5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?
24
Sep 25

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?

          คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหม? เงินเดือนออกมาไม่ทันไรก็หมด รายรับไม่พอกับรายจ่าย ต้องคอยหยิบยืม หรือรูดบัตรเครดิตเป็นประจำ ถ้าคุณกำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา มี 5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน ที่ใช้ได้จริง ช่วยให้คุณกลับมาควบคุมการเงินได้อีกครั้ง

 

1. ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย อย่างละเอียด

          เริ่มจากการรู้จัก “ที่มาที่ไป” ของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายรายวันอย่างจริงจัง เพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายใดจำเป็น และค่าใช้จ่ายใดสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้

เคล็ดลับ

  • ใช้แอปพลิเคชันจดบัญชี เช่น Money Lover, Spendee หรือสมุดจดธรรมดาก็ได้
  • เช็กย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อหาพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่จำเป็น

 

2. ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

          เมื่อรู้ว่า… ค่าใช้จ่ายไหนเกินตัว ก็ถึงเวลาปรับลด เช่น งดกินข้าวนอกบ้านบ่อย, ยกเลิกสมัครสมาชิกแอปหรือบริการที่ไม่ได้ใช้, เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของจาก “อยากได้” เป็น “จำเป็นต้องใช้”
จำไว้ : เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ คือเงินที่ช่วยให้คุณรอดในยามวิกฤต

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?

3. หาช่องทางเพิ่มรายได้

          ถ้ารายจ่ายเกินรายรับ แค่ประหยัดอย่างเดียวอาจไม่พอ คุณอาจต้องมองหา “รายได้เสริม” เช่น รับจ๊อบฟรีแลนซ์ งานพาร์ทไทม์ หรือขายของออนไลน์ ใช้ความสามารถหรือความถนัดที่มีอยู่ เช่น ถ่ายภาพ ออกแบบ กวดวิชา ฯลฯ ทำ Dropshipping หรือ Affiliate ก็เริ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนเยอะ

4. วางแผนใช้หนี้ให้เป็นระบบ

          หนี้สิน คือ สิ่งที่ดูดเงินจากคุณทุกเดือน ถ้าคุณมีหนี้หลายก้อน ควรวางแผนจัดการให้เป็นระบบ เช่น จ่ายหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน, รวมหนี้หลายก้อนให้เหลือแค่รายจ่ายเดียว (Debt Consolidation) ถ้าไม่ไหวจริงๆ ควรติดต่อเจ้าหนี้ เพื่อเจรจา ไม่ควรหนีหนี้เด็ดขาด

5. ฝึกวินัยทางการเงิน & วางแผนระยะยาว

          การจัดการการเงินไม่ใช่เรื่องชั่วคราว แต่คือ วินัยระยะยาว ตั้งงบประมาณรายเดือน และพยายามไม่ใช้เกิน เก็บเงินฉุกเฉินให้ได้อย่างน้อย 3-6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือน ศึกษาการลงทุนในระดับที่เข้าใจ เช่น กองทุนรวม หุ้น หรือประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์

          สรุปส่งท้าย หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ไม่ใช่จุดจบ การเงินมีปัญหาไม่ใช่เรื่องแปลก ใครๆ ก็เคยเจอได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องเริ่มลงมือแก้ไขตั้งแต่วันนี้ เพียงแค่คุณมีวินัย และทำตาม 5 วิธีข้างต้น เงินก็จะเริ่มนิ่ง และคุณจะค่อยๆ กลับมาควบคุมชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้งนั่นเองค่ะ

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร
18
Apr 23
Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรอยู่บ่อยๆ แต่หลายๆ อาจยังไม่เข้าใจ ว่าจริงๆ แล้วเครดิตบูโร มันคืออะไร และมันต่างจาก Blacklist ยังไงบ้าง มาค่ะ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกัน ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และเอามาวัดเครดิตการเงินของเราอย่างไรบ้าง ข้อมูลเครดิตบูโร คือข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของเรา ซึ่งมันจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต หรือเราเรียกสั้นๆว่า NCB  ปัจจุบันข้อมูลเครดิตประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1 ข้อมูลบ่งชี้ถึงตัวตนเรา เช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน 2 ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อ ราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต รวมถึงสถานะบัญชีอีกด้วย สถานะบัญชี คือ รายงานที่จะบอกว่าคุณชำระสินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว * สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น ข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร ? ต้องบอกเลยค่ะว่ามันสำคัญมาก เพราะมันคือข้อมูลเครดิตที่จะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ ที่จะสะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเรา แสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้ และความน่ […]

อ่านเพิ่มเติม
20
Sep 24
ทำสัญญาขายฝากไปแล้ว เจ้าของทรัพย์อยากจะเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลได้ไหม

กรณีที่ทรัพย์ ทำสัญญาขายฝาก ไปแล้ว เจ้าของทรัพย์ต้องการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (เจ้าของคนเดิม แต่ต้องการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล) ที่สำนักงานเขต สามารถทำได้อย่างแน่นอน ไม่ได้ปิดกฎหมาย และในวันที่ไถ่ถอน เจ้าของทรัพย์จะต้องนำใบเปลี่ยนชื่อของตนเองมาด้วย  แต่ถ้าหากทรัพย์ไม่นำใบเปลี่ยนชื่อของตนเองมา ก็จะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ การเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล สามารถทำได้ทั้งผู้ขายฝาก และผู้รับซื้อฝาก แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปข้างต้น เมื่อวันที่ต้องทำธุรกรรมที่กรมที่ดิน เอกสารการเปลี่ยนชื่อนั้นต้องเตรียมมาทั้ง2ฝ่าย ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนชื่อนามสกุลในระหว่างที่สัญญาขายฝาก (เปลี่ยนชื่อเป็นผู้ขายฝากคนใหม่) สัญญายังมีผลบังคับใช้อยู่นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย และไม่สามารถทำได้โดยพลการ เนื่องจากสัญญาขายฝากเป็นสัญญาที่มีผลทางกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงชื่อนามสกุลของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในสัญญา จะส่งผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของทั้งผู้ซื้อฝากและผู้รับซื้อฝาก การที่ผู้ขายฝากเดิมจะเปลี่ยนชื่อเป็นผู้ขายฝากคนใหม่ ผู้ขายฝากคนเดิมจะต้องมาไถ่ถอนสัญญาขายฝากเดิมก่อน แล้วจึงจะ ทำสัญญาขายฝาก ใหม่และเปลี่ยนเป็นชื่อผู้ขายฝากคนใหม่ได้ เห […]

อ่านเพิ่มเติม
ไถ่ถอนจำนอง-ขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
22
Mar 23
ไถ่ถอนจำนอง-ขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

เพื่อนๆ หลายคนที่มีข้อสงสัยว่าถ้าต้องการ “ไถ่ถอน” จำนองและขายฝากต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรไหม ? เพราะว่าบางคนอาจจะมีความสามารถชำระหนี้หมดก่อนเวลาที่กำหนดไว้  ซึ่งการ ไถ่ถอนจำนอง หรือขายฝากนั้น ก็มีความแตกต่างกันแล้วแต่กรณีตามประเภทของการไถ่ถอน วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่า การไถ่ถอนจำนอง และขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ? ไปดูกันเลย การ ไถ่ถอนจำนอง คืออะไร คือ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของทรัพย์ ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักค้ำประกันในการชำระหนี้ ต่อมาได้ทำการชำระหนี้ที่จำนองไว้เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อชำระหนี้หมดแล้ว ต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองเพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิว่าไม่มีการจำนอง หรือปลอดจำนองแล้วนั่นเอง วิธีการไถ่ถอนจำนอง มี 2 แบบ ผู้จำนอง และ ผู้รับจำนอง ไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน พร้อมกัน ผู้ที่มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียว ไปที่สำนักงานที่ดิน นำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนอง ฉบับผู้รับจำนองว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว มีการชำระหนี้ครบแล้ว ไปขอจดทะเบียนไถ่ถอน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ […]

อ่านเพิ่มเติม