได้เงินเท่าไหร่?

A: ขึ้นอยู่กับมูลค่าทรัพย์ ทำเล สภาพทรัพย์ เอกสารสิทธิ์ ภาระผูกพัน วงเงินที่ต้องการ และเกณฑ์ของผู้รับซื้อฝาก จึงไม่สามารถกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวสำหรับทุกกรณีได้

 

Q: ขายฝากกับจำนองต่างกันอย่างไร?

A: ขายฝากเป็นธุรกรรมที่มีการโอนกรรมสิทธิ์และกำหนดสิทธิไถ่ ส่วนจำนองเป็นการนำทรัพย์ไปเป็นหลักประกันหนี้ โดยกรรมสิทธิ์โดยทั่วไปยังอยู่กับผู้จำนอง

 

Q: ก่อนขายฝากควรดูอะไรบ้าง?

A: ควรดูวงเงินที่จะได้รับ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาไถ่ถอน จำนวนเงินที่ต้องใช้ในการไถ่ เงื่อนไขในสัญญา และความสามารถในการหาเงินมาไถ่ทรัพย์คืน

 

Q: ต้องการเงินก้อนจากบ้านหรือที่ดิน?

A: หากคุณมี บ้าน ที่ดิน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรืออสังหาริมทรัพย์ และกำลังมองหาทางเลือกด้านสภาพคล่อง สามารถนำข้อมูลทรัพย์มาประเมินเบื้องต้นเพื่อดูแนวทางที่เหมาะสมได้

Property4Cash ให้บริการด้านการรับจำนองและขายฝากอสังหาริมทรัพย์ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับประเภททรัพย์ เอกสาร วงเงิน และเงื่อนไขก่อนตัดสินใจ

สำคัญ: การขายฝากมีผลเกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ ควรอ่านและทำความเข้าใจสัญญา เงื่อนไขการไถ่ถอน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างละเอียดก่อนลงนาม

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

5 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจจำนองบ้าน
7
Sep 24
5 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจจำนองบ้าน

การตัดสินใจจำนองบ้านเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะเกี่ยวข้องกับภาระทางการเงินระยะยาว ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรทำความเข้าใจใน 5 ข้อสำคัญต่อไปนี้ ความสามารถในการผ่อนชำระ รายได้: ประเมินรายได้ประจำและรายได้อื่นๆ ที่มั่นคง ค่าใช้จ่าย: รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค ค่าเล่าเรียนบุตร หนี้สินอื่น: หนี้บัตรเครดิต หนี้สินส่วนบุคคลอื่นๆ อัตราส่วนหนี้สินต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR): ควรคำนวณ DSR เพื่อประเมินว่าภาระหนี้ใหม่จะส่งผลกระทบต่อการเงินส่วนตัวมากน้อยแค่ไหน อัตราดอกเบี้ยและระยะเวลาผ่อนชำระ อัตราดอกเบี้ย: เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารหรือสถาบันการเงิน ระยะเวลาผ่อนชำระ: เลือกระยะเวลาผ่อนชำระที่เหมาะสมกับกำลังทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวหรืออัตราดอกเบี้ยคงที่: เลือกประเภทอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากเงินต้นและดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม: ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน ค่าจดทะเบียนจำนอง ค่าประกันภัย ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์: ค่าอากรแสตมป์ ค่าธรรมเนียมการโอน ค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง: หากบ้านต้องการการ […]

อ่านเพิ่มเติม
กู้ร่วม แต่ผู้กู้ร่วมอีกคนเสียชีวิต ทำจำนองขายฝากได้ไหม?
2
Jul 24
กู้ร่วมแต่ผู้กู้ร่วมอีกคนเสียชีวิต ทำจำนองขายฝากได้ไหม?

หลายคนคงเคยกังวลว่าหากเรา กู้ร่วม ซื้อบ้านหรือคอนโดกับใครสักคน แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ผู้กู้ร่วมเสียชีวิต เราจะทำอย่างไรต่อ? โดยเฉพาะเรื่อง มรดก การผ่อนชำระสินเชื่อ หรือ  การขายฝาก จำนอง บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง พร้อมอธิบายแนวทางปฏิบัติอย่างละเอียด เมื่อเผชิญสถานการณ์สูญเสียผู้กู้ร่วม เมื่อผู้กู้ร่วมเสียชีวิต สัญญาจะยังคงอยู่หรือไม่? ตอบ: สัญญากู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยยังคงมีผลผูกพันแม้ว่าผู้กู้ร่วมจะเสียชีวิตก็ตาม ภาระหนี้สิน มรดก ต่างๆ จะตกไปอยู่กับผู้ กู้ร่วม ที่ยังมีชีวิตอยู่และทายาทของผู้เสียชีวิต แล้วทายาทมีสิทธิ์อะไรบ้าง? ตอบ: ทายาทของผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์เลือกดังนี้ รับสืบทอดหนี้สิน: ทายาทสามารถรับสืบทอดหนี้สินต่อจากผู้เสียชีวิต โดยจะต้องผ่อนชำระสินเชื่อร่วมกับผู้กู้ร่วมที่ยังมีชีวิตอยู่ สละสิทธิ์: ทายาทสามารถสละสิทธิ์ไม่รับสืบทอดหนี้สิน กรณีนี้ธนาคารอาจพิจารณาให้ผู้กู้ร่วมที่ยังมีชีวิตอยู่กู้ต่อเพียงลำพัง หรือหาผู้กู้ร่วมใหม่ ขายทรัพย์สินเพื่อชำระหนี้: ทายาทสามารถขายบ้านหรือคอนโดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้สิน กรณีต้องการขายฝากหรือจำนอง กรณีผู้กู้ร่วมเสียชีวิต การทำ […]

อ่านเพิ่มเติม
การฝากขาย และ การขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร
17
Oct 23
การฝากขาย และ การขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนอาจจะยังสับสนหรือสงสัยกับว่า การขายฝาก และ การฝากขาย แตกต่างกันอย่างไร แม้ว่าอ่านแล้วอาจจะดูคล้ายกัน แต่สองคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ก่อนอื่นเรามาดูความหมายของการขายฝาก กับ การฝากขายกันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าแต่ละตัวมันมีความหมายยังไง จะได้ไม่เข้าใจกันผิดกันอีกจ้า การขายฝาก คือ สัญญาการซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกแก่ผู้รับขายฝาก (นายทุน) ณ วันที่ทำสัญญาที่กรม ที่ดิน ภายใต้ข้อตกลงที่ว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินคืนได้ ภายในระยะเวลาที่ระบุในสัญญา (แต่ไม่เกิน 10 ปี) หากไม่มาไถ่ถอนทรัพย์สิน กรรมสิทธิ์นั้นจะตกเป็นของผู้รับฝาก(นายทุน) ทันที ส่วนการ ฝากขายนั้น ผู้ฝากขายจะนำทรัพย์สินของตนเองไปฝากขายกับตัวแทน หรือนายหน้า เพื่อให้ทางนายหน้า ช่วยทำการตลาด โฆษณา หรือประชาสัมพันธ์ทรัพย์สิน ที่เจ้าของทรัพย์นำไปฝากขาย ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะยังเป็นของผู้ฝากขายอยู่ และจะโอนเป็นของผู้อื่นเมื่อนายหน้าได้ทำการขายทรัพย์สินนั้น ให้กับผู้ฝากขายได้แล้ว ตารางเปรียบเทียบระหว่างขายฝากและฝากขาย หัวข้อ ขายฝาก ฝากขาย ธุรกรรม การขายฝากและสามารถไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นคืนได้ ห […]

อ่านเพิ่มเติม