จํานํา กับ จํานอง ต่างกันอย่างไร
30
Mar 23

จำนำและจำนองต่างกันที่ทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน กล่าวคือ จำนำใช้สังหาริมทรัพย์ (ทอง นาฬิกา โทรศัพท์) โดยต้องส่งมอบทรัพย์ให้ผู้รับจำนำ ส่วนจำนองใช้อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน บ้าน คอนโด) และผู้จำนองยังครอบครองทรัพย์ไว้ได้ไม่ต้องส่งมอบ

บทความนี้ Property4Cash อธิบายความแตกต่างชัดเจน พร้อมบอกว่าแบบไหนเหมาะกับสถานการณ์ไหน

จำนอง จำนำ แตกต่างกันอย่างไร

การจำนอง

การที่ผู้จำนองนำทรัพย์สินที่มีค่านำมาประกันเพื่อกู้เงินมาใช้  โดยใช้เป็นหลักประกันคือ อสังหาริมทรัพย์  คือ ทรัพย์สินที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้
เช่น คอนโด โฉนดที่ดิน บ้าน อาคารพาณิชย์ โดยการจำนอง ผู้จำนองต้องนำสินทรัพย์ไปจดทะเบียนไว้กับผู้รับจำนอง
ซึ่งต้องกระทำต่อหน้าเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ต้องโอนที่ดินหรือทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่ผู้รับจำนอง

สาระสำคัญ

  1. ทรัพย์สินที่นำมาจำนองจะต้องเป็นอสังหาริมทรัพย์
  2. ผู้จำนองไม่ต้องส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่ผู้รับจำนอง โดยกรรมสิทธิ์ยังเป็นของผู้จำนองอยู่
  3. ผู้จำนองเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกก็ได้
  4. มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
  5. ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที ณ กรมที่ดิน

ในกรณีที่ผู้จำนองไม่สามารถชำระหนี้ได้

เจ้าหนี้ต้องทำการฟ้องร้องเพื่อบังคับจำนองโดยการที่จะนำทรัพย์สินไปขายทอดตลาด ยึดสินทรัพย์เป็นของผู้รับจำนอง
แล้วนำเงินมาจ่ายคือให้กับผู้รับจำนองตามวงเงินที่รับจำนองมา

การจำนำ

การที่ผู้จำนำ นำทรัพย์สินที่มีค่านำมาประกันเพื่อกู้เงินมาใช้   โดยใช้เป็นหลักประกันคือ สังหาริมทรัพย์ส่งมอบให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่งเป็นผู้ครอบครองเรียกว่า
ผู้รับจำนำ เพื่อประกันการชำระหนี้ ทรัพย์สินที่จำนำได้คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนที่ ได้ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ทองรูปพรรณ สร้อย แหวน เพชร

สาระสำคัญ

  1. ทรัพย์สินที่นำมาจำนำเป็นสังหาริมทรัพย์
  2. ผู้จำนำต้องมอบสินทรัพย์ให้แก่ผู้รับจำนำ
  3. ผู้จำนำเป็นลูกหนี้หรือบุคคลภายนอกก็ได้
  4. มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
  5. ไม่ต้องจดทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่

ในกรณีที่ผู้จำนองไม่สามารถชำระหนี้ได้

สามารถนำสิ่งที่ผู้จำนำมอบให้ บังคับจำนำและไปขายทอดตลาดได้เลยโดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งของศาล

 

เพื่อนๆคงได้เห็นแล้วว่า จํานํา กับ จํานอง มีข้อที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของทรัพย์สินที่นำมาใช้เป็นหลักประกัน
การส่งมอบทรัพย์สิน สถานะการเป็นลูกหนี้ การฟ้องร้อง การจดทะเบียน และการบังคับขายในกรณีที่ผู้จำนองและจำนำไม่สามารถชำระหนี้ได้
และหวังว่าเพื่อน ๆ จะเข้าใจกันแล้วนะคะว่าการจำนองและการจำนำต่างกันอย่างไร

แต่หากใครกำลังจะสนใจต้องใช้เงินด่วนและต้องการจำนอง อสังหาริมทรัพย์ สามารถจำนองกับเราได้ สามารถเข้าไปปรึกษาให้ฟรีได้ที่ https://property4cash.co/

เปรียบเทียบจำนำและจำนองต่างกันอย่างไร ใช้ทรัพย์สินประเภทไหน

 

Q: จำนำกับจำนองต่างกันอย่างไร?

A: จำนำใช้สังหาริมทรัพย์ต้องส่งมอบของ ส่วนจำนองใช้อสังหาริมทรัพย์ไม่ต้องส่งมอบ

 

Q: บ้านและที่ดินนำไปจำนำได้ไหม?

A: ไม่ได้ บ้านและที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ใช้จำนองเท่านั้น

 

Q: จำนำทองได้เงินเร็วกว่าจำนองไหม?

A: ใช่ จำนำทองได้เงินทันทีวันเดียวกัน ส่วนจำนองอสังหาใช้เวลา 1-5 วัน

 


สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

1
Aug 26
ทำเลศักยภาพ ที่ดินฝั่งธนบุรี เจริญนคร ราคาพุ่งจากอิทธิพลห้างดังริมแม่น้ำ

เจาะลึกศักยภาพ ที่ดินฝั่งธนบุรี เจริญนคร ราคาพุ่งกระฉูดจากอิทธิพลห้างดังริมแม่น้ำ                    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “เจริญนคร” และพื้นที่โดยรอบฝั่งธนบุรี ได้เปลี่ยนจากย่านชุมชนดั้งเดิมริมแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ทำเลอสังหาริมทรัพย์ระดับพรีเมียมที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการ และผู้ซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง                    หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเกิดขึ้นของเมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำ ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของพื้นที่ให้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก พร้อมทั้งดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในโครงการคอนโดมิเนียม โรงแรม อาคารสำนักงาน และโครงการมิกซ์ยูสตามมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านเจริญนครและฝั่งธนบุรีปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ   ทำไม “เจริญนคร” จึงกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ                    ความเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ไม่ได้เกิดจากปัจจัยเพียงด้านเดียว แต่เป็นผลจากการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ได้แก่   เมกะโปรเจกต์ริมแม่น้ำเป็นแรงดึงดูดการลงทุน การพัฒนาโครงการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของย่านเจริญนคร […]

อ่านเพิ่มเติม
10
May 24
ทำสัญญา “ขายฝาก” ควรเลือกบริษัทแบบไหนดี ?

ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้การ “ขายฝาก” กลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับประชาชนหรือผู้ประกอบการธุรกิจทั้งขนาดเล็ก – ขนาดใหญ่ ที่ต้องการเงินก้อนเพื่อไปใช้ตามความต้องการ โดยที่ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่ว่าจะติดแบล็คลิส เครดิตบูโร ก็สามารถทำ สัญญาขายฝาก ได้ค่ะ ในปัจจุบันมีบริษัทรับขายฝากเกิดขึ้นมากมาย การตัดสินใจเลือกบริษัทขายฝากเป็นสิ่งสำคัญ สำหรับผู้ที่ต้องขายฝาก แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกพิจารณาบริษัทจากสิ่งใด วันนี้ Property4cash มีคำตอบ ประวัติและชื่อเสียงของบริษัท ขั้นตอนแรกของการพิจารณาคือ ประวัติความเป็นมา ชื่อเสียง และฟีดแบคจากลูกค้า โดยสามารถค้นหาข้อมูลได้ จากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบความพึงพอใจของลูกค้าที่เคยใช้บริการ และที่สำคัญที่สุดคือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ การจดทะเบียนกับภาครัฐ ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของทรัพย์สิน   ข้อเสนอที่ดีและเหมาะสมที่สุด  ผู้ขายฝากควรเปรียบเทียบข้อเสนอและอัตราดอกเบี้ยในการขายฝากของบริษัทต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่พึงพอใจและเหมาะสมที่สุด โดยบริษัทขายฝากบางแห่งอาจให้วงเงิน แต่แฝงเงื่อนไขที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการเลือกขายควรอ่า […]

อ่านเพิ่มเติม
กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา ฉุดกำลังซื้อ กระทบอสังหาฯ ไทยหรือไม่?
13
May 25
กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา กระทบหนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจโตช้า และเป็นกับดัก ฉุดรั้งกำลังซื้ออสังหาในไทยหรือไม่?

          กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา กระทบหนี้ครัวเรือน เศรษฐกิจโตช้า และเป็นกับดัก ฉุดรั้งกำลังซื้ออสังหาในไทยหรือไม่?           ในปี 2024–2025 ประเด็น “กำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา” หรือ U.S. Trade Tariffs ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้แรงกดดันจากสงครามการค้ากับจีนและนโยบายปกป้องภาคการผลิตภายในประเทศ อาจมีการ ปรับเพิ่มภาษีนำเข้า สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง รถยนต์ไฟฟ้า และวัสดุก่อสร้างบางชนิด           หลายคนตั้งคำถามว่า… เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเศรษฐกิจไทย? และจะกระทบกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศเราหรือไม่? บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหาได้สรุปให้ชัดๆ แบบเข้าใจง่าย ดังนี้ 1.กำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา กระทบเศรษฐกิจโลกอย่างไร?          มาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนสินค้านำเข้าจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน สูงขึ้นทันที                ➡️ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ชะงัก                ➡️ ต้นทุนสินค้าขยับสูงขึ้นทั่วโลก                ➡️ ผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีภาระจ่ายเพิ่ม ขณะที่รายได้ไม่เพิ่มตาม ผลที่ตามมา คือ กำลังซื้อในสหรัฐฯ ลดลง การนำเข้าสินค้าจากต่า […]

อ่านเพิ่มเติม