ไถ่ถอนจำนอง-ขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
22
Mar 23

เพื่อนๆ หลายคนที่มีข้อสงสัยว่าถ้าต้องการ “ไถ่ถอน” จำนองและขายฝากต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรไหม ?
เพราะว่าบางคนอาจจะมีความสามารถชำระหนี้หมดก่อนเวลาที่กำหนดไว้  ซึ่งการ ไถ่ถอนจำนอง หรือขายฝากนั้น
ก็มีความแตกต่างกันแล้วแต่กรณีตามประเภทของการไถ่ถอน วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันว่า
การไถ่ถอนจำนอง และขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ? ไปดูกันเลย

  1. การ ไถ่ถอนจำนอง คืออะไร

คือ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าของทรัพย์ ได้จดทะเบียนจำนองไว้เป็นหลักค้ำประกันในการชำระหนี้
ต่อมาได้ทำการชำระหนี้ที่จำนองไว้เสร็จสิ้นแล้ว เมื่อชำระหนี้หมดแล้ว ต้องไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองเพื่อแก้ไขเอกสารสิทธิว่าไม่มีการจำนอง หรือปลอดจำนองแล้วนั่นเอง

วิธีการไถ่ถอนจำนอง มี 2 แบบ

  1. ผู้จำนอง และ ผู้รับจำนอง ไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน พร้อมกัน
  2. ผู้ที่มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียว ไปที่สำนักงานที่ดิน นำหลักฐานที่ผู้รับจำนองได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาจำนอง
    ฉบับผู้รับจำนองว่าได้มีการไถ่ถอนจากจำนองแล้ว มีการชำระหนี้ครบแล้ว ไปขอจดทะเบียนไถ่ถอน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน

ค่าใช้จ่ายการไถ่ถอนจำนอง
1. ค่าคำขอจดจำนอง แปลงละ 5 บาท
2. ค่าธรรมเนียม แปลงละ 50 บาท (กรณีมอบอำนาจ ค่ามอบอำนาจ 20 บาท ต่อ 1 คน)

2. การไถ่ถอนขายฝาก
คือ ผู้ขายฝากได้นำโฉนดมาทำธุรกรรมไว้กับผู้รับซื้อฝาก โดยได้ทำสัญญาขายฝากและกำหนดระยะเวลาในการไถ่ถอนที่ดินไว้ไม่ต่ำกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี
โดยขั้นตอนการไถ่ถอนขายฝากนั้น ก่อนครบกำหนดวันไถ่ถอน ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝาก
เพื่อให้ผู้ขายฝากทราบกำหนดเวลาไถ่ จำนวนสินไถ่ พร้อมแนบสำเนาสัญญาขายฝากไปด้วย โดยแจ้งก่อนวันครบกำหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน
ถ้าผู้ซื้อฝากไม่ดำเนินการตามที่กำหนดไว้นี้ ผู้ขายฝากจะมีสิทธิขยายระยะเวลาในการไถ่ถอนได้เพิ่มเป็นเวลาอีก 6 เดือน นับตั้งแต่วันครบกำหนดไถ่ตามสัญญา

วิธีการไถ่ถอนขายฝาก มี 2 แบบ

  1. ผู้ขายฝาก และ ผู้รับซื้อฝาก ไปที่สำนักงานที่ดิน เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน พร้อมกัน
  2. ผู้ที่มีสิทธิในที่ดินหรือผู้มีสิทธิไถ่ถอนเพียงฝ่ายเดียว ไปที่สำนักงานที่ดิน นำหลักฐานที่ผู้รับซื้อฝากได้ทำเป็นหนังสือหลังสัญญาขายฝาก
    ฉบับผู้รับซื้อฝากว่าได้มีการไถ่ถอนจากขายฝากแล้ว มีการชำระหนี้ครบแล้ว ไปขอจดทะเบียนไถ่ถอน ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน

ค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนขายฝาก

  1. ค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาท
  2. ค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หัก ณ ที่จ่าย
  3. ค่าอากรแสตมป์ 5 % โดยคำนวณจากราคาประประเมินกรมที่ดิน หรือราคาแจ้งไถ่ถอน แล้วแต่ว่าราคาใดสูงกว่า

ทั้งหมดนี้คือความแตกต่างของไถ่ถอนจำนอง และการไถ่ถอนขายฝาก ว่าเราต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
การไถ่ถอนจำนองและไถ่ถอนขายฝากมีความคล้ายกัน ซึ่งเป็นสิทธิของเจ้าของที่ดินที่ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน
เพื่อให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ถูกต้องตามกระบวนของการจำนองและการขายฝาก และเป็นสิ่งที่ผู้จำนอง และผู้ขายฝากจำเป็นต้องรู้ไว้
จะได้ไม่ถูกหลอก ไม่เสียรู้ให้กับนายทุนที่คิดไม่ซื่อกับเรา

หากเพื่อนคนไหนสนใจ สามารถจำนอง ขายฝากกับเราได้นะคะ เรามีทีมงานให้ปรึกษาฟรีและดำเนินการเรื่องเอกสารให้ด้วย

ไถ่ถอนจำนอง-ขายฝาก ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ตลาดอสังหา 2026
10
Jun 26
อสังหาปีนี้ควรซื้อหรือขาย? วิเคราะห์ ตลาดอสังหา 2026

อสังหาปีนี้ควรซื้อหรือขาย? วิเคราะห์ ตลาดอสังหา 2026 สำหรับคนลงทุนและคนมีบ้าน ตลาด อสังหาปี 2026  กำลังอยู่ใน “จุดเปลี่ยน”                    ปี 2026 ถือเป็นอีกปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งเศรษฐกิจโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้อชะลอตัว และธนาคารเข้มงวดเรื่องสินเชื่อมากขึ้น หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามว่า “ปีนี้ควรซื้ออสังหาฯ เพิ่ม หรือควรขายออกก่อน?” คำตอบอาจไม่ได้มีแค่ “ซื้อ” หรือ “ขาย” แต่ขึ้นอยู่กับ เป้าหมายทางการเงิน สภาพคล่อง ภาระหนี้ ประเภทอสังหาฯ ทำเล และกระแสเงินสดของแต่ละคน บทความนี้จะพาวิเคราะห์ว่าอสังหาฯ ปี 2026 เหมาะกับ “การซื้อ” หรือ “การขาย” มากกว่ากัน   ภาพรวม ตลาดอสังหา 2026                    แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤตเต็มรูปแบบ แต่หลายสัญญาณเริ่มสะท้อนว่า ตลาดกำลัง “โตช้าลง” ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ คนซื้อบ้านผ่านสินเชื่อยากขึ้น ดอกเบี้ยแม้เริ่มทรงตัว แต่ภาระผ่อนยังสูง คอนโดบางพื้นที่มี Supply ล้นตลาด นักลงทุนระยะสั้นลดลง คนรุ่นใหม่ชะลอการซื้อบ้าน โดยเฉพาะอสังหาฯ ที่พึ่งกำลังซื้อในประเทศ เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนมากขึ้น   ถ้ […]

อ่านเพิ่มเติม
มีที่อยู่แล้ว อยาก กู้เงิน สร้างบ้าน
29
Apr 25
มีที่ดินอยู่แล้ว อยาก กู้เงิน ทำบ้านต้องเริ่มยังไง?

สำหรับใครที่ ต้องการ กู้เงิน สร้างบ้าน และมีที่ดินเป็นของตัวเองอยู่แล้ว อยากมีบ้านในฝันเป็นของตัวเอง หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงการ กู้เงินสร้างบ้าน ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างจากการกู้ซื้อบ้านจัดสรรหรือคอนโดในโครงการ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับขั้นตอนการขอกู้สร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การสร้างบ้านเป็นเรื่องง่ายและไม่สะดุดระหว่างทาง ขั้นตอนการกู้เงินสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง 1. ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน  ก่อนจะ กู้เงิน ธนาคารจะตรวจสอบว่า… คุณมีสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องหรือไม่ ที่ดินควรมี โฉนดที่ดินประเภท น.ส.4 จ. เท่านั้นถึงจะสามารถนำมากู้ได้ ข้อควรระวัง: ถ้าที่ดินยังมีการจำนอง หรือเป็นของพ่อแม่ ต้องมีการโอนหรือทำหนังสือยินยอมให้ใช้เป็นหลักประกัน   2. ประเมินงบประมาณและขอแบบบ้าน คุณต้องมีแบบแปลนบ้านพร้อม BOQ (Bill of Quantity) หรือรายการวัสดุก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นเอกสารยื่นขอสินเชื่อ แบบบ้านสามารถขอจากสถาปนิกหรือบริษัทรับสร้างบ้าน โดยควรสอดคล้องกับงบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น 1.5 – 3 ล้านบาท   3. เลือกธนาคารและเช็กเงื่อ […]

อ่านเพิ่มเติม
รีไฟแนนซ์ Retention ต่างกันอย่างไร?
26
May 23
Retention กับ Refinance ต่างกันอย่างไร?

เมื่อผ่อนบ้านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วหลายคนก็เริ่มที่จะหาทางทำให้ดอกเบี้ยนั้นลดลง ซึ่งวิธีการที่เราคุ้นเคยกันนั้นคือการ รีไฟแนนซ์ แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่ามาก คือการ Retention แล้วทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ Retention เป็นการติดต่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ในขณะที่ รีไฟแนนซ์ เป็นการนำที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ผ่อนชำระอยู่ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อใหม่มาปิดหนี้ยอดเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หนี้ของเรากับเจ้าหนี้ ซึ่งก็คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมนั้นสิ้นสุดลง พร้อม ๆ กับการเกิดขึ้นของหนี้ใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ ซึ่งข้อแตกต่างสามารถแบ่งได้ตามนี้ #สถาบันการเงิน Retention จะใช้ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิม ไม่ต้องหาสถาบันการเงินใหม่ Refinance จะต้องหาธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ #การเตรียมเอกสาร Retention ไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เนื่องจากธนาคารสามารถใช้เอกสารเดิมหลายฉบับที่ผู้กู้ใช้ยื่นขอสินเชื่อ Refinance เนื่องจากเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ จึงต้องมีการเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด #ระยะเวลาอนุมัติ Retention เนื่องจากมีข้อ […]

อ่านเพิ่มเติม