25
Feb 26

ค่าธรรมเนียมและภาษี ณ กรมที่ดิน ปี 2569 คำนวณอย่างไร?

               การซื้อขายบ้าน คอนโด หรือที่ดินในปี 2569 หลายคนกังวลว่า “ต้องจ่ายค่าอะไรบ้างที่กรมที่ดิน?” และ “คำนวณอย่างไรให้ไม่พลาด?” บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุปให้ครบ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างคำนวณเบื้องต้น โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์ตามแนวทางของ กรมที่ดิน และกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง (อัตราอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศราชการ)

ค่าใช้จ่ายหลักๆ วันที่โอนกรรมสิทธิ์ มีอะไรบ้าง?

1) ค่าธรรมเนียมการโอน

  • อัตรา 2% ของ “ราคาประเมินราชการ” หรือ “ราคาซื้อขาย” แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า

  • ปกติผู้ซื้อ–ผู้ขายตกลงกันว่าใครเป็นผู้ชำระ (มักแบ่งคนละครึ่ง แต่ไม่ตายตัว)

สูตรคำนวณ

ค่าธรรมเนียมโอน = 2% × ราคาที่ใช้คำนวณ (ประเมินหรือซื้อขายที่สูงกว่า)

2) ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax)

  • อัตรา 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่นแล้ว)

  • เรียกเก็บเมื่อผู้ขายถือครองอสังหาฯ ไม่ถึง 5 ปี และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านครบ 1 ปี

  • คำนวณจากราคาที่สูงกว่าเช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมโอน

สูตรคำนวณ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ = 3.3% × ราคาที่ใช้คำนวณ

หากเข้าเงื่อนไขยกเว้น จะไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่จะไปเสีย “อากรแสตมป์” แทน

3) อากรแสตมป์

  • อัตรา 0.5% ของราคาที่ใช้คำนวณ

  • เก็บเฉพาะกรณีที่ ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

สูตรคำนวณ

อากรแสตมป์ = 0.5% × ราคาที่ใช้คำนวณ

4) ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

  • ผู้ขายเป็นผู้ชำระ

  • คำนวณแบบขั้นบันได ตามหลักเกณฑ์ของ กรมสรรพากร

  • ใช้ “ราคาประเมินราชการ” และจำนวนปีที่ถือครองมาคำนวณเฉลี่ยรายปี ก่อนคูณอัตราภาษีก้าวหน้า

หมายเหตุ: เป็นขั้นตอนคำนวณเฉพาะกรณีบุคคลธรรมดา หากเป็นนิติบุคคลจะคิดต่างออกไป

ตัวอย่างการคำนวณ (สมมติ)

  • ราคาซื้อขาย: 3,000,000 บาท

  • ราคาประเมิน: 2,800,000 บาท

  • ➡ ใช้ 3,000,000 บาท (เพราะสูงกว่า)

กรณีถือครองไม่ถึง 5 ปี และไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น

  • ค่าธรรมเนียมโอน 2% = 60,000 บาท

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% = 99,000 บาท

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = คำนวณตามขั้นบันได (ขึ้นกับปีที่ถือครอง)

กรณีถือครองเกิน 5 ปี หรือเข้าเงื่อนไขยกเว้น

  • ค่าธรรมเนียมโอน 2% = 60,000 บาท

  • อากรแสตมป์ 0.5% = 15,000 บาท

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = คำนวณตามขั้นบันได

               สรุปเข้าใจง่าย ค่าโอน 2% เจอแทบทุกกรณี หากถือครองไม่ถึง 5 ปี จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% และเมื่อถือครองเกิน 5 ปี มักเสียอากรแสตมป์ 0.5% แทน ผู้ขายต้องคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายด้วยเสมอ ก่อนวันโอนจริง แนะนำให้สอบถามเจ้าหน้าที่กรมที่ดินในพื้นที่ เพื่อเช็กยอดสุทธิอีกครั้ง เพราะรายละเอียดปลีกย่อย เช่น การแบ่งชำระ หรือมาตรการรัฐ ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงในปี 2569 แล้วแต่นโยบายของรัฐบาล

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

20
Jul 24
ผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?

สัญญาขายฝาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเงินทุน แต่ยังต้องการคงไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า สัญญาขายฝากนั้นเหมือนกับการจำนองที่ดิน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ตามมาหากผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา วันนี้  เราจะมาไขข้อข้องใจ  “กรณีผู้ขายฝากไม่มีเงินมา ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?”  พร้อมเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ  “เกี่ยวกับสัญญาขายฝาก กันค่ะ   เมื่อผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของ “ผู้รับขายฝาก” โดยไม่ต้องดำเนินการฟ้องร้องใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากการจำนอง ที่ผู้รับจำนองจะต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับคดีก่อน จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งนี้ สิทธิ์ของผู้ขายฝากที่จะไถ่ถอนที่ดินนั้น  จะมีระยะเวลา “ไม่เกิน 10 ปี”  นับตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝาก  ซึ่งระยะเวลานี้  สามารถตกลงกัน  “ให้สั้นลงหรือยาวนานขึ้นได้”  แต่ไม่เกิน 10 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีช่องทางช่วยเหลือผู้ขายฝาก  “กรณีพิเศษ”  ดังนี้       R […]

อ่านเพิ่มเติม
11
Nov 25
เครดิตบูโรไม่ดี = หมดสิทธิ์กู้เงิน?

เครดิตบูโรไม่ดี = หมดสิทธิ์กู้เงิน?                ไม่จริงเสมอไป! หลายคนเข้าใจว่าถ้า “เครดิตบูโรไม่ดี” จะไม่มีทางกู้ได้อีกเลย แต่ความจริงคือ ยังมีทางออก เพียงแต่ต้องรู้วิธีและเลือกแหล่งเงินที่ “เหมาะกับสถานการณ์” ก่อนอื่น มารู้กันก่อนว่า “เครดิตบูโรไม่ดี” หมายถึงอะไร และส่งผลอย่างไร   เครดิตบูโรคืออะไร?                เครดิตบูโร คือ ข้อมูลประวัติการกู้ยืมเงินของเรา เช่น เคยผ่อนบ้าน รถ บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เคยจ่ายล่าช้า ผิดนัด หรือไม่ชำระหนี้ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ และธนาคารใช้พิจารณาก่อนอนุมัติสินเชื่อ หากมีประวัติ “ผิดนัดชำระหนี้” ซ้ำๆ ระบบจะมองว่าเป็น ผู้กู้ที่มีความเสี่ยงสูง ทำให้โอกาสกู้ผ่านลดลง ผลกระทบของเครดิตบูโรไม่ดี กู้เงินจากธนาคารยาก หรือถูกปฏิเสธทันที ต้องใช้หลักประกันมากขึ้น อัตราดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ ไม่สามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ในระยะสั้น แต่ข่าวดีคือ… ยังมีช่องทางอื่นที่กู้ได้จริง ถูกกฎหมาย และได้เงินเร็ว   นี่คือ 4 ทางออก เมื่อเครดิตบูโรไม่ดี แต่ต้องการเงินด่วน ใช้ “ทรัพย์สินค้ำประกัน” เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด                นี่คือวิธีที่ได้ผลท […]

อ่านเพิ่มเติม
ใบปลอดหนี้ คืออะไร รู้ไว้ก่อนซื้อขายบ้าน-คอนโด
9
Jun 23
ใบปลอดหนี้คืออะไร รู้ไว้ก่อนซื้อขายบ้าน-คอนโด

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนไม่คุ้นชินกับคำนี้แน่ๆ “ใบปลอดหนี้”  และเพื่อนๆ ก็คงไม่รู้ว่า อะไรคือใบปลอดหนี้ วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับเอกสารนี้กัน เพราะว่าใบปลอดหนี้ นั้น มีความสำคัญมากสำหรับคนที่อยากจะซื้อ ขาย’ บ้านและคอนโด ใบปลอดหนี้ คือ หนังสือเอกสารที่ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระเงินค่าส่วนกลางในการอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งถ้าขาดเอกสารตัวนี้ไป จะทำให้เราไม่สามารถทำธุรกรรมการโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินได้ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ไม่สามารถซื้อขายได้นั่นเอง ใครต้องเป็นคนขอและต้องขออย่างไร ผู้ขายจะต้องเป็นผู้ดำเนินการขอเอกสารที่สำนักงานนิติบุคคลนั้นๆ เพื่อจัดการค่าใช้จ่ายค้างชำระ (ถ้ายังไม่จ่ายค่าชำระ) หากมีการค้างค่าชำระบางประการ อาจจะต้องมีระยะเวลาในการออกเอกสารที่ยาวนานกว่า ขึ้นอยู่แต่ละกรณีที่แตกต่างกันไป เอกสารที่ต้องเตรียม สำเนาทะเบียนบ้านผู้ซื้อ-ผู้ขาย อย่างละ 1 ชุด สำเนาบัตรประชาชนผู้ซื้อ-ผู้ขาย อย่างละ 1 ชุด สำเนาโฉนดหน้า-หลัง สัญญาซื้อขาย ที่มีการระบุชื่อผู้ซื้อและผู้ขายชัดเจน หากชื่อหรือนามสกุลของผู้ซื้อหรือผู้ขายไม่ตรงกัน ให้นำใบเปลี่ยนชื่อหรือใบเปลี่ย […]

อ่านเพิ่มเติม