29
Nov 25

ทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดินต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม

               การทำสัญญาจำนองไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด ที่ดิน หรืออสังหาอื่นๆ จำเป็นต้องทำที่ กรมที่ดินเท่านั้น และต้องมีเอกสารครบทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นอาจล่าช้า เสียเวลา และอาจต้องเลื่อนวันทำธุรกรรมใหม่ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา สรุป เอกสารที่ต้องใช้จริง, ขั้นตอน, และ คำแนะนำในการเตรียมตัว เพื่อให้ทำธุรกรรมได้เร็วที่สุด

1) เอกสารที่ต้องใช้ในการทำสัญญาจำนอง (ผู้กู้)

               1. บัตรประชาชนตัวจริง ห้ามใช้สำเนา ต้องเป็นบัตรตัวจริงเท่านั้น ถ้าบัตรหมดอายุให้ต่ออายุใหม่ก่อนวันจำนอง

               2. ทะเบียนบ้าน (ตัวจริงหรือสำเนาเซ็นรับรอง) ใช้ประกอบยืนยันตัวตนผู้ถือกรรมสิทธิ์

               3. โฉนดที่ดินตัวจริง (น.ส.3, น.ส.3ก, น.ส.4จ / โฉนดคอนโด) เป็นเอกสารสำคัญที่สุด ต้องเป็นเล่มตัวจริง เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบ:

      • สภาพโฉนด

      • ชื่อเจ้าของ

      • เลขที่ดิน–หน้าสำรวจ

      • ภาระผูกพันเดิม เช่น ถูกอายัด หรือถูกจำนองอยู่แล้ว

               4. เอกสารยืนยันสถานะทรัพย์ ในบางกรณีเจ้าหน้าที่อาจขอเพิ่ม เช่น

      • ใบคำขอเลขที่บ้าน (สำหรับบ้านใหม่)

      • หนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ห้องชุด (คอนโด)

      • ใบรับรองปลอดหนี้ (ถ้าเพิ่งปิดจำนองธนาคารเดิม)

               5. ทะเบียนสมรส / ใบหย่า / ใบมรณบัตร (ถ้ามี) สำคัญมาก เพราะกรณี “สมรสจดทะเบียน” ต้องมีคู่สมรสเซ็นยินยอมทุกครั้ง หากไม่ได้พาคู่สมรสมาด้วย อาจทำให้จำนองไม่ได้

2) เอกสารที่ต้องใช้ (ผู้ให้กู้/ผู้รับจำนอง)

               1. บัตรประชาชนตัวจริงของผู้ให้กู้ ถ้าเป็นบริษัท ต้องมี:

      • หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 3 เดือน

      • บัตรประชาชนกรรมการ

      • ตราประทับบริษัท (ถ้ามี)

               2. หนังสือสัญญาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกันล่วงหน้า บริษัท/ผู้ให้กู้บางรายจะเตรียมมาให้ หรือทำร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน

3) ค่าใช้จ่ายในการทำสัญญาจำนอง โดยทั่วไปมีดังนี้:

               ✔ ค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง (ขั้นต่ำ 50 บาท สูงสุด 200,000 บาท)

               ✔ ค่าธรรมเนียมอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงิน ถูกกว่า “ขายฝาก” มาก

               ✔ ค่าคำร้อง / ค่าเอกสารเล็กน้อย ประมาณ 10–20 บาท

4) ขั้นตอนการทำสัญญาจำนองที่กรมที่ดิน

               1) ยื่นคำขอที่เคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่รับเรื่อง ตรวจโฉนด บัตรประชาชน และประวัติ

               2) เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูล เช็กโฉนดว่าปลอดภาระหรือมีการจำนองอยู่ก่อน เช็กบุคคลว่าเป็นเจ้าของทรัพย์จริง

               3) ร่างสัญญาจำนอง เจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะเป็นผู้จัดทำสัญญาให้ หากเป็นบริษัทรับจำนอง จะมีสัญญาแนบท้ายเพิ่ม

               4) เซ็นสัญญาต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จะอ่านและอธิบายรายละเอียด ทั้งสองฝ่ายต้องเซ็นต่อหน้าเท่านั้น

               5) ชำระค่าธรรมเนียม – รับโฉนดที่จดจำนองเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ประทับตรา “จำนอง” ลงบนโฉนด ถือเป็นการเสร็จสิ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

5) คำแนะนำก่อนวันไปจำนอง (สำคัญมาก!)

               ✔ ตรวจสอบให้ครบว่าทรัพย์เป็นชื่อของผู้กู้จริง ชื่อในบัตรและโฉนดต้องตรงกัน 100%

               ✔ ถ้าสมรส ต้องพาคู่สมรสไปด้วย ไม่เช่นนั้นจะทำสัญญาไม่ได้

               ✔ ตรวจบัตรประชาชนว่าหมดอายุหรือไม่

               ✔ เตรียมเอกสารให้ครบทุกชุด เพื่อประหยัดเวลาที่กรมที่ดิน

               สรุปส่งท้าย เตรียมเอกสารครบ ทำสัญญาจำนองได้เร็วขึ้น การจำนองที่กรมที่ดินเป็นธุรกรรมที่ต้องทำตามขั้นตอนและต้องมีเอกสารครบถ้วน หากเตรียมตัวดี การจำนองสามารถเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 1–2 ชั่วโมง

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

บังคับจำนอง
3
Jan 23
การบังคับจำนอง คืออะไร ?

บังคับจำนอง ไม่ได้หมายความว่าเรามีทรัพย์สินอยู่แล้วถูกบังคับให้เอาไปจำนองแต่อย่างใด แต่หมายถึงการที่เราได้ทำสัญญาจำนองไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ผิดสัญญา ไม่จ่ายดอกเบี้ย ไม่ชำระหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้ถูกฟ้องร้องต่อศาล โดยการบังคับจำนอง นั้นทำได้ 2 วิธีคือ ประเภทของ บังคับจำนอง ขายทอดตลาด คือการยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่ง “ยึด” ทรัพย์สินที่จำนองไว้ขายทอดตลาด และนำเงินมาใช้หนี้แก่ผู้รับจำนอง โดยจำเป็นต้องส่งหนังสือแจ้งลูกหนี้ก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ถึงจะสามารถฟ้องร้องได้ การบังคับจำนองขายทอดตลาดนั้น หากตัวทรัพย์สินที่จำนองไว้มูลค่าต่ำกว่าหนี้ที่มีอยู่ ลูกหนี้ไม่จำเป็นต้องเสียค่าส่วนต่างแต่อย่างใด (แต่เสียที่ดิน เสียบ้านนะจ๊ะ!) และหากสามารถขายทรัพย์สินในราคาที่สูงกว่าหนี้ที่คงค้างได้ เจ้าหนี้จำเป็นต้องนำเงินส่วนที่เกินมาคืนให้แก่ลูกหนี้ไป จะเห็นได้ว่าการจำนองนั้น “เจ้าหนี้” ค่อนข้างเสียเปรียบในการทำสัญญาไม่น้อย เพราะฉะนั้น จะรับจำนองทรัพย์สินอะไร ให้ประเมินราคา ประเมินมูลค่าที่แท้จริงให้ดีเสียก่อน ก่อนที่จะเสียทั้งเงินและเวลาไปโดยใช่เหตุ ยึดทรัพย์สินให้เป็นของเจ้าหนี้ กรณีนี้สา […]

อ่านเพิ่มเติม
Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร
18
Apr 23
Blacklist และ เครดิตบูโรต่างกันอย่างไร

หลายๆ คนอาจจะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรอยู่บ่อยๆ แต่หลายๆ อาจยังไม่เข้าใจ ว่าจริงๆ แล้วเครดิตบูโร มันคืออะไร และมันต่างจาก Blacklist ยังไงบ้าง มาค่ะ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกัน ว่ามันมีความสำคัญอย่างไร และเอามาวัดเครดิตการเงินของเราอย่างไรบ้าง ข้อมูลเครดิตบูโร คือข้อมูลประวัติการชำระหนี้ของเรา ซึ่งมันจะถูกจัดเก็บไว้ในระบบฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต หรือเราเรียกสั้นๆว่า NCB  ปัจจุบันข้อมูลเครดิตประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1 ข้อมูลบ่งชี้ถึงตัวตนเรา เช่น ชื่อ ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส อาชีพ เลขบัตรประชาชน 2 ข้อมูลเกี่ยวกับสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ และประวัติการชำระสินเชื่อ ราคาสินค้าหรือบริการโดยบัตรเครดิต รวมถึงสถานะบัญชีอีกด้วย สถานะบัญชี คือ รายงานที่จะบอกว่าคุณชำระสินเชื่อปกติ สินเชื่อที่ค้างชำระเกิน 90 วัน หรือ สินเชื่อที่ปิดบัญชีแล้ว * สินเชื่อที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย เป็นต้น ข้อมูลเครดิตมีความสำคัญอย่างไร ? ต้องบอกเลยค่ะว่ามันสำคัญมาก เพราะมันคือข้อมูลเครดิตที่จะแสดงถึงประวัติการชำระหนี้ ที่จะสะท้อนถึงพฤติกรรมและวินัยทางการเงินของเรา แสดงถึงความตั้งใจในการชำระหนี้ และความน่ […]

อ่านเพิ่มเติม
20
Jul 24
ผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?

สัญญาขายฝาก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ต้องการเงินทุน แต่ยังต้องการคงไว้ซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่า สัญญาขายฝากนั้นเหมือนกับการจำนองที่ดิน แต่ความจริงแล้วมีความแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่ตามมาหากผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดินภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา วันนี้  เราจะมาไขข้อข้องใจ  “กรณีผู้ขายฝากไม่มีเงินมา ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของใคร?”  พร้อมเจาะลึกประเด็นน่าสนใจ  “เกี่ยวกับสัญญาขายฝาก กันค่ะ   เมื่อผู้ขายฝากไม่มีเงินมาไถ่ถอนที่ดิน กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของ “ผู้รับขายฝาก” โดยไม่ต้องดำเนินการฟ้องร้องใดๆ เพิ่มเติม ต่างจากการจำนอง ที่ผู้รับจำนองจะต้องฟ้องร้องต่อศาล เพื่อบังคับคดีก่อน จึงจะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ทั้งนี้ สิทธิ์ของผู้ขายฝากที่จะไถ่ถอนที่ดินนั้น  จะมีระยะเวลา “ไม่เกิน 10 ปี”  นับตั้งแต่วันทำสัญญาขายฝาก  ซึ่งระยะเวลานี้  สามารถตกลงกัน  “ให้สั้นลงหรือยาวนานขึ้นได้”  แต่ไม่เกิน 10 ปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังมีช่องทางช่วยเหลือผู้ขายฝาก  “กรณีพิเศษ”  ดังนี้       R […]

อ่านเพิ่มเติม