21
Nov 25

               ไม่ควรขายทรัพย์ แต่ควรขายฝาก เมื่อธุรกิจต้องการเงินแค่ 6 เดือน ในช่วงที่ธุรกิจต้องการ เงินด่วนเพื่อหมุนสั้นๆ เพียง 3–6 เดือน เจ้าของกิจการมักเผชิญแรงกดดันจนคิดจะ “ขายทรัพย์” เช่น บ้าน คอนโด หรือที่ดิน เพื่อให้ได้เงินเร็วที่สุด 

               แต่จริงๆ แล้วการขายทรัพย์ อาจทำให้คุณ เสียโอกาสสำคัญในระยะยาว เพราะคุณกำลัง “แลกทรัพย์สินถาวรกับเงินที่ต้องใช้เพียงชั่วคราว” ทางเลือกที่เหมาะกว่าในการแก้ปัญหาเงินหมุนระยะสั้นคือ —-> การขายฝาก

⭐ทำไมการขายทรัพย์จึงไม่เหมาะ หากต้องการเงินเพียง 6 เดือน?

1) ขายทรัพย์ = เสียกรรมสิทธิ์ถาวร แม้ต้องการเงินแค่ระยะสั้น

               การขายทรัพย์คือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้อื่นแบบ 100% แต่ปัญหาเงินหมุนของคุณอาจต้องการเวลาเพียงไม่กี่เดือนในการฟื้นตัว การเสียทรัพย์ไปถาวร เพื่อแก้ปัญหาชั่วคราว จึง ไม่คุ้มในเชิงธุรกิจ

 

2) รีบขาย = ได้ราคาต่ำกว่าตลาดเสมอ

               ผู้ที่ขายทรัพย์ เพราะต้องการเงินด่วน มักเจอผู้ซื้อที่ต่อรองหนัก เช่น ขอราคาต่ำ, เพราะอยากปิดดีลไวแลกส่วนลด ใช้เวลาประเมินและยื่นกู้นาน ทำให้โอกาสขายได้ราคาตลาดแทบเป็นไปไม่ได้ บางคนต้องลดราคาถึง 10–30% เพียงเพื่อให้ได้เงินทันเวลา

 

3) กระบวนการขายทรัพย์ใช้เวลานานกว่าที่คิด

               ถึงแม้ต้องการขายด่วน แต่โดยเฉลี่ยการขายทรัพย์ต้องใช้เวลา

  • 1–3 เดือนในการหาผู้ซื้อ
  • เวลาให้ผู้ซื้อยื่นกู้
  • ตรวจบ้าน
  • เจรจาราคา
  • นัดโอน

               หากธุรกิจต้องการเงินด่วนใน 7 วัน การขายทรัพย์จะ ไม่ทันต่อความจำเป็น

 

⭐ข้อดีของ “ขายฝาก” สำหรับธุรกิจที่ต้องการเงินด่วน 6 เดือน

               1) ได้เงินเร็วมาก — เหมาะกับสถานการณ์เร่งด่วน ขายฝากใช้เวลาอนุมัติเพียง 1–3 วัน เพราะประเมินจากมูลค่าทรัพย์เป็นหลัก จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเงินหมุนทันที เช่น

  • เติมสต๊อกสินค้า
  • รับงานก้อนใหญ่
  • ปิดหนี้หมุนเวียนที่ดอกเบี้ยสูง
  • ใช้จ่ายฉุกเฉินในกิจการ

               2) ไม่เสียทรัพย์ถาวร — ไถ่กลับได้ตามสัญญา คือ ข้อดีที่เหนือกว่าการขาย ในขายฝาก คุณยังคงมีสิทธิ์ไถ่ทรัพย์คืนได้ ภายในกำหนด 6 เดือน – 3 ปี เหมาะกับธุรกิจที่มั่นใจว่าเงินจะกลับมาหมุนได้ในเวลาไม่เกินครึ่งปี

               3) ค่าใช้จ่ายรวมถูกกว่าการขายทรัพย์ ไม่เสียภาษีขาย, ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า, ค่าใช้จ่ายที่กรมที่ดินต่ำ, ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้นอกระบบหลายเท่า เมื่อเทียบกันแล้ว การขายฝากทำให้ธุรกิจรักษาทรัพย์ + ลดต้นทุนทางการเงิน

               4) วงเงินสูงเพราะใช้ทรัพย์ค้ำประกัน การขายฝากให้วงเงินประมาณ 50–80% ของราคาตลาดจริง เพียงพอกับเงินหมุนระยะสั้นของหลายธุรกิจ เช่น โรงงานขนาดเล็ก ธุรกิจนำเข้า
ร้านค้าออนไลน์ ธุรกิจบริการ และ SMEs ทั่วไป

               5) ปลอดภัยเพราะทำสัญญาที่กรมที่ดิน ไม่ต้องกลัวโดนโกง เพราะทำสัญญาแบบถูกต้องตามกฎหมาย, มีเจ้าหน้าที่กำกับทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความชัดเจนและความเสี่ยงต่ำ

               สรุปส่งท้าย หากต้องการเงินแค่ 6 เดือน ไม่ควรขายทรัพย์ แต่ควรขายฝาก คือ ทางเลือกที่คุ้มกว่า ขายฝากได้เงินเร็วมาก 1-3 วัน ไม่เสียกรรมสิทธิ์ ครบกำหนดก็มาไถ่ถอนคืนได้ ไม่พร้อมก็ต่อสัญญาได้ เงินที่ได้เป็นไปตามมูลค่าทรัพย์ ณ ตอนนั้น ด้วยเหตุนี้การขายฝาก จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเงินหมุนในระยะสั้นๆ ธุรกิจที่ต้องการเงินด่วนระยะสั้นกว่า 6 เดือน ไม่ควรขายทรัพย์เด็ดขาด เพราะจะเสียของจริงโดยไม่จำเป็น ขายฝาก ช่วยแก้ปัญหาได้เร็วกว่า ปลอดภัยกว่า และคุ้มค่ากว่าเยอะเลยค่ะ…

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ไถ่ถอนขายฝาก
10
Jan 23
เฮ้ย! ไถ่ถอนขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยหรอ!!!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำขายฝากนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน เสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันปกติ แต่ผู้ขายฝากหลายๆ คนนั้นไม่รู้ และนายทุนผู้รับขายฝากหรือนายหน้าก็ไม่ได้บอกเราไว้ ทำให้เจ้าของทรัพย์ที่มาทราบทีหลัง ตกใจกับค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่า ค่าใช้จ่ายในการ ไถ่ถอนขายฝาก นั้น มีอะไรบ้าง..? การไถ่ถอนขายฝาก เปรียบเสมือน “การซื้อกลับ” แต่เป็นการซื้อกลับภายในระยะเวลาสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนเหมือนกับการซื้อขายโดยทั่วไปตามปกติเช่นกัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล  ค่าใช้จ่ายการ ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม – แปลงละ 50 บาท ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย – คำนวณตามระยะเวลาถือครอง ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร นับตั้งแต่วันที่ได้ทำสัญญาขายฝากจนถึงวันที่จดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก อากรแสตมป์ – ร้อยละ 50 สตางค์ (0.50%) โดยคำนวณจากราคาที่จดทะเบียนขายฝาก หรือ ราคาประเมินจากกรมที่ดินในขณะนั้น แล้วแต่ว่าราคาใดมากกว่า  **หมายเหตุ การไถ่ถอนขายฝาก โดยหลักการแล้ว […]

อ่านเพิ่มเติม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%
28
Aug 25
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%

          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 0.25% เพื่อช่วยส่งแรงหนุนอสังหาฟื้นเชื่อมั่น – กำลังซื้อ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้ลดดอกเบี้ย นับเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ แนะรัฐเร่งคลายเกณฑ์สินเชื่อ กระตุ้นดีมานด์บ้านไม่เกิน 7 ล้าน            การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% และมีผลทันทีนั้น ถือเป็น “ข่าวดี” ที่ส่งแรงหนุนต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งฝั่งอุปสงค์ และอุปทานในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน           คุณสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า… มาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกใน 3 มิติหลัก คือ “ต้นทุนการกู้ต่ำลง – ฟื้นความเชื่อมั่น – ผ่อนภาระผู้ประกอบการ” ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดบ้านจัดสรรในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม             ดอกเบี้ยที่ลดลงทันที จะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้กู้สินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่ใช้ดอกเบี้ยแบบลอยตัว ภาระผ่อนต่อเดือนจะลดลง เพิ่มความสามารถในการซื้อบ้านในระยะสั้น           หนึ่งในผลกระทบที่จับต้องได้ชัดเจน คือ ต้ […]

อ่านเพิ่มเติม
จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร
30
Mar 23
จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร

ช่วงนี้หลายคนอาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจเพราะโควิดไม่มากก็น้อย หนึ่งในทางออกที่ใช้คือการนำทรัพย์สินที่มีออกมาขาย หรือนำทรัพย์สินที่มีค่าไป จำนำ หรือ จำนอง  หลายคนก็ยังสงสัยว่า จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะพาทุกคนไปไข้ข้อสงสัยนี้กัน มาดูกัน จำนอง จำนำ แตกต่างกันอย่างไร การจำนอง การที่ผู้จำนองนำทรัพย์สินที่มีค่านำมาประกันเพื่อกู้เงินมาใช้  โดยใช้เป็นหลักประกันคือ อสังหาริมทรัพย์  คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น คอนโด โฉนดที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ โดยการจำนอง ผู้จำนองต้องนำสินทรัพย์ไปจดทะเบียนไว้กับผู้รับจำนอง ซึ่งต้องกระทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ต้องโอนที่ดินหรือทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจำนอง สาระสำคัญ ทรัพย์สินที่นำมาจำนองจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ ผู้จำนองไม่ต้องส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่ผู้รับจำนอง โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้จำนองอยู่ ผู้จำนองเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกก็ได้ มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที ณ กรมที่ดิน ในกรณีที่ผู้จำนองไม่สามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้ต้องทำการฟ้องร้องเพื่อบังคับจำนองโดยการที่จะนำทรัพย์สินไปข […]

อ่านเพิ่มเติม