6
Apr 26

ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน แก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

              การ “ขายฝาก” เป็นธุรกรรมที่พบได้บ่อยในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินต้องการเงินด่วนและนำทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ และอสังหาอื่นๆ ไปทำสัญญาขายฝากกับผู้รับซื้อฝาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หลายคนพบคือ เมื่อถึงกำหนดไถ่ถอน กลับถูกปฏิเสธไม่ให้ไถ่ถอน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมาก บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยอธิบายแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งข้อกฎหมายที่ควรรู้

การขายฝากคืออะไร?

              การขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ที่ผู้ขาย (ผู้ขายฝาก) โอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินให้ผู้ซื้อ (ผู้รับซื้อฝาก) แต่มีสิทธิ “ไถ่ถอน” ทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

  • อสังหาริมทรัพย์: เช่น บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ และอสังหาอื่นๆ ไถ่ถอนได้ไม่เกิน 10 ปี
  • สังหาริมทรัพย์: ไม่เกิน 3 ปี

หากพ้นกำหนด จะถือว่าผู้รับซื้อฝากเป็นเจ้าของโดยสมบูรณ์

ปัญหาผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน ปัญหานี้อาจเกิดได้หลายรูปแบบ เช่น

  • ปฏิเสธรับเงินไถ่ถอน
  • อ้างว่าพ้นกำหนดเวลาแล้ว
  • เรียกเงินเพิ่มนอกสัญญา
  • หลบเลี่ยงไม่ให้ติดต่อ

ซึ่งในหลายกรณีอาจเข้าข่าย “ผิดสัญญา” หรือ “ละเมิดสิทธิ” ของผู้ขายฝาก

วิธีแก้ไขเมื่อถูกปฏิเสธการไถ่ถอน

              1. ตรวจสอบสัญญาขายฝาก เริ่มจากดูรายละเอียดในสัญญา เช่น วันครบกำหนดไถ่ถอน, จำนวนเงินไถ่ถอน และเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ หากคุณยังอยู่ในระยะเวลาไถ่ถอน ถือว่าคุณมีสิทธิเต็มที่

              2. เตรียมหลักฐานการไถ่ถอน ควรเตรียมเอกสารให้ครบ เช่น สัญญาขายฝาก, หลักฐานการติดต่อ, เงินไถ่ถอน (หรือหลักฐานแสดงความพร้อมชำระ)

              3. วางเงินไถ่ถอนต่อสำนักงานที่ดิน หากผู้รับซื้อฝากไม่ยอมรับเงิน คุณสามารถไปที่สำนักงานที่ดิน ยื่นคำขอ “วางทรัพย์” หรือวางเงินแทนการชำระ วิธีนี้ถือว่า คุณได้ใช้สิทธิไถ่ถอนแล้วตามกฎหมาย

              4. ส่งหนังสือบอกกล่าวอย่างเป็นทางการ ควรทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น หนังสือทวงถาม, หนังสือแสดงเจตนาไถ่ถอน แนะนำให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

              5. ฟ้องร้องต่อศาล หากอีกฝ่ายยังเพิกเฉย คุณสามารถฟ้องศาลเพื่อบังคับให้โอนทรัพย์คืน หรือเรียกร้องค่าเสียหาย ศาลจะพิจารณาจากหลักฐานว่า

  • คุณอยู่ในกำหนดเวลา
  • มีความพร้อมในการไถ่ถอนจริง

              6. ปรึกษาทนายความ กรณีมีความซับซ้อน เช่น สัญญาไม่ชัดเจน, มีการเอาเปรียบ, มีข้อพิพาทเรื่องเวลา ควรปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการอย่างถูกต้อง

ข้อควรระวังในการทำสัญญาขายฝาก

  • อ่านสัญญาให้ละเอียดก่อนเซ็น
  • หลีกเลี่ยงเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม
  • อย่าปล่อยให้ใกล้หมดระยะเวลา
  • เก็บหลักฐานทุกอย่างไว้เสมอ

              สรุปส่งท้าย หาก ผู้รับซื้อฝากไม่ยอมให้ไถ่ถอน ไม่ได้หมายความว่าคุณหมดสิทธิทันที หากยังอยู่ในระยะเวลา คุณสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้ เช่น การวางเงินต่อสำนักงานที่ดิน หรือการฟ้องศาลเพื่อบังคับสิทธิ สิ่งสำคัญคือ ต้องดำเนินการให้ทันเวลาและมีหลักฐานครบถ้วน

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

สินเชื่อ SME ใช้อสังหาค้ำประกัน ธนาคารไหนดี เปรียบเทียบครบ 2026
23
Mar 26
สินเชื่อ SME ใช้อสังหาค้ำมีอะไรบ้าง? รวมธนาคารและวิธีเลือกให้เหมาะธุรกิจ

สินเชื่อ SME ที่ใช้อสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันมี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ (KBank/SCB/BBL), SME D Bank ของรัฐ และขายฝาก-จำนองผ่าน Non-bank อย่าง Property4Cash ซึ่งอนุมัติเร็วที่สุดและไม่ตรวจสอบเครดิต โดยขายฝากให้วงเงิน 50-60% และจำนองให้ 30-40% ของราคาตลาด บทความนี้ Property4Cash เปรียบเทียบทุกตัวเลือกให้เลือกได้ถูกต้องตามสถานะธุรกิจ   สินเชื่อ SME ที่ใช้หลักประกันเป็นอสังหาคืออะไร                สินเชื่อประเภทนี้ คือ เงินกู้ที่ผู้ประกอบการ นำ “อสังหาริมทรัพย์” เช่น ที่ดิน บ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือโรงงาน มาเป็นหลักประกันกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ให้กู้ จุดเด่น วงเงินกู้สูง (บางกรณีสูงถึง 60–70% ของมูลค่าหลักประกัน) ดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ระยะเวลาผ่อนชำระยาว   ประเภทสินเชื่อ SME ที่ใช้หลักประกันอสังหา                1. สินเชื่อระยะยาว (Term Loan) เหมาะสำหรับลงทุนขยายกิจการ เช่น ซื้อเครื่องจักร สร้างโรงงาน หรือขยายสาขา ผ่อนชำระเป็นงวด ระยะเวลา 3–15 ปี                2. สินเชื่อหมุนเวียน (Working Capital) เหมาะสำหรับเสริ […]

อ่านเพิ่มเติม
ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น
24
Aug 26
ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น ต่างกันอย่างไร? สิ่งที่คนซื้อที่ดินต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น ความต่างทางกฎหมายที่คนซื้อที่ดินต้องระวัง                    การซื้อที่ดินไม่ใช่เพียงการดูทำเลหรือราคาเท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบ สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเฉพาะเรื่อง ภาระจำยอม และ ทางจำเป็น ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ในทางกฎหมายมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ                    หากไม่ตรวจสอบก่อนซื้อ อาจส่งผลต่อการเข้าออกที่ดิน การพัฒนาโครงการ การขอสินเชื่อ หรือแม้แต่มูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว   ภาระจำยอม คืออะไร?                    ภาระจำยอม คือ สิทธิที่กำหนดให้ ที่ดินแปลงหนึ่งต้องยอมให้อีกแปลงหนึ่งใช้ประโยชน์บางประการ เพื่อประโยชน์ของที่ดินอีกแปลง เช่น ใช้เป็นทางเข้าออก วางท่อน้ำ เดินสายไฟ ระบายน้ำ ใช้พื้นที่บางส่วนตามที่ตกลงกัน โดยทั่วไป ภาระจำยอมเกิดจาก การทำสัญญาระหว่างเจ้าของที่ดิน การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเกิดขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายในบางกรณี เมื่อจดทะเบียนแล้ว สิทธิดังกล่าวจะผูกพันกับตัวที่ดิน ไม่ใช่เฉพาะตัวเจ้าของเดิม ดังนั้นแม้มีการซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ภาระจำยอมก็ยังคงมีผลต่อไป &nbs […]

อ่านเพิ่มเติม
26
Feb 26
การจดทะเบียนจำนอง กับ การทำสัญญาขายฝาก ค่าใช้จ่ายต่างกันแค่ไหน

               การจดทะเบียนจำนอง กับ การทำสัญญาขายฝาก ค่าใช้จ่ายต่างกันแค่ไหน เจ้าของบ้าน คอนโด อาคารพาณิชย์ หรือที่ดินจำนวนมากลังเลว่า… หากต้องการเงินก้อน ควร “จดทะเบียนจำนอง” หรือ “ทำสัญญาขายฝาก” แบบไหนคุ้มกว่า และค่าใช้จ่ายต่างกันมากไหม? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปความแตกต่างแบบเข้าใจง่าย พร้อมโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ณ สำนักงาน กรมที่ดิน 1. การจดทะเบียนจำนอง คืออะไร?                การนำโฉนดไปจดทะเบียนเป็น “หลักประกันหนี้” ผู้กู้ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามปกติ แต่มีภาระจำนองผูกอยู่ ค่าใช้จ่ายหลัก (โดยทั่วไป) ค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (แต่ไม่เกินเพดานตามที่กฎหมายกำหนด) ค่าคำขอ / ค่าพยาน / ค่าอากรเล็กน้อย (หลักร้อย–พันบาท) ตัวอย่าง: จำนองวงเงิน 2,000,000 บาท ค่าจดทะเบียน 1% = 20,000 บาท (หากไม่เกินเพดาน) ลักษณะภาระค่าใช้จ่าย ส่วนใหญ่ “คิดจากวงเงินกู้” ไม่มีภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์แบบการโอนกรรมสิทธิ์ 2. การทำสัญญาขายฝาก คืออะไร?                การโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวให้ผู้รับซื้อฝาก โดยผู้ขายมีสิทธิ “ไถ่ถอนคืน” ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน (ไม่เก […]

อ่านเพิ่มเติม