ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร? แล้วธุรกิจไหนบ้างที่ต้องเสีย?
20
May 25

         ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นหนึ่งในภาษีที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตนเองต้องเสียหรือไม่ หรือบางครั้งเข้าใจว่าเป็นภาษีสำหรับธุรกิจเฉพาะทางเท่านั้น! ตามชื่อเฉพาะเลย… แต่ในความจริงแล้ว ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทโดยเฉพาะ ไม่ได้เกี่ยวกับความ “พิเศษ” แต่เกี่ยวกับ รูปแบบของธุรกิจ อย่างชัดเจน

 

ทำความรู้จักภาษีเฉพาะ 

         “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” หมายถึง ภาษีที่เก็บจากกิจการบางประเภท ตามที่กฎหมายกำหนดเป็นพิเศษ โดยเป็นภาษีที่ถูกแยกออกมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้จัดเก็บภาษีดังกล่าวนี้ ทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยผู้ที่มีหน้าที่จ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องทำการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในวันที่ 30 นับตั้งแต่วันที่เริ่มกิจการ ด้วยการยื่นแบบคำขอ ภ.ธ.01

กิจการหรือธุรกิจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีอะไรบ้าง?

  • กิจการธนาคาร
  • ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์
  • ธุรกิจประกันชีวิต
  • กิจการโรงรับจำนำ
  • การประกอบการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ อาทิ การให้กู้ยืมเงินค้ำประกัน การแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ
  • การขายอสังหาริมทรัพย์ ที่นับเป็นการค้าหรือการหากำไร
  • การซื้อ-ขายคืนหลักทรัพย์
  • ธุรกิจอื่นๆ ที่กำหนด อาทิ ธุรกิจแฟ็กเตอริง (Factoring)

ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ กับภาษีธุรกิจเฉพาะ

         สำหรับผู้ที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะที่เห็นได้บ่อยๆ ก็คือ ธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ถือว่าเป็นการค้าหรือการหากำไรจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอย่างชัดเจน ประกอบไปด้วย

  • การจัดสรรที่ดินขาย
  • การขายห้องชุด หรือคอนโด
  • การขายอาคาร หรืออาคารพร้อมที่ดิน
  • การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าตามข้อ 1 – 3 แต่เฉพาะกรณีที่มีการแบ่งขาย หรือแบ่งแยกไว้เพื่อขาย
  • การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ผู้ขายมีไว้ในการประกอบกิจการ

การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่เข้าข่ายทั้ง 5 ข้อดังกล่าว แต่ว่าได้กระทำภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อสังหาริมทรัพย์นั้นมา

         โดยอัตราการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะดังกล่าวนี้ ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน ขายบ้าน หรืออสังหาริมทรัพย์ใดๆ ก็ตาม หากถือครองอสังหาริมทรัพย์น้อยกว่า 5 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่หากถือครองมานานกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน) หรือว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนานมากกว่า 1 ปี จะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยจะคิดในอัตราร้อยละ 3.3 ของราคาซื้อขาย หรือราคาประเมิน โดยจะยึดราคาที่สูงกว่าสำหรับการใช้เป็นเกณฑ์การคำนวณ โดยสูตรการคำนวณสามารถใช้ง่ายๆ ดังนี้

ภาษีธุรกิจเฉพาะ = [รายรับก่อนหักรายจ่าย หรือราคาประเมิน x อัตราภาษี 3%] x อัตราภาษีท้องถิ่น 10%

ภาษีธุรกิจเฉพาะ = รายรับก่อนหักรายจ่าย หรือราคาประเมิน x อัตราภาษี 3.3%

 

การขายอสังหาริมทรัพย์ ที่ได้รับ “การยกเว้น เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ”

         ถึงแม้ว่า… การขายอสังหาริมทรัพย์จะเป็นธุรกิจที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่ว่าก็ยังมีข้อยกเว้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การถูกเวนคืน การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือการโอนให้แก่ทายาทโดยธรรม การขายอสังหาหลังจาก 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้มา และการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสถานที่อยู่อันเป็นแหล่งสำคัญ ที่ผู้ขายมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี

         เพราะฉะนั้น หากใครที่ต้องการขายอสังหาริมทรัพย์ ก็สามารถได้รับการยกเว้นการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะได้ เช่น หากขายบ้านที่ได้รับมาจากมรดก และได้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ หรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์นั้นเกินกว่า 5 ปี ก็ไม่ได้เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (ภาษีขายบ้าน) เป็นต้น และถึงแม้ว่าจะได้รับการยกเว้นการเสียภาษี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย, ค่าอากรแสตมป์ และค่าธรรมเนียมการโอน ดังนั้น ผู้ที่ต้องการขายบ้านหรืออสังหาริมทรัพย์ต้องวางแผนให้ดี และอย่าลืมศึกษารายละเอียดภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ละเอียดทุกครั้ง

 

         สรุปส่งท้าย ฐานและอัตราภาษี สำหรับ ภาษีธุรกิจเฉพาะ เมื่อเราทำความเข้าใจกับภาษีธุรกิจเฉพาะ กันไปบ้างแล้ว เราจะมาดูกันว่า ฐานภาษีที่ใช้คำนวณภาษีธุรกิจเฉพาะนั้นมีฐานอยู่ที่เท่าไหร่บ้าง ซึ่งการคำนวณจะใช้รายรับก่อนหักค่าใช้จ่าย โดยนับทั้งจากในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งจะคำนวณจากรายรับของธุรกิจแต่ละประเภทที่กำหนดเอาไว้ตามกฎหมาย แล้วนำไปคูณด้วยอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะที่กำหนดเอาไว้ ซึ่งทาง Property4Cash เงินด่วนอสังหาได้สรุปเอาไว้ให้แล้ว ว่าธุรกิจใดต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่บ้าง ดังนี้

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

25
Apr 24
ทำความรู้จัก บสย. ตัวช่วยของผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs

ธุรกิจ SMEs ในปัจจุบัน พบกับปัญหาอย่างหนึ่ง “การไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน” ฝันร้ายของธุรกิจ SMEs เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง และไม่มีหลักทรัพย์สำหรับค้ำประกันจะขอสินเชื่อที่ไหนก็ไม่ผ่าน เชื่อเลยว่ายังมีหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามีหน่วยงานจากภาครัฐที่คอยให้ความช่วยเหลือธุรกิจ SMEs เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น นั่นก็คือ “ บสย. คือ บริษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม”   บสย.คือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง Property4Cash มีคำตอบ ! บสย. คือ ใคร   บสย.คือ สถาบันการเงินของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภายใต้การกำกับของกระทรวงการคลัง โดยมีหน้าที่ค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs ที่ไม่มีหลักทรัพย์ และมีหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน  เพื่อให้ได้วงเงินสินเชื่อตามที่ต้องการ หน้าที่หลักของบสย.  บสย.มีนโยบายค้ำประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SMEs ทุกประเภท ที่ต้องการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดภาระหลักทรัพย์ และช่วยให้มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ SMEs ผ่านกิจกรรมต่างๆ และเป็นตัวกลางข้อมูลเพื่อดำเนินการระหว่ […]

อ่านเพิ่มเติม
13
Feb 26
กฎหมายขายฝากฉบับ 2569 สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของทรัพย์ต้องรู้

อัพเดท กฎหมายขายฝากฉบับ 2569 สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของทรัพย์ต้องรู้                การทำ สัญญาขายฝาก เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับเจ้าของทรัพย์ที่ต้องการเงินด่วน แต่หากไม่รู้กฎหมายให้ดี อาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น สูญเสียทรัพย์สินได้ง่ายกว่าที่คิด                กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การขายฝาก ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยอยู่ภายใต้บทบัญญัติที่ว่าด้วย Sale with Right of Redemption ซึ่งเป็นรูปแบบสัญญาซื้อขายที่เจ้าของทรัพย์ยังมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกันในสัญญา หากไม่ไถ่คืนตามกำหนด ทรัพย์จะตกเป็นของผู้ซื้อโดยสมบูรณ์                พร้อมกันนี้ ยังมีกฎหมายเฉพาะที่คุ้มครองการขายฝาก “ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือเพื่ออยู่อาศัย” ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2562 และยังมีสาระสำคัญที่ยังคงใช้บังคับในปี 2569 (และต่อไป) เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมให้คู่สัญญา โดยเฉพาะผู้ขายฝากที่มักมีอำนาจต่อรองน้อยกว่าผู้รับซื้อฝาก ด้านล่างนี้คือ สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของทรัพย์ควรรู้ ตามกฎหมายขายฝากฉบับปัจจุบัน (2569) 👇                1. ขายฝาก คือ สัญญาซื้อขายที่มีสิทธิเข้าไถ่คืน ขายฝาก ค […]

อ่านเพิ่มเติม
17
Mar 26
ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนบ้านให้สร้างรายได้และเพิ่มสภาพคล่อง

ใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรดี? เปลี่ยนอสังหาฯ ให้สร้างโอกาสทางการเงิน                บ้านไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังสามารถเป็น เครื่องมือทางการเงิน (Financial Asset) ที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง สร้างรายได้ และต่อยอดการลงทุนได้ หากบริหารจัดการอย่างเหมาะสม บทความนี้จะพาไปรู้จักแนวคิดและวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ทางการเงินสูงสุด บ้านสามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินได้อย่างไร                โดยทั่วไปแล้ว บ้านถือเป็น สินทรัพย์ (Asset) ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว นอกจากการถือครองเพื่ออยู่อาศัย ยังสามารถนำไปใช้ในหลายรูปแบบ เช่น ใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อ สร้างรายได้จากการปล่อยเช่า เพิ่มมูลค่าด้วยการรีโนเวท ขายต่อเพื่อทำกำไรในอนาคต การเข้าใจวิธีใช้บ้านให้เกิดประโยชน์ จะช่วยเปลี่ยนจาก ค่าใช้จ่าย (Expense) ให้กลายเป็น สินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) 4 วิธีใช้บ้านเป็นเครื่องมือทางการเงิน                1. ใช้บ้านเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง บ้านสามารถนำไปใช้เป็น หลักประกันเพื่อขอสินเชื่อ จากสถาบันการเงิน เช่น ทำขายฝาก จำนอง กับเงินด่วนอสังหา, สินเชื่อบ้านแลกเ […]

อ่านเพิ่มเติม