22
Jan 26

ค่าโอนที่ดิน 2569 อัปเดตล่าสุด สิ่งที่คนซื้อ/ขายที่ดินต้องรู้

               การซื้อ–ขายที่ดิน บ้าน หรือคอนโดมิเนียม นอกจากราคาซื้อขายแล้ว “ค่าโอนที่ดิน” เป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะจะเกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน หากไม่รู้ล่วงหน้าอาจทำให้การโอนติดขัดหรือเงินไม่พอจ่ายได้ตามกำหนด ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งจาก ราคาประเมินของกรมที่ดิน และ ราคาซื้อขายจริง ดังนั้นจะมีรายละเอียดที่ต้องรู้ครบก่อนตัดสินใจซื้อ–ขายจริงๆ 

ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในวันโอนที่ดินปี 2569

               ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินมีหลายรายการ ซึ่งหลัก ๆ แบ่งออกเป็น:

1. ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee)

               2% ของราคาประเมินราชการ / ราคาซื้อขาย คิดจาก มูลค่าที่ดินตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ หรือราคาซื้อขายจริง แล้วนำค่าที่สูงกว่าไปใช้คำนวณ

               แต่ในช่วงปี 2568–2569 รัฐบาลมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนสำหรับ บ้าน/คอนโด/ที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท สำหรับผู้ซื้อที่เป็นคนไทย โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% (เกือบฟรี) ถึง 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มากหากคุณทำธุรกรรมภายในระยะเวลานี้ 

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax หรือ SBT)

               3.3% ของราคา (กรมประเมินหรือราคาขายจริง) เรียกเก็บเมื่อผู้ขายเป็นบุคคลที่ถือครองทรัพย์สิน น้อยกว่า 5 ปี หรือถือว่าเป็น “ธุรกิจขายอสังหาฯ” หากต้องเสีย SBT จะ ไม่ต้องเสีย Stamp Duty (อากรแสตมป์) ในรายนั้นด้วย

3. อากรแสตมป์ (Stamp Duty)

               0.5% ของมูลค่าสูงสุดระหว่างราคาประเมินกับราคาขายจริง ใช้เมื่อ ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT) เช่น กรณีที่ผู้ขายถือครองเกิน 5 ปี

4. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax / ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา)

               ผู้ขายจ่ายภาษีนี้เมื่อโอนอสังหาริมทรัพย์

    • สำหรับบุคคลธรรมดา คำนวณตามสูตรภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากมูลค่าทรัพย์สินที่ประเมินไว้
    • สำหรับบริษัท โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1% ของมูลค่าสูงสุดระหว่างราคาประเมินและราคาขายจริง

ตัวอย่างวิธีคำนวณค่าโอนง่ายๆ (จำลอง)

สมมติคุณจะซื้อที่ดินหรือบ้าน

  • ราคาขายจริง: 2,000,000 บาท

  • ราคาประเมินสำนักงานที่ดิน: 1,800,000 บาท
    → ใช้ 2,000,000 บาท เป็นฐานคำนวณ

รายการอัตราค่าใช้จ่าย
ค่าธรรมเนียมโอน2%40,000 บาท
SBT (ถ้าต้องจ่าย)3.3%66,000 บาท
หรือ อากรแสตมป์0.5%10,000 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายขึ้นกับฐานคำนวณตามจริง
รวมค่าธรรมเนียมโดยประมาณ~116,000 บาท (หากเสีย SBT)

หมายเหตุ: จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายขึ้นกับสถานะผู้ขายจริง และอาจมีการคำนวณตามสูตรภาษีรายได้ ดังนั้นตัวเลขจริงอาจแตกต่างจากตัวอย่างนี้

               ใครเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายค่าใช้จ่ายเหล่านี้? ตามกฎหมายไม่มีข้อกำหนดว่าใครต้องเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมด สามารถ ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้ และต้องระบุไว้ในสัญญาอย่างชัดเจนก่อนวันโอน โดยทั่วไป:

  • ผู้ซื้อ มักรับผิดชอบค่าธรรมเนียมโอน 2%

  • ผู้ขาย รับภาระ SBT หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ทั้งนี้สามารถเจรจาแบ่งเบาภาระตามตกลงได้

เคล็ดลับวางแผนค่าใช้จ่ายให้รัดกุม

✔ เช็ก ราคาประเมินกรมที่ดินล่าสุด ก่อนวันโอน
✔ วางแผนว่าคุณจะเสีย SBT หรือ Stamp Duty (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาถือทรัพย์)
✔ รวมค่าใช้จ่ายไว้ในงบประมาณทั้งโครงการ ไม่ใช่แค่ค่าโอน
✔ ระบุในสัญญาให้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบอะไร

สรุป ค่าโอนที่ดิน ปี 2569 ต้องเตรียมอะไรบ้าง

รายการอัตราหมายเหตุ
ค่าธรรมเนียมโอน2%อาจลดเหลือ 0.01% ในช่วงมาตรการรัฐถึง มิ.ย.2569 (เฉพาะคนไทยบางเงื่อนไข) 
ภาษีธุรกิจเฉพาะ3.3%ถ้าขายก่อนถือครบ 5 ปี
อากรแสตมป์0.5%ใช้แทน SBT เมื่อไม่ต้องเสีย SBT
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามเกณฑ์ภาษีขึ้นกับสถานะผู้ขาย

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

9
Oct 25
จำนองกับบุคคลทั่วไป vs ธนาคาร แบบไหนดีกว่า?

จำนองกับบุคคลทั่วไป vs ธนาคาร แบบไหนดีกว่า?                การจำนองอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน ที่ดิน หรือคอนโด เป็นหนึ่งในวิธีการขอสินเชื่อที่หลายคนเลือกใช้ โดยเฉพาะเมื่อมีทรัพย์สินที่สามารถใช้เป็นหลักประกันได้ แต่คำถามสำคัญคือ ควรจำนองกับธนาคาร หรือกับบุคคลทั่วไป แบบไหนปลอดภัยกว่า และคุ้มค่ากว่ากัน?                บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณไปเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองรูปแบบ พร้อมคำแนะนำเพื่อช่วยคุณตัดสินใจให้เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ จำนองกับธนาคาร ปลอดภัยแต่เข้มงวด ✅ ข้อดีของการจำนองกับธนาคาร มีความน่าเชื่อถือสูง ธนาคารเป็นองค์กรที่ได้รับการกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทย มีระบบการทำสัญญาและการบังคับใช้ตามกฎหมายชัดเจน ดอกเบี้ยชัดเจนและมักต่ำกว่า โดยเฉพาะสินเชื่อจำนองระยะยาว ดอกเบี้ยมักต่ำกว่าตลาด มีการคุ้มครองผู้บริโภค หากเกิดปัญหา มีหน่วยงานกลางช่วยไกล่เกลี่ยได้ ❌ ข้อเสียของการจำนองกับธนาคาร อนุมัติยากและใช้เวลานาน ต้องมีเอกสารครบ ตรวจเครดิต บางครั้งใช้เวลาหลายสัปดาห์ เงื่อนไขเข้มงวด ต้องมีรายได้มั่นคง ประวัติเครดิตดี และทรัพย์สินต้องประเมินผ่าน จำนองกับบุคคล […]

อ่านเพิ่มเติม
ไถ่ถอนขายฝาก
10
Jan 23
เฮ้ย! ไถ่ถอนขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยหรอ!!!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำขายฝากนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน เสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันปกติ แต่ผู้ขายฝากหลายๆ คนนั้นไม่รู้ และนายทุนผู้รับขายฝากหรือนายหน้าก็ไม่ได้บอกเราไว้ ทำให้เจ้าของทรัพย์ที่มาทราบทีหลัง ตกใจกับค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่า ค่าใช้จ่ายในการ ไถ่ถอนขายฝาก นั้น มีอะไรบ้าง..? การไถ่ถอนขายฝาก เปรียบเสมือน “การซื้อกลับ” แต่เป็นการซื้อกลับภายในระยะเวลาสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนเหมือนกับการซื้อขายโดยทั่วไปตามปกติเช่นกัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล  ค่าใช้จ่ายการ ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม – แปลงละ 50 บาท ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย – คำนวณตามระยะเวลาถือครอง ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร นับตั้งแต่วันที่ได้ทำสัญญาขายฝากจนถึงวันที่จดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก อากรแสตมป์ – ร้อยละ 50 สตางค์ (0.50%) โดยคำนวณจากราคาที่จดทะเบียนขายฝาก หรือ ราคาประเมินจากกรมที่ดินในขณะนั้น แล้วแต่ว่าราคาใดมากกว่า  **หมายเหตุ การไถ่ถอนขายฝาก โดยหลักการแล้ว […]

อ่านเพิ่มเติม
17
Jan 26
10 นิสัยการเงินที่ควรเริ่มต้นพร้อมปีใหม่ สร้างฐานะมั่นคง

10 นิสัยการเงิน ที่ควรเริ่มต้นพร้อมปีใหม่ เพื่อชีวิตการเงินที่มั่นคง                การเริ่มต้นปีใหม่ไม่ใช่แค่การตั้งเป้าหมายชีวิต แต่ยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปรับพฤติกรรมทางการเงิน หากคุณอยากมีเงินเก็บมากขึ้น หนี้น้อยลง และใช้เงินอย่างมีสติ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 นิสัยการเงิน ที่ควรเริ่มต้นพร้อมปีใหม่ ซึ่งทำได้จริงและเห็นผลในระยะยาว 1. ตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัดเจน                เริ่มต้นด้วยการกำหนดเป้าหมายทางการเงินทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่น เงินเก็บฉุกเฉิน เงินซื้อบ้าน หรือเงินเกษียณ เป้าหมายที่ชัดจะช่วยให้การใช้เงินมีทิศทางมากขึ้น 2. จดบันทึกรายรับ–รายจ่ายเป็นประจำ                การรู้ว่าเงินเข้า–ออกไปทางไหนคือพื้นฐานของการเงินที่ดี ไม่ว่าจะใช้สมุด แอปพลิเคชัน หรือ Excel การบันทึกรายจ่ายจะช่วยให้คุณเห็นพฤติกรรมการใช้เงินจริง 3. แยกเงินออมก่อนใช้                นิสัยการเงินที่ควรเริ่มต้นพร้อมปีใหม่ คือ “ออมก่อนใช้” ทันทีที่เงินเดือนเข้า ควรหักเงินออมออกอย่างน้อย 10–20% เพื่อสร้างวินัยทางการเงิน 4. สร้างกองทุนเงินสำรองฉุกเฉิน                ควรมีเงิน […]

อ่านเพิ่มเติม