6 วิธี วางแผนเกษียณ ฉบับ GEN-Z
20
Feb 25

วางแผนเกษียณ ฉบับ GEN-Z ปัจจุบัน คน Gen Z มักจะมีเป้าหมายที่แตกต่างจากคน Gen อื่นๆ เมื่อก่อนอย่างชัดเจน เพราะเพื่อนๆ Gen Z ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นทำงาน เพื่อสร้างรายได้เลี้ยงชีพ แต่หลายๆ คนมีเป้าหมายที่ต้องการอิสระทางการเงินในระยะยาว หรือบางคนมีเป้าหมายจะเกษียณตัวเองให้เร็วกว่ากำหนด  เพื่อให้ตัวเองมีเวลา มีเสถียรภาพทางการเงิน และสามารถทำตามความฝันในช่วงเวลาหลังเกษียณได้

 

ซึ่งถ้าเพื่อนๆ มีเป้าหมายอยากเกษียณอย่างสบาย มีอิสระทางการเงินที่ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องทำงาน ก็ต้องไม่ลืมวางแผนก่อนวัยเกษียณ เพราะการวางแผนการเงินก่อนวัยเกษียณสำคัญอย่างมาก ด้วยในยุคที่เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความไม่แน่นอนทางการเงินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย การวางแผนการเงินที่ดีจะช่วยให้เพื่อนๆ Gen Z สามารถเกษียณได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ในอนาคต

 

ด้วยเหตุนี้ Property4Cash จึงอยากชวนทุกคนมาวางแผนเกษียณ ฉบับ GEN-Z กับ 6 ข้อเช็กลิสต์ที่คุณสามารถทำได้ง่ายๆ เพื่อให้มีชีวิตที่มั่นคงและสุขสบายในวัยเกษียณนั่นเอง… 

 

GEN-Z ต้องฟัง! เรื่องเกษียณไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป… ถ้าวางแผนการเงินดี ยังไงตอนเกษียณก็สบาย

 

เริ่มด้วย 6 ข้อง่ายๆ ดังนี้

6 วิธี วางแผนเกษียณ ฉบับ GEN-Z

1.ใช้เทคนิคเงินออมแบบ 50-30-20 : พูดง่ายๆ คือ กำหนดเป้าหมายการออมจากรายได้ในแต่ละเดือนให้ชัดเจน 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแบ่ง 30% สำหรับการใช้จ่ายตามใจตัวเอง และ 20% สำหรับการออมและการลงทุน

2.ลงทุนสินทรัพย์มูลค่าเพิ่ม : เพื่อเป็นการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว ควรแบ่งเงิน 20% จากรายได้มา เพื่อออมและลงทุน เพื่อต่อยอดและเพิ่มมูลค่าเงินออม

3.หารายได้เสริม : ยุคนี้รายได้ทางเดียวไม่พอ ลองค้นหางานที่ถนัด ที่สามารถสร้างรายได้อีกทางไว้เพื่อเป็นรายได้สำรอง

4.ไม่สร้างหนี้เพิ่ม : เคลียร์หนี้ที่มีอยู่ให้ไวที่สุด พร้อมจัดการการเงินอย่างมีระเบียบ เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนหรือออม

5.ตั้งเป้าหมายเกษียณให้ชัดเจน : คำนวณค่าใช้จ่ายวัยเกษียณให้ชัดเจน เลือกใช้เครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิต
6.พัฒนาทักษะรอบด้าน : เรียนรู้ทักษะใหม่ที่จะสร้างรายได้หรือเพิ่มโอกาสในการทำงาน วางแผนการเงินให้พร้อม เพื่อจะได้เกษียณได้อย่างสบายใจ แต่ถ้าต้องการเงินด่วนต้องใช้เงินในทันที! ให้สินเชื่อโฉนดแลกเงิน จาก Property4Cash เงินด่วนอสังหา รับจำนอง ขายฝาก ช่วยได้นะคะ เพราะเราอนุมัติรวดเร็ว ทันใจใน 1 วัน *รับวงเงินสูงสุดถึง 100 ล้านบาท 

✔ สมัครง่าย อาชีพไหนก็ขอสินเชื่อได้!

✔ ใช้เอกสารน้อย ไม่เช็คประวัติ

✔ ไม่ใช้คนค้ำประกัน

✔ ไม่เช็คเครดิตบูโร

✔ ไม่มีนโยบายยึดทรัพย์ 

✔ พร้อมผลักดันทุกเคสให้เข้าถึงเงินทุน 

✔ ถูกกฎหมาย ทำสัญญา ณ กรมที่ดิน

 

สรุปส่งท้าย คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะวัยรุ่น Gen Z มีการ วางแผนเกษียณ ฉบับ GEN-Z เพื่ออิสระภาพทางเวลาที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การลงทุนในทุกๆ ด้านเป็นทางเลือกที่ดีของคนรุ่นใหม่ แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดศึกษาและทำความเข้าใจก่อนการลงทุน…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

24
Oct 25
ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก

ทำไม!! จำนองถึงให้วงเงินน้อยกว่าขายฝาก                ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อน “จำนอง” กับ “ขายฝาก” ต่างกันอย่างไร?                หลายคนที่ต้องการใช้บ้าน คอนโด หรือที่ดิน เป็นหลักประกัน เพื่อขอสินเชื่อ มักสับสนระหว่าง “จำนอง” และ “ขายฝาก” เพราะทั้งสองต่างก็เป็นวิธีนำอสังหาริมทรัพย์มาใช้เป็นทุนเหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว ทั้งสองรูปแบบมี หลักกฎหมาย วงเงิน และความเสี่ยงต่างกันอย่างสิ้นเชิง   เปรียบเทียบความแตกต่างของการจำนอง และ ขายฝาก ลักษณะสัญญา การจำนองและขายฝาก ใช้ทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ โดยการขายฝาก จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ชั่วคราวให้ผู้ซื้อฝาก สิทธิเจ้าของทรัพย์ การจำนอง จะยังเป็นของผู้จำนอง แต่การขายฝาก ด้านหลังโฉนดจะเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ซื้อฝากทันที ในวันทำธุรกรรม  วงเงินที่ได้รับ จำนอง 30–40% ของราคาประเมิน ส่วนขายฝาก 50–65% ของราคาตลาด การชำระคืน จำนองต้องผ่อนจ่ายดอกเบี้ย ส่วนการขายฝากสามารถชำระดอกเบี้ยรายเดือน หรือจะจ่ายในวันไถ่ถอน ก็ได้  การบังคับใช้สิทธิ์ ในกรณีจำนอง หากเจ้าของปล่อยทรัพย์หลุด ผู้รับจำนองจะต้องต้องฟ้องศาลก่อนยึดทรัพย์ ส่วนขายฝาก หากหลุดแล้ว ทรัพย์จะเป็นของผู้ซื้อฝาก […]

อ่านเพิ่มเติม
24
Apr 26
ไถ่ถอนไม่ไหว ทำยังไงดี? รวมทางออกเมื่อไม่มีเงินไถ่ที่ดิน

ถ้า ไถ่ถอนไม่ไหว จริงๆ มีทางออกอะไรบ้าง?               เมื่อทรัพย์สินอย่างที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ถูกนำไปจำนองหรือขายฝาก หลายคนตั้งใจว่าจะ “ไถ่ถอนคืน” ให้ทันตามกำหนด แต่ชีวิตจริงอาจไม่เป็นไปตามแผน รายได้สะดุด ภาระเพิ่ม หรือสภาพเศรษฐกิจเปลี่ยน ทำให้ไม่สามารถหาเงินมาไถ่ถอนได้ทันเวลา คำถามสำคัญคือ…ถ้าไถ่ถอนไม่ไหวจริงๆ ยังมีทางออกอะไรบ้าง? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยให้คุณมองเห็นตัวเลือกที่เป็นไปได้ พร้อมข้อควรระวัง เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างรอบคอบที่สุด เข้าใจก่อน “ขายฝาก” vs “จำนอง” ต่างกันอย่างไร? ก่อนหาทางออก ต้องเข้าใจสถานะของตัวเองก่อน ขายฝาก: กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที หากไม่ไถ่ถอนภายในกำหนด ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อ หากไม่ติดต่อไถ่ถอนคืน จำนอง: คุณยังเป็นเจ้าของทรัพย์ แต่มีภาระหนี้ หากไม่ชำระ อาจถูกฟ้องบังคับคดี การทำธุรกรรมเหล่านี้ต้องจดทะเบียนกับ กรมที่ดิน เพื่อให้มีผลตามกฎหมาย และนี่… คือ ทางออกเมื่อ “ไถ่ถอนไม่ไหว”               1. เจรจาขยายระยะเวลา ทางเลือกแรกที่ควรทำคือ “คุย” กับเจ้าหนี้โดยตรง ขอขยายเวลาไถ่ถอน ต่อสัญญาขายฝาก ปรับเงื่อนไขดอกเบี้ย หล […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน กับเงินกู้นอกระบบ
12
May 26
ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน แพงไหม? เมื่อเทียบกับ “นอกระบบ”

             ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน ไม่แพง เมื่อเทียบกับเงินกู้นอกระบบ เพราะเท่ากับ 15% ต่อปี มีสัญญาชัดเจน และคำนวณได้ล่วงหน้า ในขณะที่นอกระบบมักคิด 1% ต่อวัน หรือสูงถึง 365% ต่อปี และมักมีค่าแฝงที่ไม่บอกล่วงหน้า บทความนี้แกะตัวเลขจริงและเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน พอคิดรวมๆ เป็นปีเหมือนจะแพงทันที แต่ในความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ” ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน ตัวเลขนี้อาจไม่ได้แพงอย่างที่คิด บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาไป “แกะตัวเลขจริง” และเปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมา   แปลงดอกเบี้ยให้เห็นภาพจริง               ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน จะเท่ากับประมาณ 15% ต่อปี ตัวอย่าง กู้ 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย = 12,500 บาท/เดือน จุดสำคัญ  ตัวเลขนี้ “ชัดเจน คำนวณได้ โปร่งใส” เทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ”               สิ่งที่มักเจอในนอกระบบ ไม่บอกอัตราดอกเบี้ยจริง คิดเป็น “รายวัน” เช่น 1% ต่อวัน มีค่าปรับ / ค่าทวง / ค่าแฝง ตามติดชีวิต จนบางทีก็น่ากลัว ลองคำนวณ 1% ต่อวัน = 30% ต่อเดือน (!!) หรือ 365% ต่อปี สูงกว่า 1.25% ต่อเดือน “หลายเท่า”   เปรียบเทียบ […]

อ่านเพิ่มเติม