โอนกรรมสิทธิ์
4
Sep 26

                   โอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินพร้อมบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง ต้องเตรียมเงินเท่าไร? ใครเป็นคนจ่ายค่าธรรมเนียมโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ และภาษีหัก ณ ที่จ่าย?

                   การซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินไม่ได้มีเพียงราคาซื้อขายที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเท่านั้น แต่ในวันที่ไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ณ สำนักงานที่ดิน ยังมี ค่าธรรมเนียมและภาษีหลายรายการ ที่ต้องชำระ

                   โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายสำคัญ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ สามารถตกลงกันในสัญญาซื้อขายได้ แต่ภาระทางภาษีบางประเภทมีหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจน

                   บทความนี้สรุปค่าใช้จ่ายสำหรับ การซื้อขายที่ดินพร้อมบ้านหรือสิ่งปลูกสร้าง ให้เข้าใจง่าย พร้อมแนวทางแบ่งค่าใช้จ่ายระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

 

หมายเหตุ: อัตราและมาตรการลดค่าธรรมเนียมอสังหาริมทรัพย์อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา บทความนี้อ้างอิงข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ณ เดือนสิงหาคม 2569 และควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินอีกครั้งก่อนวันโอนจริง

 

สรุปสั้นๆ โอนบ้านพร้อมที่ดิน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ค่าใช้จ่ายหลักที่อาจเกิดขึ้นในวันโอน ได้แก่

รายการอัตราโดยทั่วไปผู้ที่มักเป็นผู้รับผิดชอบ
ค่าธรรมเนียมโอน2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์มักแบ่งคนละครึ่ง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ3.3% ของฐานภาษีโดยทั่วไปผู้ขาย
อากรแสตมป์0.5% ของฐานภาษีโดยทั่วไปผู้ขาย
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายคำนวณตามหลักเกณฑ์ภาษีผู้ขาย
ค่าจดจำนอง1% ของวงเงินจำนองตามหลักเกณฑ์ผู้ซื้อ

ข้อสำคัญ: ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ไม่ได้เสียพร้อมกันในกรณีเดียวกัน โดยหลัก หากการขายอยู่ในเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์สำหรับรายการนั้น

                   นอกจากนี้ ในปี 2569 มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนสำหรับที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข โดยลดจากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% และมาตรการล่าสุดขยายระยะเวลาถึง 30 มิถุนายน 2570 สำหรับกรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท

 

  1. ค่าธรรมเนียมโอนบ้านพร้อมที่ดิน คืออะไร? ค่าธรรมเนียมโอน คือค่าธรรมเนียมสำหรับการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ ณ สำนักงานที่ดิน อัตราปกติอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ที่ใช้ในการจดทะเบียน

ตัวอย่างเช่น หากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ใช้คำนวณคือ 3,000,000 บาท

ค่าธรรมเนียมโอน = 3,000,000 × 2% = 60,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อและผู้ขายไม่จำเป็นต้องยึดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเป็นผู้จ่ายทั้งหมดเสมอไป เพราะในทางปฏิบัติคู่สัญญาสามารถตกลงเรื่องการแบ่งค่าใช้จ่ายกันได้

 

แล้วค่าโอนใครเป็นคนจ่าย?

                   กรณีซื้อขายบ้านพร้อมที่ดินทั่วไป มักตกลงแบ่งค่าธรรมเนียมโอนคนละครึ่ง แต่ไม่ใช่กฎตายตัวว่าต้องแบ่ง 50:50

ดังนั้น ก่อนเซ็นสัญญาควรระบุให้ชัดเจนว่า

  • ผู้ซื้อจ่ายค่าธรรมเนียมโอนทั้งหมด
  • ผู้ขายจ่ายค่าธรรมเนียมโอนทั้งหมด
  • หรือแบ่งคนละครึ่ง

เพื่อป้องกันปัญหาเมื่อถึงวันโอน

 

  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ใครเป็นคนจ่าย? ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยทั่วไปคิดในอัตรา 3% และภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมเป็น 3.3% ฐานภาษีใช้ราคาที่กฎหมายกำหนด โดยกรณีที่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์จะพิจารณาราคาขายหรือราคาประเมินตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ตัวอย่าง หากฐานภาษีที่ใช้คำนวณคือ 4,000,000 บาท

ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 4,000,000 × 3.3% = 132,000 บาท

 

ใครเป็นคนจ่าย?

                   โดยหลัก ผู้ขายเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ หากธุรกรรมนั้นเข้าหลักเกณฑ์ต้องเสียภาษี

อย่างไรก็ตาม ในการทำสัญญาซื้อขาย คู่สัญญาควรระบุเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน เพราะการตกลงรับภาระค่าใช้จ่ายระหว่างกันอาจแตกต่างจากหน้าที่ทางภาษีตามกฎหมาย

กรมสรรพากรระบุว่า ภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าหลักเกณฑ์ คำนวณในอัตรา 3% และมีภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมเป็น 3.3%

 

  1. ถ้าไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ต้องเสียอะไรแทน? หากการขายอสังหาริมทรัพย์ ไม่เข้าหลักเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ อาจมีภาระเป็น อากรแสตมป์ แทน อากรแสตมป์คิดในอัตรา 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

ตัวอย่าง ฐานอากร 4,000,000 บาท

อากรแสตมป์ = 4,000,000 × 0.5% = 20,000 บาท

โดยทั่วไปภาระอากรแสตมป์เป็นค่าใช้จ่ายฝั่งผู้ขาย แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขของธุรกรรมและข้อตกลงในสัญญาอีกครั้ง

 

ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ เสียทั้งคู่หรือไม่?

                   โดยหลักไม่เสียทั้งสองรายการสำหรับการขายรายการเดียวกัน หากการขายต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ และในกรณีที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะแล้วแต่มีการเสียอากรแสตมป์ไปด้วย กรมสรรพากรระบุว่าสามารถขอคืนอากรตามหลักเกณฑ์ได้

 

  1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผู้ขายต้องจ่ายเท่าไร? อีกหนึ่งค่าใช้จ่ายที่ผู้ขายบ้านและที่ดินควรเตรียมไว้ คือ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ภาษีไม่ได้คิดเป็นอัตราคงที่ 1% เหมือนกรณีนิติบุคคล แต่ต้องคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์
  • จำนวนปีที่ถือครอง
  • ค่าใช้จ่ายหักเหมาตามประเภททรัพย์
  • อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

กรมสรรพากรระบุว่า สำหรับบุคคลธรรมดา จำนวนปีถือครองในการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้นับตามปีปฏิทิน โดยเศษของปีให้นับเป็น 1 ปี และนับสูงสุด 10 ปี

                   ดังนั้นจึง ไม่สามารถใช้สูตรง่าย ๆ ว่า “ราคาขาย × X%” แล้วจะได้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่แน่นอนทุกกรณี

ใครเป็นคนจ่าย?

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับ รายได้ของผู้ขาย จึงถือเป็นภาระของผู้ขาย โดยในขั้นตอนจดทะเบียน ผู้ซื้อในฐานะผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักและนำส่งภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

 

  1. ถ้าผู้ขายเป็นบริษัท ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าไร? กรณีผู้ขายเป็น นิติบุคคล หลักการแตกต่างจากบุคคลธรรมดา กรมสรรพากรระบุว่า การขายอสังหาริมทรัพย์โดยนิติบุคคล มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 1% ของราคาขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่จำนวนใดสูงกว่า ดังนั้น หากซื้อบ้านจากบริษัทหรือผู้ประกอบการ ควรสอบถามให้ชัดเจนว่าราคาที่เสนอรวมภาษีและค่าใช้จ่ายใดไว้แล้วบ้าง

 

  1. ค่าจดจำนอง ใครเป็นคนจ่าย? หากผู้ซื้อกู้ธนาคารเพื่อซื้อบ้านพร้อมที่ดิน นอกจากค่าโอนแล้ว อาจมี ค่าจดจำนอง ที่สำนักงานที่ดิน โดยทั่วไปค่าจดจำนองคิดเป็นสัดส่วนของวงเงินจำนอง และมักเป็นค่าใช้จ่ายของ ผู้ซื้อ/ผู้กู้ แต่ในช่วงที่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมอสังหาริมทรัพย์ หากเข้าเงื่อนไขที่กำหนด ค่าจดจำนองก็อาจได้รับการลดลงเช่นกัน

                   มาตรการที่มีผลในปี 2569 ระบุการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนโอนและจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข โดยมีเพดานราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนองตามที่กำหนด และมาตรการล่าสุดมีระยะเวลาถึง 30 มิถุนายน 2570

 

  1. มาตรการลดค่าโอนเหลือ 0.01% ในปี 2569 คืออะไร? ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับคนที่กำลังซื้อบ้านพร้อมที่ดินในช่วงปี 2569 จากข้อมูลของกรมที่ดิน มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยบางประเภท จากอัตราปกติ 2% เหลือ 0.01% โดยมาตรการล่าสุดมีผลถึง 30 มิถุนายน 2570 และต้องเป็นธุรกรรมที่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด เช่น ราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท และกรณีจำนองมีเงื่อนไขเรื่องวงเงินจำนองไม่เกิน 7 ล้านบาท

                   ดังนั้น หากกำลังจะโอนบ้านพร้อมที่ดิน ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินว่า ทรัพย์และผู้ซื้อเข้าเงื่อนไขมาตรการหรือไม่ เพราะไม่ใช่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทที่จะได้รับอัตรา 0.01%

 

  1. ตัวอย่างคำนวณค่าใช้จ่ายโอนบ้านพร้อมที่ดิน

สมมติว่า

  • ราคาขายบ้านพร้อมที่ดิน = 5,000,000 บาท
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์ = 4,500,000 บาท
  • ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา
  • การขายเข้าหลักเกณฑ์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
  • ยังไม่รวมภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • สมมติยังไม่มีการใช้มาตรการลดค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมโอน

ฐานค่าธรรมเนียม = ราคาประเมิน 4,500,000 บาท

4,500,000 × 2% = 90,000 บาท

หากตกลงแบ่งคนละครึ่ง

  • ผู้ซื้อ = 45,000 บาท
  • ผู้ขาย = 45,000 บาท

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

ในตัวอย่างนี้สมมติว่าฐานที่ใช้คำนวณคือราคาขาย 5,000,000 บาท

5,000,000 × 3.3% = 165,000 บาท

โดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ขาย

โอนกรรมสิทธิ์

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

                   ยังไม่สามารถระบุจำนวนเงินจากข้อมูลนี้ได้ เพราะต้องนำข้อมูลเรื่องราคาประเมิน ประเภทการได้มา และระยะเวลาถือครองมาคำนวณตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

ดังนั้น ตัวอย่างนี้จึงไม่ควรนำยอด 90,000 + 165,000 ไปเหมารวมว่าเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะยังมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายและค่าใช้จ่ายอื่นที่อาจเกิดขึ้น

 

  1. สรุปว่า “ผู้ซื้อ” ต้องจ่ายอะไร? โดยทั่วไป ผู้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินควรเตรียมค่าใช้จ่ายในส่วนของ
  1. ค่าธรรมเนียมโอน ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับผู้ขาย โดยที่พบได้บ่อยคือแบ่งคนละครึ่ง
  2. ค่าจดจำนอง หากมีการกู้ธนาคาร โดยทั่วไปผู้ซื้อเป็นผู้รับผิดชอบ
  3. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับสินเชื่อ เช่น ค่าประเมินหลักประกันหรือค่าใช้จ่ายของธนาคาร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการเงิน
  4. ค่าใช้จ่ายอื่นตามข้อตกลง เช่น ค่าอากรหรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเอกสารบางประเภท หากคู่สัญญาตกลงให้ผู้ซื้อรับผิดชอบ

 

  1. สรุปว่า “ผู้ขาย” ต้องจ่ายอะไร? โดยทั่วไป ผู้ขายควรเตรียมเงินสำหรับ
  1. ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% หากธุรกรรมเข้าเกณฑ์ต้องเสีย
  2. อากรแสตมป์ 0.5% ในกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะและเข้าเงื่อนไขต้องเสียอากรแสตมป์
  3. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย คำนวณตามหลักเกณฑ์ภาษีของผู้ขาย
  4. ค่าธรรมเนียมโอนในส่วนที่ตกลงรับผิดชอบ หากสัญญาระบุให้แบ่งคนละครึ่ง ผู้ขายก็รับผิดชอบครึ่งหนึ่ง

 

  1. ค่าโอนบ้านพร้อมที่ดิน “ใครจ่าย” ต้องดูอะไรเป็นหลัก? คำตอบที่ถูกต้องที่สุดคือ ต้องแยก “หน้าที่ทางภาษี” ออกจาก “ข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย”

ตัวอย่างเช่น

ค่าธรรมเนียมโอน: กฎหมายกำหนดอัตรา แต่คู่สัญญาตกลงแบ่งภาระกันได้

ภาษีธุรกิจเฉพาะ: โดยหลักเป็นภาระของผู้ขาย

อากรแสตมป์: เกี่ยวข้องกับกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายได้ของผู้ขาย

ค่าจดจำนอง: โดยทั่วไปผู้ซื้อที่กู้เงินเป็นผู้รับผิดชอบ

เพราะฉะนั้น ก่อนวางมัดจำหรือเซ็นสัญญาซื้อขาย ควรเขียนให้ชัดเจนว่า “ค่าโอนและภาษีอากรฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบ” ไม่ควรตกลงกันเพียงปากเปล่า

 

  1. ก่อนวันโอน ควรเตรียมตัวอย่างไร? เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันโอน ผู้ซื้อและผู้ขายควรเตรียมตัวล่วงหน้า ดังนี้

ผู้ซื้อควรตรวจสอบ

  • ราคาซื้อขายจริง
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์
  • ค่าโอนที่ต้องรับผิดชอบ
  • ค่าใช้จ่ายในการจำนอง หากมี
  • เงื่อนไขสินเชื่อจากธนาคาร
  • เอกสารส่วนตัวที่ต้องใช้
  • เงื่อนไขในสัญญาซื้อขาย

ผู้ขายควรตรวจสอบ

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์
  • ราคาประเมินทุนทรัพย์
  • ระยะเวลาที่ถือครอง
  • เอกสารสิทธิ์
  • เอกสารเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้าง
  • ภาระจำนองหรือภาระผูกพันในที่ดิน

กรมสรรพากรมีโปรแกรมสำหรับคำนวณภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเตรียมค่าใช้จ่ายได้

 

Q: โอนบ้านพร้อมที่ดินต้องเสียค่าอะไรบ้าง?

A: โดยทั่วไปมีค่าธรรมเนียมโอน ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ส่วนกรณีซื้อบ้านด้วยสินเชื่ออาจมีค่าจดจำนองเพิ่มเติม

 

Q: ค่าโอนบ้านพร้อมที่ดินใครเป็นคนจ่าย?

A: ค่าธรรมเนียมโอนสามารถตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้ โดยที่พบได้บ่อยคือแบ่งคนละครึ่ง ส่วนภาษีบางประเภท เช่น ภาษีธุรกิจเฉพาะและภาษีหัก ณ ที่จ่าย โดยทั่วไปเป็นภาระของผู้ขายตามลักษณะของภาษีนั้น

 

Q: ค่าโอนที่ดินคิดกี่เปอร์เซ็นต์?

A: อัตราปกติของค่าธรรมเนียมโอนคือ 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ แต่ในบางช่วงมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมสำหรับที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งในปี 2569 มีมาตรการลดเหลือ 0.01% และมาตรการล่าสุดมีผลถึง 30 มิถุนายน 2570

 

Q: ภาษีธุรกิจเฉพาะบ้านและที่ดินกี่เปอร์เซ็นต์?

A: อัตราภาษีธุรกิจเฉพาะอยู่ที่ 3% และมีภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ รวมเป็น 3.3% เมื่อเข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

 

Q: ภาษีธุรกิจเฉพาะกับอากรแสตมป์ต้องเสียทั้งสองอย่างหรือไม่?

A: โดยหลัก ไม่ต้องเสียทั้งสองรายการ หากการขายเข้าเกณฑ์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก็ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์สำหรับรายการดังกล่าว

 

Q: ผู้ซื้อบ้านต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่?

A: โดยหลักภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับรายได้ของผู้ขาย ผู้ซื้อมีหน้าที่หักและนำส่งภาษีตามขั้นตอนเมื่อจดทะเบียน แต่ภาษีดังกล่าวถือเป็นภาระภาษีของผู้ขายตามหลักเกณฑ์

 

                   สรุปส่งท้าย ก่อน  โอนกรรมสิทธิ์ บ้านพร้อมที่ดิน ต้องตกลงค่าใช้จ่ายให้ชัด การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ และ ไม่มีคำตอบเดียวว่าผู้ซื้อหรือผู้ขายต้องจ่ายทั้งหมด

จำง่ายๆ ว่า… 

ผู้ซื้อ: มักมีค่าธรรมเนียมโอนในส่วนที่ตกลงรับผิดชอบ + ค่าจดจำนองและค่าใช้จ่ายสินเชื่อถ้ามี

ผู้ขาย: โดยทั่วไปมีภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ + ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย + ค่าธรรมเนียมโอนในส่วนที่ตกลงรับผิดชอบ

ที่สำคัญคือ ควรตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนเซ็นสัญญา และเขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร โดยเฉพาะคำว่า “ค่าโอน ภาษี และอากรทั้งหมดฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบ”

                   หากเป็นการซื้อบ้านในช่วงที่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียม ควรตรวจสอบสิทธิ์กับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอน เพราะอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมาก โดยมาตรการล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่อาศัยมีเงื่อนไขด้านประเภททรัพย์ ราคา และระยะเวลาที่ต้องตรวจสอบให้ตรงกับธุรกรรมจริง

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

12
Jul 24
บ้านแลกเงิน VS รถแลกเงิน แบบไหนดีกว่ากัน

ในยุคเศรษฐกิจที่ผันผวน หลายคนมองหาวิธีปลดล็อกศักยภาพของสินทรัพย์ที่มีอยู่เพื่อนำมาใช้จ่ายยามจำเป็นต้องการ เงินด่วน  ” บ้านแลกเงิน ”  และ ” รถแลกเงิน ” กลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยม  แต่ทางเลือกไหนดีกว่ากัน?  บทความนี้  จะพาทุกท่านมาวิเคราะห์เชิงลึก เปรียบเทียบข้อดี  ข้อเสีย  ของทั้งสองตัวเลือก  เผยให้เห็นภาพรวม  ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด บ้านแลกเงิน เปรียบเสมือนการปลดล็อกศักยภาพของบ้าน บ้านแลกเงินคือ สินเชื่อที่ธนาคารหรือบริษัทแหล่งเงินทุนเสนอให้กับเจ้าของบ้านหรือคอนโดที่ปลอดภาระ  โดยลูกค้าสามารถนำบ้านหรือคอนโดมาจำนองกับธนาคารเพื่อแลกกับเงินก้อนโต โดยที่ลูกค้ายังสามารถอาศัยอยู่ในบ้านหรือคอนโดนั้นต่อไปได้  เปรียบเสมือนการเปลี่ยนบ้านที่เป็นสินทรัพย์นิ่ง  กลายเป็นเงินทุนหมุนเวียน  ยามต้องการใช้จ่าย  หรือต่อยอดธุรกิจ ข้อดีของบ้านแลกเงิน: ได้วงเงินกู้มากกว่า: โดยทั่วไป บ้านแลกเงินให้วงเงินกู้สูงถึง 90% ของราคาประเมินหลักประกัน ในขณะที่รถแลกเงินให้วงเงินกู้สูงสุดประมาณ 70% ของราคาประเมินรถ ดอกเบี้ยถูกกว่า: อัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านแลกเงินกับ Property4cash ต […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบลงทุนรับขายฝากกับลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปต่างกันอย่างไร
23
Aug 24
ความแตกต่างระหว่างการขายฝากกับการลงทุนประเภทอื่น: ทำไมการขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”

การลงทุนรับขายฝากต่างจากการลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ผู้ลงทุนรับขายฝากเป็นเจ้าหนี้ที่มีโฉนดค้ำประกัน ไม่ต้องดูแลทรัพย์สิน และได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสม่ำเสมอสูงถึง 15% ต่อปี ซึ่งต่างจากการซื้ออสังหาที่ต้องดูแลทรัพย์และผลตอบแทนไม่แน่นอน บทความนี้ Property4Cash อธิบายความแตกต่างและแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ การลงทุนและขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร? การขายฝากเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะและอาจมีข้อได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้น มาดูกันว่าการขายฝากแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นอย่างไร และทำไมการขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในบางกรณี: การขายฝาก (Sale and Leaseback) ลักษณะ: การขายฝากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น การขายฝากคือการที่เจ้าของทรัพย์สินฝากและขายทรัพย์สินให้กับผู้ลงทุนไปในตัว ซึ่งการทำการฝากจะมีระยะเวลากำหนดตามสัญญา เช่น ทำสัญญาขายฝาก 1 ปี ถ้าครบกำหนดสัญญา 1 ปีแล้วเจ้าของไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลา 1 ปี ทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติ ข้อดี: ความมั่นคงในการรับรายได้: ผู้ลงทุ […]

อ่านเพิ่มเติม
โดนฟ้องขับไล่
18
Sep 26
โดนฟ้องขับไล่/บังคับคดี ขายฝากช่วยเคลียร์หนี้ได้ไหม?

โดนฟ้องขับไล่หรือบังคับคดี ขายฝากช่วยเคลียร์หนี้ก่อนได้ไหม?                    คำตอบสั้นๆ คือ “ไม่ได้” เพราะทรัพย์ที่ติดคดี มั้งจะมีการติดภาระ ห้ามโอน ซื้อ ขาย หรืออื่นๆ หากเจ้าของทรัพย์มีบ้านหรือที่ดินและกำลังประสบปัญหาหนี้จนถูกฟ้องร้อง ถูกพิพากษา หรือเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ที่คิดว่า… การขายฝากอาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเปลี่ยนทรัพย์สินเป็นเงินเพื่อนำไปจัดการหนี้ได้                    อย่างไรก็ตาม การขายฝากไม่ได้ทำให้คดีหยุดโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำทรัพย์ที่ถูกยึดหรืออยู่ในขั้นตอนขายทอดตลาดไปขายฝากได้ทุกกรณี ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบสถานะคดีและสถานะของทรัพย์ก่อนตัดสินใจ จะนำมาขายฝากเสมอ ขายฝากคืออะไร?                    ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้ซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนดตามกฎหมายและสัญญา ในทางปฏิบัติ เจ้าของบ้านหรือที่ดินบางรายใช้การขายฝากเป็นวิธีนำทรัพย์มาเปลี่ยนเป็นเงินก้อน เพื่อนำไปชำระหนี้ที่กำลังมีปัญหา ตัวอย่างเช่น มีหนี้ที่ต้องชำระ 1 ล้านบาท แต่ยังมีบ้านหรือที่ดินที่มีมูลค่าเ […]

อ่านเพิ่มเติม