ถูกเวนคืนที่ดิน เจ้าของที่ดินต้องรับมืออย่างไร?
10
May 23

เวนคืนที่ดินเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ในที่ดินของเพื่อนๆ โดนรัฐจะนำที่ดินเหล่านั้นมาสร้างเป็นสาธารณูปโภคต่าง ๆ
เพื่อพัฒนาประเทศ เช่น เส้นทางคมนาคม โครงการพัฒนา หรือ รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนที่มีแผนพัฒนาอีกยาวไกลในอนาคต
สำหรับการเวนคืนที่ดิน เพื่อนๆ หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจกระบวนการ และ ขั้นตอนที่จะรักษา “สิทธิ”ของตัวเองให้มีความคุ้มค่าที่สุดยังไง
วันนี้เราจะพาเพื่อนๆทุกคนไปเรียนรู้ขั้นตอนต่างๆ สำหรับการ ถูกเวนคืนที่ดิน เจ้าของที่ดินต้องรับมืออย่างไร?

เวนคืนที่ดินคือ
การที่ภาครัฐ หรือหน่วยงานราชการบังคับขอซื้อที่ดินจากประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดิน เพื่อนำไปสร้างสาธารณประโยชน์
หรือพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของประเทศ เช่น สร้างถนน สร้างทางด่วน มอเตอร์เวย์ หรือ สร้างสถานีรถไฟฟ้า เป็นต้น

ขั้นตอนการเวนคืนที่ดินของภาครัฐ

  1. รัฐจะประกาศพื้นที่ที่อยู่ในเขตแนวเวนคืนที่ดิน
  2. เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการสำรวจว่าอสังหาริมทรัพย์ใดบ้าง ที่อยู่ในเขตพื้นที่เวนคืนที่ดิน
  3. รัฐจะกำหนดราคาเวนคืนของอสังหาริมทรัพย์ และที่ดินในพื้นที่เวนคืนพิจารณาจากสภาพ
    และทำเลที่ตั้งของที่ดินด้วย และถ้าต้องเวนคืนเพียงบางส่วนของที่ดิน แล้วส่งผลให้ที่ดินส่วนที่เหลือนั้นราคาตก
    อันเกิดจากการเวนคืนที่ดิน เจ้าหน้าที่ต้องให้กำหนดเงินค่าทดแทนราคาที่ตกนั้นด้วย
  4. ข้อนี้สำคัญมาก รัฐทำการประกาศราคาค่าทดแทนพื้นที่ที่ถูกเวนคืน
    ซึ่งหากหน่วยงานประกาศแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนใจปรับลดจำนวนเงินค่าทดแทนได้ในภายหลัง
    (การปรับเปลี่ยนจำนวนเงินนั้นมีความยุ่งยาก และ ต้องใช้เวลานานพอสมควรเลยในการอุทธรณ์ และ ฟ้องร้องต่อศาล)
  5. ออกหนังสือแจ้งเจ้าของที่ดินให้มาติดต่อทำสัญญาซื้อขาย ถ้ายังไม่ตกลงทำสัญญาจะดำเนินการจ่ายเงินค่าทดแทนก่อน
  6. ขั้นตอนจ่ายเงินค่าทดแทน ทำสัญญาซื้อขายและรับเงินทดแทนจากเจ้าหน้าที่
  7. หากไม่พอใจคำวินิจฉัยเงินทดแทนของรัฐมนตรี สามารถอุทธรณ์ขอเพิ่มราคาเงินค่าทดแทน
    ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ โดยฟ้องคดีต่อศาลภายใน 1 ปี
  8. เมื่อศาลตัดสินเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จ่ายเงินค่าทดแทนและเข้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน
  9. ขนย้ายรื้อถอนอสังหาริมทรัพย์โดยรัฐหรือผู้ถูกเวนคืน
  10. ตรา พ.ร.บ. เวนคืนฯ เพื่อให้กรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ตกเป็นของรัฐ

ผลประโยชน์ที่เจ้าของที่ดินควรทราบ

  1. รัฐจะเวนคืนที่ดินได้เฉพาะกิจการที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
  2. รัฐต้องจ่ายค่าทดแทนที่เป็นธรรมให้กับเจ้าของที่ดิน
  3. รัฐต้องกำหนดค่าทดแทนตามราคาซื้อ – ขายของตลาด
  4. รัฐต้องระบุวัตถุประสงค์ และ วันที่เข้าใช้งานพื้นที่อย่างชัดเจน
  5. ผลประโยชน์ทางภาษีอากร เจ้าของที่ดินที่ถูกเวนคืนจะได้รับการยกเว้น ค่าธรรมเนียม และ อากร
  6. ผลประโยชน์ที่จะได้ทำสัญญาตกลงซื้อขายที่ดินและรับเงินค่าทดแทนก่อนที่จะตราพระราชบัญญัติเวนคืนที่ดิน
  7. ผลประโยชน์ที่จะรับเงินค่าทดแทนตามที่ภาครัฐกำหนด และ มีสิทธิ์อุทธรณ์ กรณีไม่พอใจเงินทดแทน
  8. ผลประโยชน์ ที่จะอุทธรณ์ เงินค่าทดแทนเพิ่มภายใน 60 วัน หลังจากที่ได้รับหนังสือแจ้ง และ ต้องฟ้องร้องศาลภายใน 1 ปี

สามารถตรวจสอบราคาที่ดินได้ตนเอง
สำหรับการตรวจสอบราคาประเมินที่ดิน สามารถเข้าไปเช็คกับ กรมธนารักษ์
ด้วยตัวเองได้ที่  https://landsmaps.dol.go.th

เพื่อนๆคงเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ ว่า ถูกเวนคืนที่ดิน เจ้าของที่ดินต้องรับมืออย่างไร?
และการเวนคืนที่ดินในสมัยนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าวิตกกังวลสักเท่าไหร่นัก เพราะแค่เพียงเราทราบถึง “ผลประโยชน์” ของเรา
ที่จะได้รับก็ไม่มีอะไรน่ากังวล  แต่จะมีหนึ่งข้อที่สำคัญมาก ๆ ห้ามพลาดเลยเพราะจะเสียเวลามากนั้นคือ
เมื่อรัฐประกาศราคาค่าทดแทนแล้ว การปรับเปลี่ยนภายหลังจะยากและต้องใช้เวลานานในการอุทธรณ์และฟ้องร้องต่อศาลใช้เวลานานพอสมควร
ฉะนั้นควรเช็คราคาประเมินที่ดินของเราให้ดีๆ

ถูกเวนคืนที่ดิน เจ้าของที่ดินต้องรับมืออย่างไร?

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

11
May 26
เทรนด์อสังหา ปี 2026 ทำไม “ขายฝาก” กลายเป็นโอกาสใหม่ของนักลงทุน

              ปี 2026 ถือเป็นอีกหนึ่ง “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย  เทรนด์อสังหา ปี 2026  โดยเฉพาะในกลุ่ม ตลาดขายฝาก ที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น ทั้งจากนักลงทุนและเจ้าของทรัพย์ คำถามคือ ทำไมตลาดนี้ถึง “โตสวนกระแส” ในช่วงที่อสังหาฯ บางเซกเมนต์ชะลอตัว? แล้ว… “ขายฝาก” คืออะไร และทำไมถึงมาแรง?               “ขายฝาก” คือ การทำธุรกรรมที่เจ้าของอสังหา ขายทรัพย์ให้ผู้ซื้อ พร้อมสิทธิ์ไถ่คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด เป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่งที่กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินโอนไปยังผู้รับซื้อฝากทันที ที่ทำสัญญา ณ สำนักงานที่ดิน แต่มีข้อตกลงว่าผู้ขายฝากสามารถไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากพ้นกำหนดแล้วไม่ได้ไถ่ถอน กรรมสิทธิ์จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากโดยเด็ดขาด   พูดง่ายๆ คือ เจ้าของ = ต้องการเงินด่วน นักลงทุน = ได้ผลตอบแทนคล้ายดอกเบี้ย    เทรนด์อสังหาฯ ปี 2026 มองแบบภาพใหญ่ๆ ดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง  ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การกู้สินเชื่อบ้าน “เข้าถึงยากขึ้น” และมีต้นทุนสูงขึ้นส่งผลให้คนกู้แบงก์ไม่ผ่าน หันไปใช้ “ขายฝาก” แทน เพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว และถูกกฎหมาย &nbs […]

อ่านเพิ่มเติม
30
Apr 26
คอนโด High-rise vs Low-rise แบบไหนกู้ได้วงเงินสูงกว่า?

              ระหว่าง คอนโด high rise vs low rise แบบไหน “กู้ได้เยอะกว่า”? เวลาซื้อคอนโด หลายคนโฟกัสแค่ “ทำเล” กับ “ราคา” แต่สิ่งที่มักถูกมองข้ามคือ ประเภทของอาคาร ซึ่งมีผลต่อการ “ประเมินวงเงินสินเชื่อ” โดยตรง  High-rise vs Low-rise คืออะไร? High-rise คือ  อาคารสูง (ประมาณ 8 ชั้นขึ้นไป) ยูนิตจำนวนมาก มักอยู่ในทำเลเมือง / ใกล้รถไฟฟ้า Low-rise คือ  อาคารเตี้ย (ไม่เกิน 8 ชั้น) ยูนิตน้อย เน้นความเป็นส่วนตัว / ชุมชนขนาดเล็ก ธนาคารประเมินวงเงินจากอะไร?               ก่อนจะตอบว่า… แบบไหนดีกว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า ธนาคาร (ผ่านบริษัทประเมิน) จะดูปัจจัยหลัก เช่น ทำเล (Location), ราคาเปรียบเทียบในตลาด, สภาพคล่องในการขายต่อ, ความนิยมของโครงการ, อายุอาคาร ไม่ได้ดู “แค่ความสูงของตึก” เปรียบเทียบ: แบบไหนได้วงเงินดีกว่า? High-rise ✅ จุดแข็ง ทำเลมักดีกว่า (CBD / ใกล้รถไฟฟ้า) มี “ข้อมูลตลาด” เยอะ → ประเมินง่าย สภาพคล่องสูง (ขายต่อง่าย) 👉 ธนาคาร “มั่นใจ” มากกว่า ❌ จุดอ่อน คู่แข่งเยอะ (ยูนิตจำนวนมาก) ราคาผันผวนตามตลาด Low-rise ✅ จุดแข็ง ยูนิตน้อย → บางทำเลราคานิ่ง เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง ❌ จุดอ่อน ข้ […]

อ่านเพิ่มเติม
12
May 26
ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน แพงไหม? เมื่อเทียบกับ “นอกระบบ” แบบไม่บอกรายละเอียด

              หลายคนเห็นตัวเลข แล้วเกิดคำถามว่า… ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน แพงไหม พอคิดรวมๆ เป็นปีเหมือนจะแพงทันที แต่ในความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ” ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน ตัวเลขนี้อาจไม่ได้แพงอย่างที่คิด บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาไป “แกะตัวเลขจริง” และเปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมา   แปลงดอกเบี้ยให้เห็นภาพจริง               ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน จะเท่ากับประมาณ 15% ต่อปี ตัวอย่าง กู้ 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย = 12,500 บาท/เดือน จุดสำคัญ  ตัวเลขนี้ “ชัดเจน คำนวณได้ โปร่งใส” เทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ”               สิ่งที่มักเจอในนอกระบบ ไม่บอกอัตราดอกเบี้ยจริง คิดเป็น “รายวัน” เช่น 1% ต่อวัน มีค่าปรับ / ค่าทวง / ค่าแฝง ตามติดชีวิต จนบางทีก็น่ากลัว ลองคำนวณ 1% ต่อวัน = 30% ต่อเดือน (!!) หรือ 365% ต่อปี สูงกว่า 1.25% ต่อเดือน “หลายเท่า”   เปรียบเทียบแบบชัดๆ ความโปร่งใส ชัดเจน ไม่ชัดเจน อัตราดอกเบี้ย ~15%/ปี 30%–300%+/ปี สัญญา มีเอกสาร บางครั้งไม่มี ความเสี่ยง ควบคุมได้ สูงมาก การทวงหนี้ ตามกฎหมาย อาจรุนแรง   “แพง” หรือ “ถูก” ต้องดูอะไรบ้าง? ความโ […]

อ่านเพิ่มเติม