13
Feb 26

อัพเดท กฎหมายขายฝากฉบับ 2569 สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของทรัพย์ต้องรู้

               การทำ สัญญาขายฝาก เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการเงินด่วน แต่หากไม่รู้กฎหมายให้ดี อาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น สูญเสียทรัพย์สินได้ง่ายกว่าที่คิด

               กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การขายฝาก ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยอยู่ภายใต้บทบัญญัติที่ว่าด้วย Sale with Right of Redemption ซึ่งเป็นรูปแบบสัญญาซื้อขายที่เจ้าของทรัพย์ยังมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในสัญญา หากไม่ไถ่คืนตามกำหนด ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อโดยสมบูรณ์

               พร้อมกันนี้ ยังมีกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองการขายฝาก “ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเพื่ออยู่อาศัย” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 และยังมีสาระสำคัญที่ยังคงใช้บังคับในปี 2569 (และต่อไป) เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมให้คู่สัญญา โดยเฉพาะผู้ขายฝากที่มักมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้รับซื้อฝาก

ด้านล่างนี้คือ สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของทรัพย์ควรรู้ ตามกฎหมายขายฝากฉบับปัจจุบัน (2569) 👇

               1. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่มีสิทธิเข้าไถ่คืน ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ แต่ผู้ขายยังมี “สิทธิ” จะ ไถ่คืนทรัพย์สิน ภายในระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ โดยต้องชำระเงินสินไถ่ตามสัญญา (หรือที่กฎหมายกำหนด) เพื่อให้กรรมสิทธิ์กลับคืนเป็นของตนเอง

               2. ระยะเวลาไถ่ถอนที่กฎหมายกำหนด กฎหมายกำหนดว่าผู้ขายฝากต้องใช้สิทธิเข้าไถ่ทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาหรือกฎหมาย โดยหากเป็น ทรัพย์สินที่ไม่เคลื่อนย้าย (เช่น บ้าน ที่ดิน) สิทธิไถ่ถอน ไม่เกิน 10 ปีจากวันขายฝาก

               ➡️ หากสัญญาระบุระยะเวลานานเกินกว่านี้ เงื่อนไขจะถูกลดลงให้เป็นไปตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ เพื่อคุ้มครองผู้ขายฝากไม่ให้ตกอยู่ในเงื่อนไขที่เอาเปรียบเกินไป

               3. ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน สำหรับ ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ สัญญาขายฝากต้องจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรและ จดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ที่ดิน เพื่อให้มีผลผูกพันต่อบุคคลภายนอก และเพื่อป้องกันการถูกท้าทายสิทธิหรือสับสนในทะเบียนกรรมสิทธิ์

               4. ราคาขายและราคาสินไถ่ต้องชัดเจน อัตราค่าตอบแทนหรือราคาสินไถ่ควรระบุในสัญญา หากไม่ได้ระบุไว้ กฎหมายเปิดช่องให้คิดคืนได้ในอัตราสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี ของราคาขายจริงเพื่อป้องกันดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนที่เกินควร

               5. กฎหมายคุ้มครองผู้ขายฝากที่เป็นบุคคลธรรมดา สำหรับการขายฝาก ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรืออยู่อาศัย, มีกฎหมายเฉพาะที่กำหนดให้สัญญาขายฝากต้องระบุสาระสำคัญ เช่น รายการทรัพย์สิน ราคาขาย ราคาสินไถ่ และวันที่ครบกำหนดไถ่ เพื่อป้องกันการเอาเปรียบของผู้รับซื้อฝาก

               ทำไมเรื่อง กฎหมายขายฝากฉบับ 2569 ถึงสำคัญสำหรับเจ้าของทรัพย์ ก็เพราะการขายฝากแม้จะเป็นทางออกที่เหมาะในยามต้องการเงินด่วน แต่หากไม่เข้าใจกฎหมายอย่างถ่องแท้ อาจเสี่ยงให้คุณสูญเสียทรัพย์สินถาวรโดยไม่ทันตั้งตัว เพราะโดยหลักการแล้ว “กรรมสิทธิ์ตกไปทันทีตั้งแต่วันขายฝาก” ดังนั้น สิทธิไถ่ถอนคือชีวิตของเจ้าของทรัพย์ จึงควรอ่านสัญญาให้รอบคอบ และตรวจสอบว่าเงื่อนไขในสัญญาเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

24
Nov 23
ข้อควรรู้ก่อนตกลงทำสัญญาขายฝาก

หากใครต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่อยากนำทรัพย์สินไปขายขาด สำหรับคนที่มีที่ดินและบ้านไว้ครอบครอง “การขายฝาก” จึงเป็นทางเลือกที่ดี วิธีนี้สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ตรวจสอบเครดิตบูโร หรือรายการเคลื่อนไหวของบัญชีธนาคาร (Statement) สามารถไถ่คืนที่ดินได้ และยังใช้ประโยชน์ในที่ดินต่อไปได้อีกด้วย “การขายฝาก” เป็นการทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินประเภทหนึ่ง โดยกรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อทันทีเมื่อมีการทำสัญญาเกิดขึ้น ซึ่งมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นในการทำสัญญาทุกครั้ง จะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ระบุในสัญญา ข้อควรระวังต่างๆ ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน จะได้ไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นภายหลังกันค่ะ ข้อควรรู้ก่อนตกลงทำสัญญาขายฝาก มีดังนี้ ผู้ขายฝากจะต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อฝากทันทีในวันที่ทำสัญญา เมื่อขายฝากไปแล้วกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝาก โดยมีข้อตกลงกันว่า ผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์สินนั้นคืนได้ในเวลาที่ตกลงกันตามกฎหมาย การทำสัญญาจะต้องทำต่อหน้าเจ้าพนักงานที่ดิน ณ กรมที่ดินเท่านั้น ในการทำสัญญาขายฝากที่ดินจะต้องทำเป็นหน […]

อ่านเพิ่มเติม
1
Oct 25
เหตุฉุกเฉิน เกิดขึ้นได้เสมอ ให้ Property4Cash เป็น ทุนสำรองฉุกเฉิน ได้นะ!

เหตุฉุกเฉิน เกิดขึ้นได้เสมอ ให้ Property4Cash เป็น ทุนสำรองฉุกเฉิน ได้นะ! เพราะชีวิตไม่แน่นอน การมี “ทุนสำรองฉุกเฉิน” คือ สิ่งสำคัญ                ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การเจ็บป่วยฉุกเฉิน ภาวะตกงาน หรือสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เหตุฉุกเฉินสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การมี เงินทุนสำรองฉุกเฉิน จึงไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือ “ความจำเป็น” ที่ทุกคนควรเตรียมพร้อม ทุนสำรองฉุกเฉิน สำคัญแค่ไหน?                หลายคนอาจมองข้ามเรื่องนี้ จนเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงกลับไม่มีเงินใช้จ่าย ทำให้ต้องพึ่งพาหนี้สิน ดอกเบี้ยสูง หรือเกิดความเครียดสะสม การเตรียมเงินสำรองไว้จึงช่วยให้คุณรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีสติ และไม่กระทบต่อแผนการเงินในระยะยาว   แล้วจะสร้างเงินทุนสำรองได้อย่างไร? ก็ให้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา เป็นทางเลือกของคุณสิคะ!                Property4Cash เงินด่วนอสังหา รับจำนอง ขายฝาก  ช่วยเป็นคลังทุนสำรองที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการเงิน เพียงแค่คุณมีโฉนด ก็นำมาเปลี่ยนเป็นทุนได้  ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพไหนก็สามารถขอสินเชื่อกับเราได้ เพร […]

อ่านเพิ่มเติม
ยืนหนึ่ง ทำเลหลักที่ต่างชาติแห่ซื้อคอนโด 'สีลม-สาทร -ชิดลม'
22
Aug 25
ยืนหนึ่ง ทำเลหลักที่ต่างชาติแห่ซื้อคอนโด ‘สีลม-สาทร -ชิดลม’

          เปิดแผน ทำเลหลักที่ต่างชาติแห่ซื้อคอนโด ในไทย สีลม-สาทร -ชิดลม ยืนหนึ่ง ครึ่งปีแรก 2568 ทะลุ 13,000 ล้าน ชี้พฤติกรรมซื้อเปลี่ยนจาก “หรูหรา” เป็น “คุ้มค่า”           แม้เศรษฐกิจโลกยังมีแรงสั่นสะเทือน แต่เงินจากต่างประเทศยังไหลเข้าตลาดอสังหาฯ ไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทำเลทองที่ยังคงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ เมื่อคนต่างชาติ…กลายเป็น “เจ้าของห้องข้างๆ เรา”            ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกลับมาคึกคักอีกครั้งในปี 2568 โดยเฉพาะจากแรงซื้อของ “นักลงทุนต่างชาติ” ที่เพิ่มขึ้นทั้งในมูลค่าและสัดส่วน แม้จำนวนยูนิตจะลดลงจากปีก่อนหน้า           จากรายงานของ Agency for Real Estate Affairs (AREA) ระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ต่างชาติเข้ามาซื้อห้องชุดแล้วกว่า 2,321 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 13,876 ล้านบาท หรือ 33% ของมูลค่าตลาดห้องชุดทั้งหมด ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล           แม้จำนวนยูนิตจะลดลงจากปี 2567 อยู่ที่ 12% แต่ในแง่ของ “น้ำหนักทางเศรษฐกิจ” กลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะ ต่างชาติซื้อเฉลี่ยต่อยูนิตสูงถึง 5.98 ล้านบาท           เมื่อคำว่า หรูห […]

อ่านเพิ่มเติม