การ ประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?
4
Mar 25

รู้ไว้ จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ! การ ประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?

 

ในวงการอสังหาริมทรัพย์ “การประเมินราคาทรัพย์สิน” คือ กุญแจสำคัญ ที่ผู้เชี่ยวชาญตัวจริงจะไม่มีวันมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อพูดถึง การทำขายฝาก เพราะการประเมินที่ถูกต้องและแม่นยำไม่เพียงช่วยให้คุณไม่เสียเปรียบ แต่ยังปกป้องผลประโยชน์ในระยะยาว ทั้งสำหรับผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝาก

ก่อนอื่น ต้องรู้กันก่อนว่า… การ ประเมินราคาทรัพย์สิน คืออะไร?

การประเมินทรัพย์สิน คือ การวิเคราะห์และประเมิน มูลค่าที่เหมาะสม ของทรัพย์สิน ณ ขณะนั้น 

 

การจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความโปร่งใสในการทำธุรกรรม ต้องพิจารณาหลายปัจจัย เช่น สภาพทรัพย์สิน, ทำเลที่ตั้ง, ราคาตลาด ณ ขณะนั้น รวมถึง ปัจจัยอื่นๆ เช่น ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์ สภาพเศรษฐกิจ หรือ แนวโน้มการพัฒนาในอนาคต

 

ทำไมต้องประเมินราคาทรัพย์สินก่อนทำการขายฝาก?

เพราะการประเมินราคาที่ถูกต้องและเป็นธรรมจะช่วยให้คุณ “ไม่เสียเปรียบ” และ “ช่วยลดความเสี่ยง” ซึ่งหากมีการประเมินราคาทรัพย์ในราคาที่ต่ำเกินไป อาจเสี่ยง! ที่จะได้วงเงินอนุมัติน้อย ไม่ตรงตามความต้องการทางการเงิน อาจทำให้เสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม และเสียเปรียบในการเจรจา

 

ในทางกลับกัน หากมีการประเมินราคาทรัพย์ที่สูงเกินจริง ก็เป็นสิ่งอันตราย อาจต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยสูง เสี่ยงผิดสัญญา ถูกฟ้องร้อง เนื่องจากวงเงินสูงเกินจริง จนถึงขั้นอาจถูกยึดทรัพย์ เพราะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด

ทั้งนี้ทั้งนั้น… หากจะทำการขายฝากนั้น สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเลือกผู้ประเมินราคาทรัพย์ ที่เป็นมืออาชีพ เป็นผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ และมีความเป็นกลาง โดยต้องสังเกตเทคนิคการประเมินของผู้เชี่ยวชาญ ว่ามีการวิเคราะห์เชิงลึกหรือไม่? เพราะผู้เชี่ยวชาญจะทำการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลทางกายภาพของทรัพย์สิน ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคมโดยรอบ รวมถึงแนวโน้มในอนาคต และ ผู้ประเมินที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีการเปรียบเทียบราคาตลาด, ราคาซื้อขายทรัพย์สินที่คล้ายกันในหลากหลายแหล่ง เพื่อหาราคาที่เหมาะสมที่สุด โดยอาจมีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมิน และมีการอ้างอิงจากฐานข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างละเอียดและครบถ้วน

การ ประเมินราคาทรัพย์สิน “สำคัญ” กับ การทำขายฝาก อย่างไร?

✔️อย่าลืม… ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ที่มีประสบการณ์ในการทำขายฝาก

✔️อย่าลืม… ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

✔️อย่าลืม… รอบคอบ ตรวจสอบสัญญาและเอกสารต่างๆ อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

สรุปส่งท้าย การมีความรู้เรื่อง  ประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่ผู้จะทำการขายฝากควรเข้าใจ เพื่อใช้เป็นอาวุธและเกราะป้องกันตนเอง ไม่ให้ถูกเอาเปรียบนั้นเองค่ะ

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

บ้าน 2 ชั้น ขายฝากเฉพาะส่วน หรือ ชั้นล่างได้ไหม?
21
Nov 24
บ้าน 2 ชั้น ขายฝากเฉพาะส่วน หรือ ชั้นล่างได้ไหม?

>>> อยากขายฝาก แต่ต้องการ ขายฝากเฉพาะส่วน เฉพาะชั้น สามารถทำได้ไหมคะ? แอดมิน อย่างที่ทุกคนทราบกันว่า การขายฝาก คือ การนำทรัพย์หรืออสังหาไปขายให้กับผู้รับซื้อทรัพย์ โดยกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที  นอกจากนี้ผู้ขายฝาก ยังสามารถซื้อทรัพย์สินของตนเองคืนได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา แต่คำถามที่พบเจอได้บ่อยครั้ง คือ ขอขายฝากเฉพาะบ้านชั้น 2 ได้ไหม ขายฝากบ้านเฉพาะหน้าบ้านได้ไหม หรือขายฝากเฉพาะส่วนได้ไหม? วันนี้เราจึงมาตอบคำถามที่ทุกคนสงสัยกันค่ะ   ก่อนอื่นต้องขอแจ้งก่อนว่า…  การขายฝากเฉพาะชั้น เฉพาะส่วน ไม่สามารถทำได้นะคะ การขายฝากจะต้องขายฝากทั้งหมด เช่น บ้านทั้งหลัง ไม่สามารถแยกชั้น 1 ชั้น 2 ได้ หรือขายฝากคอนโดทั้งห้อง ไม่สามารถแบ่งเฉพาะห้องนั่งเล่นได้    แต่หากต้องการขายที่ดิน แยกกับสิ่งปลูกสร้าง แบบนี้ถึงจะสามารถทำได้ค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะหาทุนรับฝากยาก    นอกจากนี้ การขายฝาก ก็ไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะแค่อสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่ทรัพย์สินอื่นๆ ก็สามารถทำสัญญาขายฝากได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า นาฬิกา เครื่องประดับ รถยนต์ โต๊ะ คอมพิวเตอร์ โทร […]

อ่านเพิ่มเติม
ที่ดินท้องมังกร คืออะไร?
29
Jul 25
ที่ดินท้องมังกรคืออะไร และที่ดินแบบไหนถูกหลักฮวงจุ้ย

          ที่ดินท้องมังกร เป็นคำที่มาจากศาสตร์ฮวงจุ้ยของจีน ซึ่งเปรียบเทียบทำเลที่ดินกับร่างกายของมังกร หนึ่งในสัตว์มงคลที่มีพลังอำนาจ ความเจริญรุ่งเรือง และโชคลาภ ที่ดินที่ได้ลักษณะ “ท้องมังกร” มักหมายถึง ทำเลที่ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีพลังงานไหลเวียนดี เหมาะสำหรับการสร้างบ้านหรือธุรกิจ ลักษณะเด่นของ “ที่ดินท้องมังกร” อยู่ในแอ่งกระทะ (โอบล้อมเหมือนท้องมังกร) ลักษณะที่ดินแบบแอ่งหรือมีภูเขา/เนินเขาโอบล้อมด้านหลัง เปรียบเสมือนมังกรกำลังก้มลงห่อหุ้มพลัง เป็นจุดที่พลังงานไหลเวียนมารวมตัว ถือเป็นจุดศูนย์รวมโชคลาภ มีน้ำอยู่ด้านหน้า (แม่น้ำ สระ หรือทะเล) น้ำในศาสตร์ฮวงจุ้ย หมายถึง ความมั่งคั่ง หากด้านหน้าของที่ดินมีน้ำไหลเอื่อยหรืออยู่ในทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถือว่าเป็นที่ดินมงคล ทิศหลังแข็งแรง ทิศหน้าปลอดโปร่ง ด้านหลังที่ดินควรมีภูเขาหรือสิ่งก่อสร้างที่มั่นคง เช่น กำแพง ตึก เพื่อเปรียบเสมือน “กระดูกสันหลังมังกร” ส่วนด้านหน้า ควรเปิดโล่งเพื่อให้พลังงานดีเข้ามาได้อย่างราบรื่น ไม่มีสิ่งกีดขวางหรือคมทิ่มแทงตรงหน้า เช่น เสาไฟฟ้า ถนนพุ่งตรงเข้าบ้าน หรือมุมอาคารคมๆ เล็งเข้าหาตัวบ้าน […]

อ่านเพิ่มเติม
เรียนรู้วิธีเตรียมรับมือกับสถานการณ์ “ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ” ทั้งในมุมมองของพนักงานและองค์กร พร้อมแนะนำแนวทางปรับตัวและปกป้องอาชีพของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ
7
Jun 25
ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ เราต้องเตรียมรับมืออย่างไรบ้าง?

          ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน การ ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ กลายเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งโดยไม่ทันตั้งตัว บางครั้งบริษัทใหญ่ที่ดูมั่นคงกลับปลดพนักงานแบบทันทีทันใด สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งต่อผู้ถูกปลดและเพื่อนร่วมงาน แล้วเราควรเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้อย่างไร? 1. สังเกตสัญญาณก่อนการ ปลดพนักงานสายฟ้าแล่บ           แม้ว่าจะไม่มีใครบอกล่วงหน้า แต่หลายครั้งก็มี “สัญญาณเตือน” เช่น บริษัทเริ่มลดต้นทุนหรือหยุดรับพนักงานใหม่  โครงการสำคัญถูกชะลอหรือยกเลิก  ผู้บริหารลาออกหลายคนในเวลาใกล้เคียงกัน  หากพบเห็นสัญญาณเหล่านี้ ควรเริ่มวางแผนล่วงหน้า   2. วางแผนการเงินฉุกเฉิน           การมี “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” หรือเงินเก็บอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายประจำ ช่วยให้เรารับมือกับภาวะตกงานแบบไม่ทันตั้งตัวได้ดีขึ้น อย่ารอให้ถูกปลดแล้วค่อยเริ่มออม เพราะอาจสายเกินไป   3. อัปเดตทักษะและสร้างเครือข่าย เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่ตลาดต้องการ เช่น Data Analytics, Digital Marketing, AI Tools ฯลฯ  อัปเดตเรซูเม่ให้ทันสมัย  เข้าร่วมกิจกรรม Networking หรือ LinkedIn เพื […]

อ่านเพิ่มเติม