วิธีค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์
20
Jun 25

วิธีค้นหา ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ (อัปเดตปี 2025)

          ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของที่ดิน นักลงทุนหน้าใหม่ หรือกำลังวางแผนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การรู้  “ราคาประเมินที่ดิน” อย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบันถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ เพราะราคาประเมินคือค่าที่หน่วยงานรัฐใช้ในการคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ

          หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สามารถตรวจสอบราคาประเมินที่ดินได้เองแบบออนไลน์ ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก โดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานที่ดินเหมือนในอดีต

          บทความนี้จะพาคุณไปดู ขั้นตอนการค้นหาราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ล่าสุดประจำปี 2025 พร้อมเทคนิคการใช้งานเว็บไซต์กรมธนารักษ์ให้ได้ข้อมูลตรงจุด ใช้ได้ทั้งมือใหม่และนักลงทุน!

 

          ราคาประเมินที่ดิน คือ ราคาที่รัฐกำหนดขึ้นโดยอ้างอิงจากข้อมูลหลากหลายด้าน เช่น สภาพเศรษฐกิจโดยรวม ทำเลที่ตั้งของที่ดิน ความเจริญของพื้นที่โดยรอบ ตลอดจนการใช้งานของที่ดินในแต่ละพื้นที่ โดยราคาดังกล่าวจะใช้เป็นฐานในการคำนวณภาษี ค่าโอนกรรมสิทธิ์ และสามารถใช้เป็นเครื่องมือเบื้องต้นในการวิเคราะห์ความคุ้มค่าของที่ดินแปลงนั้นๆ ได้อีกด้วย

          สำหรับเจ้าของที่ดิน นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจในธุรกรรมประเภท ซื้อบ้าน ขายบ้าน หรือขายฝากอสังหา ราคาประเมินมีบทบาทสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดราคาซื้อขายที่เหมาะสม การใช้เป็นแนวทางในการต่อรองราคากับผู้ซื้อหรือผู้ขาย การใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน การวางแผนภาษีในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงการใช้เป็นฐานในการประเมินวงเงินที่สามารถทำสัญญาขายฝากได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสมกับมูลค่าทรัพย์สิน

          การตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสำนักงานที่ดินหรือกรมธนารักษ์อีกต่อไป เนื่องจากหน่วยงานรัฐได้จัดเตรียมระบบออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกขึ้น โดยแบ่งออกเป็นสองระบบหลัก ได้แก่ ระบบของกรมธนารักษ์ และระบบแผนที่ของกรมที่ดิน ซึ่งสามารถเข้าใช้งานได้ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องลงทะเบียน

          หากเลือกใช้งานผ่านเว็บไซต์ กรมธนารักษ์ ผู้ใช้งานสามารถกรอกข้อมูลของที่ดินได้หลากหลายวิธี เช่น กรอกเลขที่โฉนดที่ดิน, เลขที่ดินตามระวาง, เลข น.ส.3 ก., ชื่ออาคารชุด หรือเลือกประเภทสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดูราคาประเมินเฉพาะอาคาร เช่น บ้านพักอาศัย อาคารพาณิชย์ หรือคลังสินค้า ระบบจะประมวลผลและแสดงผลข้อมูลราคาประเมินตามเงื่อนไขที่เลือกไว้ พร้อมรายละเอียดของที่ดินหรือทรัพย์สินนั้น ๆ

          อีกช่องทางหนึ่ง คือ การใช้งานเว็บไซต์ LandsMaps ของกรมที่ดิน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีข้อมูลโฉนดหรือเลขที่ดิน โดยสามารถใช้งานผ่านแผนที่แบบ Interactive ผู้ใช้งานเพียงขยายแผนที่ไปยังพื้นที่ที่ต้องการทราบราคาประเมิน จากนั้นคลิกสองครั้งที่ตำแหน่งของแปลงที่ดิน ระบบจะแสดงข้อมูลพื้นฐาน เช่น เลขโฉนด หน้าสำรวจ ระวาง เนื้อที่ และราคาประเมินที่อ้างอิงจากฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ ในระบบ LandsMaps จำกัดการค้นหาจำนวน 20 ครั้งต่อวัน หากต้องการใช้งานเพิ่มเติมจำเป็นต้องลงทะเบียน

ราคาประเมิน VS ราคาตลาด

          ราคาประเมินที่ดินและราคาตลาดมีความแตกต่างกันในเชิงวัตถุประสงค์ วิธีการประเมิน และช่วงเวลาในการอัปเดตอย่างชัดเจน โดยราคาประเมินที่ดินนั้นจัดทำขึ้นโดยกรมธนารักษ์ ใช้เป็นเกณฑ์สำหรับคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ หรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ข้อมูลเหล่านี้จะได้รับการปรับปรุงใหม่ทุก 4 ปี ตามรอบการประเมินของรัฐ

          ในขณะที่ราคาตลาด คือ ราคาที่เกิดจากการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสถานการณ์จริง ซึ่งสะท้อนอุปสงค์และอุปทานในขณะนั้น ราคานี้อาจเปลี่ยนแปลงทุกไตรมาสหรือแม้แต่ทุกเดือน ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น ความต้องการของตลาด ความเจริญของพื้นที่ การพัฒนาโครงการใหม่ หรือแม้กระทั่งข่าวสารทางเศรษฐกิจที่กระทบต่อความมั่นใจของผู้ซื้อ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ยกตัวอย่าง

          ทำเลทองหล่อ กรุงเทพ ซึ่งเป็นย่านที่มีความคึกคักสูงและมีอุปสงค์จากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ในรอบปีล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาทต่อตารางวา แต่ราคาตลาดกลับอยู่ที่ราว 1,200,000 บาทต่อตารางวา หรือคิดเป็นมากกว่า 2.5 เท่า สะท้อนว่าผู้ถือที่ดินไม่สามารถตั้งราคาขายโดยอิงเฉพาะราคาประเมินได้ มิฉะนั้นจะสูญเสียโอกาสทางมูลค่าทางเศรษฐกิจไปมาก

          ในทางกลับกัน หากดูทำเลที่กำลังเติบโต เช่น ย่านกรุงธนบุรี แม้ราคาประเมินจะอยู่ที่ประมาณ 450,000 บาทต่อตารางวา ราคาตลาดจริงอาจอยู่เพียง 550,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่างกันไม่มากนักเพราะพื้นที่นี้ยังอยู่ระหว่างพัฒนา ความคึกคักของตลาดยังไม่เทียบเท่าทำเลในศูนย์กลางธุรกิจ

          ความเข้าใจในช่องว่างระหว่างราคาประเมินกับราคาตลาด จะช่วยให้เจ้าของที่ดินสามารถวางแผนการขาย หรือทำสัญญาขายฝากได้อย่างรอบคอบ ไม่ตั้งราคาต่ำเกินจริง หรือสูงเกินกว่าที่ตลาดรับได้ และยังสามารถใช้ต่อรองกับผู้ซื้อหรือนักลงทุนได้อย่างมีเหตุผลรองรับ ราคาประเมินและราคาตลาดมีจุดประสงค์และวิธีคำนวณที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ราคาประเมินเป็นราคากลางที่ภาครัฐใช้ในการคำนวณภาษีและค่าธรรมเนียม แต่ราคาตลาดเกิดจากการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในสถานการณ์จริง จึงมีแนวโน้มสูงกว่าราคาประเมินค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจหลักหรือพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

วิธีขอหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินจากกรมธนารักษ์

          หนังสือรับรองราคาประเมินที่ดิน คือ เอกสารที่ออกโดยกรมธนารักษ์ ซึ่งแสดงราคาประเมินทุนทรัพย์ของที่ดินแปลงหนึ่ง ๆ ณ ช่วงเวลาที่กำหนด โดยเอกสารนี้สามารถใช้ยื่นประกอบการขอสินเชื่อ การทำธุรกรรมซื้อขาย หรือการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางกฎหมายได้อย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนการขอหนังสือรับรองราคาประเมิน

  1. เตรียมเอกสารที่จำเป็น ได้แก่
    • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือเลขที่โฉนดที่ชัดเจน
    • สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของที่ดิน หรือผู้ยื่นคำขอ
    • หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีการมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน)
  2. ยื่นคำร้องที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ โดยสามารถค้นหาสำนักงานธนารักษ์ประจำพื้นที่ได้จากเว็บไซต์กรมธนารักษ์ หรือโทรสอบถาม Call Center กรมธนารักษ์ โทร. 0-2059-4999
  3. กรอกแบบฟอร์มคำร้องขอหนังสือรับรองราคาประเมิน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้แบบฟอร์มและแนะนำการกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
  4. รอรับหนังสือรับรอง ซึ่งโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 3–5 วันทำการ หากไม่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อมูลหรือเอกสาร

หมายเหตุ : ไม่มีค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือรับรอง หากยื่นขอด้วยตนเองที่สำนักงานธนารักษ์, ราคาประเมินที่ระบุในหนังสือรับรองจะอ้างอิงจากรอบปีการประเมินที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน (เช่น รอบปี 2566–2569)

 

ประโยชน์ของราคาประเมินที่ดิน

          ราคาประเมินที่ดินไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อใช้ในการยื่นภาษีหรือค่าธรรมเนียมโอนเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในการวางแผนธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในหลายมิติ ทั้งสำหรับเจ้าของทรัพย์ทั่วไปและนักลงทุนที่ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อประเมินความคุ้มค่าและลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ

ประโยชน์สำคัญของราคาประเมินที่ดิน ได้แก่

  • ใช้คำนวณค่าใช้จ่ายด้านภาษีและค่าธรรมเนียมล่วงหน้า เช่น ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ ช่วยให้เตรียมงบประมาณได้อย่างแม่นยำก่อนวันโอนจริง
  • ใช้วิเคราะห์ศักยภาพของทำเล โดยการเปรียบเทียบแนวโน้มราคาประเมินในแต่ละรอบปี หากราคาประเมินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มักสะท้อนถึงการเติบโตของพื้นที่และความน่าสนใจในการลงทุนในอนาคต
  • ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงเบื้องต้นในการกำหนดราคาซื้อขาย โดยเฉพาะในกรณีที่ยังไม่มีข้อมูลราคาตลาดที่ชัดเจน หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการซื้อขายน้อย
  • ใช้ประกอบการต่อรองราคา โดยราคาประเมินสามารถใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงร่วมกับราคาตลาด เพื่อเจรจาให้เกิดความเหมาะสมทั้งกับผู้ซื้อและผู้ขาย โดยเฉพาะในธุรกรรมที่ต้องการความเป็นกลางและโปร่งใส เช่น การขายฝากกับนักลงทุน
  • ใช้กำหนดวงเงินเบื้องต้นในการยื่นขอสินเชื่อหรือขายฝากกับสถาบันการเงิน หรือบริษัทที่รับทำธุรกรรมอสังหา โดยราคาประเมินมักเป็นจุดเริ่มต้นในการประเมินมูลค่าทรัพย์เพื่ออนุมัติวงเงินที่เหมาะสม

ตัวอย่างราคาประเมินที่ดินในปี 2025 (อัปเดตตามภูมิภาค)

          แม้ว่า… ราคาประเมินจะมีการปรับปรุงทุก 4 ปีตามรอบของกรมธนารักษ์ แต่การรู้แนวโน้มและช่วงราคาประเมินในแต่ละภูมิภาคก็สามารถช่วยให้เจ้าของทรัพย์และนักลงทุนเห็นภาพรวมของตลาดในประเทศไทยได้ดียิ่งขึ้น

ภาคกลาง

  • กรุงเทพมหานคร: 100,000 – 145,000 บาท/ตารางวา (พื้นที่ CBD และแนวรถไฟฟ้า)
  • นนทบุรี: 1,000 – 170,000 บาท/ตารางวา
  • ปทุมธานี: 600 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคเหนือ

  • เชียงใหม่: 25 – 515,000 บาท/ตารางวา (ทำเลศูนย์กลางและย่านท่องเที่ยวมีราคาสูง)
  • เชียงราย: 130 – 85,000 บาท/ตารางวา
  • ลำปาง: 100 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคใต้

  • ภูเก็ต: 980 – 200,000 บาท/ตารางวา (สูงที่สุดในภาคใต้ โดยเฉพาะแนวชายหาด)
  • กระบี่: 250 – 72,500 บาท/ตารางวา
  • นครศรีธรรมราช: 60 – 200,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันออก

  • ชลบุรี: 200 – 220,000 บาท/ตารางวา (ทำเล EEC และศูนย์อุตสาหกรรม)
  • ระยอง: 100 – 100,000 บาท/ตารางวา
  • จันทบุรี: 100 – 90,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันตก

  • ประจวบคีรีขันธ์: 100 – 150,000 บาท/ตารางวา
  • ราชบุรี: 75 – 100,000 บาท/ตารางวา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

  • ขอนแก่น: 50 – 200,000 บาท/ตารางวา
  • อุดรธานี: 50 – 180,000 บาท/ตารางวา
  • นครราชสีมา: 50 – 130,000 บาท/ตารางวา

 

          สรุปส่งท้าย การตรวจสอบ ราคาประเมินที่ดินออนไลน์ ปี 2025 ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพียงเข้าเว็บไซต์ของกรมธนารักษ์ คุณก็สามารถค้นหาข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นราคาประเมินรายแปลง หรือราคากลางในแต่ละพื้นที่ 

          ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเพื่อ วางแผนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์, คำนวณค่าธรรมเนียมการโอน, ประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, หรือใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

 

          สิ่งสำคัญ คือ อย่าลืมว่า ราคาประเมินจากกรมธนารักษ์เป็น “ราคากลางจากภาครัฐ” ไม่ใช่ราคาตลาด หากต้องการเปรียบเทียบเพิ่มเติม ควรศึกษาราคาตลาดในบริเวณเดียวกันร่วมด้วย เพื่อให้ได้ภาพรวมที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุด 

          การรู้จักใช้เครื่องมือออนไลน์ที่มีให้ฟรีจากหน่วยงานรัฐ จะช่วยให้คุณ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจทางอสังหาริมทรัพย์ อย่างแน่นอน

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

28
Oct 25
อัพเดทข้อตกลง MOU ไทย-สหรัฐ ใครได้เปรียบ? 

อัพเดทข้อตกลง MOU ไทย-สหรัฐ ใครได้เปรียบ?                 เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เว็บไซต์ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยรายละเอียดฉบับเต็มของ “บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาความหลากหลายของห่วงโซ่อุปทานของแร่ธาตุที่มีความสำคัญในระดับโลกและการส่งเสริมการลงทุน” มีรายละเอียด ดังนี้   รัฐบาลสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลไทย (ต่อไปนี้เรียกว่า “ภาคี”)                แสวงหาความร่วมมือในการกำกับดูแลภาคทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ และส่งเสริมการค้าและการลงทุน เพื่อยกระดับการบูรณาการของไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลกที่มีความมั่นคงและเชื่อถือได้                โดยคำนึงถึงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันยาวนานด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองภาคี ตลอดจนความสำคัญของการส่งเสริมการค้าและการลงทุนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนา                ตระหนักถึงความสำคัญของตลาดที่มีความมั่นคง หลากหลาย คล่องตัว และเป็นธรรมสำหรับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุที่มีความสำคัญ เพื่อสนับสนุนการสำรวจ การสกัด การแปรรูป ก […]

อ่านเพิ่มเติม
20
Sep 24
ทำสัญญาขายฝากไปแล้ว เจ้าของทรัพย์อยากจะเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลได้ไหม

กรณีที่ทรัพย์ ทำสัญญาขายฝาก ไปแล้ว เจ้าของทรัพย์ต้องการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (เจ้าของคนเดิม แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล) ที่สำนักงานเขต สามารถทำได้อย่างแน่นอน ไม่ได้ปิดกฎหมาย และในวันที่ไถ่ถอน เจ้าของทรัพย์จะต้องนำใบเปลี่ยนชื่อของตนเองมาด้วย  แต่ถ้าหากทรัพย์ไม่นำใบเปลี่ยนชื่อของตนเองมา ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สามารถทำได้ทั้งผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น เมื่อวันที่ต้องทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน เอกสารการเปลี่ยนชื่อนั้นต้องเตรียมมาทั้ง2ฝ่าย ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนชื่อนามสกุลในระหว่างที่สัญญาขายฝาก (เปลี่ยนชื่อเป็นผู้ขายฝากคนใหม่) สัญญายังมีผลบังคับใช้อยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถทำได้โดยพลการ เนื่องจากสัญญาขายฝากเป็นสัญญาที่มีผลทางกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงชื่อนามสกุลของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในสัญญา จะส่งผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของทั้งผู้ซื้อฝากและผู้รับซื้อฝาก การที่ผู้ขายฝากเดิมจะเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ขายฝากคนใหม่ ผู้ขายฝากคนเดิมจะต้องมาไถ่ถอนสัญญาขายฝากเดิมก่อน แล้วจึงจะ ทำสัญญาขายฝาก ใหม่และเปลี่ยนเป็นชื่อผู้ขายฝากคนใหม่ได้ เห […]

อ่านเพิ่มเติม
วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน เริ่มได้อย่างไร?
13
Mar 25
วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน เริ่มได้อย่างไร?

ปัจจุบันผู้คนเริ่มสนใจเรื่องการวางแผนเกษียณกันมากขึ้น เพื่อที่จะมีเงินเก็บไว้ใช้ยามแก่ชรา โดยในแต่ละปีมีมนุษย์เงินเดือนที่เกษียณอายุมากขึ้น ทั้งการเกษียณจากอายุงาน หรือการเกษียณด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกษียณแบบไหนก็ตาม การเลือกวางแผนเกษียณไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่า  โดย Property4Cash เงินด่วนอสังหาได้รวบรวมการ วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน มาฝากกัน อยากเริ่มวางแผนเกษียณกันแล้ว ไม่รู้ว่าหลังเกษียณควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ดี? บทความนี้ มีคำตอบให้คุณ   ใครหลายคนอาจคิดว่า… การวางแผนทางด้านการเงินหลังการเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือนเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานาน แต่เราขอบอกเลยว่าไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน โดยในหัวข้อนี้เราจะมาบอก  7 เทคนิคการวางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน เงินเพิ่มพูน มีใช้อย่างเหลือเฟือ 1.กำหนดการเกษียณอายุงาน : ก่อนที่คุณจะวางแผนเกษียณ คุณควรเริ่มกำหนดอายุเกษียณของตนเองไว้ก่อน หากคุณทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแต่ไม่ทราบว่าบริษัทเอกชนเกษียณอายุเท่าไหร่ หรือตอนไหน? ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเอกชนจะเริ่มเกษียณอายุงานตอนอายุประมาณ 55 – 60 ปี และหลังจากเกษียณคนเราจะสามารถอยู่ได้จนถึงอายุประมาณ 80 ป […]

อ่านเพิ่มเติม