เปรียบเทียบวงเงินกู้คอนโด High-rise และ Low-rise
30
Apr 26

              ระหว่าง คอนโด high rise vs low rise แบบไหน “กู้ได้เยอะกว่า”? คอนโด High-rise มักได้วงเงินกู้สูงกว่า Low-rise ในทำเลเมือง เพราะธนาคารประเมินสภาพคล่องในการขายต่อและข้อมูลตลาดที่มีมากกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่มีผลมากที่สุดคือทำเลและโครงการ ไม่ใช่ความสูงของอาคารเพียงอย่างเดียว บทความนี้เจาะลึกว่าธนาคารใช้เกณฑ์อะไรประเมินวงเงิน และแบบไหนได้เปรียบกว่าในแต่ละสถานการณ์

High-rise vs Low-rise คืออะไร?

High-rise คือ 

  • อาคารสูง (ประมาณ 8 ชั้นขึ้นไป)
  • ยูนิตจำนวนมาก
  • มักอยู่ในทำเลเมือง / ใกล้รถไฟฟ้า

Low-rise คือ 

  • อาคารเตี้ย (ไม่เกิน 8 ชั้น)
  • ยูนิตน้อย
  • เน้นความเป็นส่วนตัว / ชุมชนขนาดเล็ก

 

              หากนำมาเป็นหลักประกันในการขอสินทรัพย์แลกเงิน โดยทั่วไปแล้ว “คอนโด High-rise (อาคารสูงเกิน 23 ชั้นขึ้นไป)” มีแนวโน้มที่จะได้รับ วงเงินอนุมัติที่สูงกว่า คอนโด Low-rise ค่ะ เนื่องจากคอนโด High-rise มักตั้งอยู่ในทำเลติดรถไฟฟ้าหรือใจกลางเมืองหลวง (CBD) ที่มีราคาประเมินที่ดินสูงกว่า มีสภาพคล่องในการเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วกว่า และมีความต้องการในตลาด (Demand) ทั้งซื้อ-ขายและเช่าที่สูงกว่านั่นเอง

ธนาคารประเมินวงเงินจากอะไร?

              ก่อนจะตอบว่า… แบบไหนดีกว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า ธนาคาร (ผ่านบริษัทประเมิน) จะดูปัจจัยหลัก เช่น ทำเล (Location), ราคาเปรียบเทียบในตลาด, สภาพคล่องในการขายต่อ, ความนิยมของโครงการ, อายุอาคาร ไม่ได้ดู “แค่ความสูงของตึก”

เปรียบเทียบ: แบบไหนได้วงเงินดีกว่า?

High-rise

✅ จุดแข็ง

  • ทำเลมักดีกว่า (CBD / ใกล้รถไฟฟ้า)
  • มี “ข้อมูลตลาด” เยอะ → ประเมินง่าย
  • สภาพคล่องสูง (ขายต่อง่าย)

👉 ธนาคาร “มั่นใจ” มากกว่า

❌ จุดอ่อน

  • คู่แข่งเยอะ (ยูนิตจำนวนมาก)
  • ราคาผันผวนตามตลาด

Low-rise

✅ จุดแข็ง

  • ยูนิตน้อย → บางทำเลราคานิ่ง
  • เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง

❌ จุดอ่อน

  • ข้อมูลเปรียบเทียบในตลาดน้อย
  • สภาพคล่องต่ำกว่า (ขายยากกว่าในบางพื้นที่)

👉 ธนาคารอาจ “ประเมินระมัดระวัง” มากขึ้น

              สรุป!! แบบตรงไปตรงมา โดยภาพรวม คอนโด High-rise มีโอกาสได้วงเงินสูงกว่าเล็กน้อย เพราะมีตลาดรองรับชัด, มีดีลเปรียบเทียบจำนวนมาก ขายต่อง่าย แต่ Low-rise ก็ไม่ได้เสียเปรียบเสมอไป ในบางกรณี Low-rise อาจได้ราคาประเมินดี เช่น อยู่ในทำเล “หายาก”, โครงการคุณภาพสูง Demand สูง (เช่น ย่านอยู่อาศัยจริง) ปัจจัย “ทำเล” สำคัญกว่าประเภทอาคาร

ปัจจัยที่มีผลมากกว่า High vs Low-rise

              1. ทำเล (สำคัญที่สุด) ใกล้รถไฟฟ้า / CBD = ได้เปรียบเสมอ

              2. ราคาซื้อ vs ราคาตลาด ซื้อแพงเกิน → วงเงินไม่เต็ม

              3. สภาพคล่อง ขายง่าย = ธนาคารปล่อยกู้ง่าย

              4. อายุโครงการ เก่าเกินไป → วงเงินลดลง

Q1: คอนโดแบบ High-rise กับ Low-rise มีเกณฑ์การประเมินมูลค่าทรัพย์สินแตกต่างกันอย่างไร?

  • A: เกณฑ์สำคัญที่ทำให้คอนโด High-rise ได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่ามาจาก “ทำเลศักยภาพและมูลค่าที่ดินรวมของโครงการ” ครับ คอนโด High-rise ส่วนใหญ่จะอยู่ติดถนนใหญ่หรือใกล้สถานีรถไฟฟ้า ทำให้ราคาประเมินรายตารางเมตรสูงกว่า ในขณะที่คอนโด Low-rise (สูงไม่เกิน 8 ชั้น) มักจะตั้งอยู่ในซอยย่อย ซึ่งราคาประเมินที่ดินและสภาพคล่องทางการตลาดจะต่ำกว่าเล็กน้อย

Q2: หากต้องการนำคอนโด Low-rise มาจำนองหรือขายฝาก จะทำได้ไหม และต้องทำอย่างไรให้ได้วงเงินสูง?

  • A: ทำได้แน่นอนค่ะ ถึงแม้จะเป็นคอนโด Low-rise แต่หากตั้งอยู่ในทำเลทองที่เป็นแหล่งชุมชน มีนิติบุคคลดูแลส่วนกลางดี ห้องยังอยู่ในสภาพใหม่ และเป็นโครงการของแบรนด์ที่มีชื่อเสียง (Developer เกรด A) ก็สามารถนำมายื่นขอเงินด่วนกับ Property4cash เงินด่วนอสังหา เพื่อรับวงเงินที่สูงและสมเหตุสมผลได้เช่นกันค่ะ

Q3: ยื่นขอเงินด่วนจำนองหรือขายฝากคอนโดกับ Property4cash มีขั้นตอนอย่างไร และอนุมัติไวแค่ไหน?

  • A: ขั้นตอนง่ายและรวดเร็วมากค่ะ เพียงส่งรูปถ่ายโฉนดคอนโด (หน้า-หลัง) พร้อมภาพถ่ายภายในห้องมาให้ทีมงาน Property4cash ประเมินราคาผ่านช่องทางออนไลน์ เราพร้อม อนุมัติไวภายใน 24 ชั่วโมง โดยพิจารณาจากมูลค่าทรัพย์สินเป็นหลัก ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ต้องใช้คนค้ำประกัน เมื่อตกลงตัวเลขกันลงตัว ก็นัดไปทำสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ณ สำนักงานที่ดินทันทีค่ะ

 

Q4: High-rise vs Low-rise แบบไหนกู้ได้วงเงินสูงกว่า?

A: High-rise มักได้สูงกว่าในทำเลเมือง แต่ทำเลสำคัญกว่าความสูง

 

Q5: คอนโด High-rise หมายความว่าอะไร?

A: อาคารสูงตั้งแต่ 8 ชั้นขึ้นไป มักอยู่ในทำเลเมืองใกล้รถไฟฟ้า

 

Q6: ธนาคารใช้เกณฑ์อะไรประเมินวงเงินกู้คอนโด?

A: ราคาประเมิน ทำเล ความต้องการในตลาด สภาพคล่องในการขายต่อ

 

 

              สรุปส่งท้าย คอนโด high rise vs low rise เลือกแบบไหนดี? ถ้าคุณเน้น “กู้ได้เยอะ / ขายต่อง่าย” → High-rise ถ้าคุณเน้น “อยู่อาศัย / ความสงบ” → Low-rise แต่สุดท้าย… ธนาคารดู “ทำเล + ราคาตลาด” มากกว่าความสูงของตึก

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ค่าโอนที่ดินปี 2569 มีอะไรบ้าง สรุปทุกรายการพร้อมตัวอย่างคำนวณ
22
Jan 26
ค่าโอนที่ดิน 2569 อัปเดตล่าสุด พร้อมสรุปอัตราค่าธรรมเนียมและวิธีคำนวณ

ค่าโอนที่ดิน 2569 อัปเดตล่าสุด สิ่งที่คนซื้อ/ขายที่ดินต้องรู้              ค่าโอนที่ดินปี 2569 มีค่าใช้จ่ายหลัก 4 รายการ ได้แก่ ค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมิน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (ถ้าถือครองไม่ถึง 5 ปี), อากรแสตมป์ 0.5% (กรณีไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ) และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้า บทความนี้ Property4Cash สรุปครบทุกรายการพร้อมตัวอย่างคำนวณจริง   ค่าใช้จ่ายหลักๆ ในวันโอนที่ดินปี 2569                ค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่กรมที่ดินมีหลายรายการ ซึ่งหลัก ๆ แบ่งออกเป็น: 1. ค่าธรรมเนียมการโอน (Transfer Fee)                2% ของราคาประเมินราชการ / ราคาซื้อขาย คิดจาก มูลค่าที่ดินตามราคาประเมินของกรมธนารักษ์ หรือราคาซื้อขายจริง แล้วนำค่าที่สูงกว่าไปใช้คำนวณ                แต่ในช่วงปี 2568–2569 รัฐบาลมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอนสำหรับ บ้าน/คอนโด/ที่อยู่อาศัยที่มีราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท สำหรับผู้ซื้อที่เป็นคนไทย โดยลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% (เกือบฟรี) ถึง 30 มิ.ย. 2569 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้มากหากคุณทำธุรกรรมภายในระยะเวลานี้  2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific […]

อ่านเพิ่มเติม
ลงทุนขายฝาก ดีกว่าซื้อไว้ปล่อยเช่ายังไง
3
Mar 23
ลงทุนขายฝาก ดีกว่าซื้อไว้ปล่อยเช่ายังไง

ลงทุนขายฝากให้ผลตอบแทน 15% ต่อปี สูงกว่าซื้อคอนโดปล่อยเช่าที่ได้ 6-8% ต่อปีเกือบเท่าตัว และไม่มีค่าซ่อมบำรุง ไม่ต้องหาผู้เช่า เพราะผู้รับขายฝากเป็นเพียงเจ้าหนี้ที่มีโฉนดค้ำประกัน บทความนี้ Property4Cash เปรียบเทียบตรงว่าการลงทุนแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายไหน   ลงทุนขายฝาก vs ซื้อไว้ปล่อยเช่า   การลงทุนขายฝาก รับจำนอง และ การซื้อไว้ปล่อยเช่า ต่างก็เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นกระแสเงินสดเข้าบัญชีเราทุกเดือนได้เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในรายละเอียดอยู่มาก               ผลตอบแทนต่อปี               ซื้อไว้ปล่อยเช่า : มีผลตอบแทนอยู่ที่ 6-8% ต่อปี               ลงทุนขายฝาก – จำนอง : มีผลตอบแทนอยู่ที่ 15% ต่อปี               การลงทุน ซื้อไว้ปล่อยเช่า ไม่ว่าจะเป็นคอนโด บ้าน หรือว่าที่ดินนั้น โดยเฉลี่ยแล้ว จะมีผลตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 5-8% ต่อปี กล่าวคือหากเราซื้อคอนโดมาราคา 2,000,000 บาท แล้วปล่อยเช่าได้ในราคาประมาณ 8,000 – 13,000 บาท / เดือน เท่ากับว่าเราจะได้ค่าเช่าปีละประมาณ 100,000 – 160,000 บาท               ส่วนการลงทุน รับจำนอง และขายฝาก กฎหมายกำหนดให้เราสามารถคิ […]

อ่านเพิ่มเติม
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%
28
Aug 25
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลง 0.25%

          ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติ ลดอัตราดอกเบี้ย เหลือ 0.25% เพื่อช่วยส่งแรงหนุนอสังหาฟื้นเชื่อมั่น – กำลังซื้อ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ชี้ลดดอกเบี้ย นับเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ซื้อ และผู้ประกอบการ แนะรัฐเร่งคลายเกณฑ์สินเชื่อ กระตุ้นดีมานด์บ้านไม่เกิน 7 ล้าน            การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.75% และมีผลทันทีนั้น ถือเป็น “ข่าวดี” ที่ส่งแรงหนุนต่อภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งฝั่งอุปสงค์ และอุปทานในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน           คุณสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า… มาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกใน 3 มิติหลัก คือ “ต้นทุนการกู้ต่ำลง – ฟื้นความเชื่อมั่น – ผ่อนภาระผู้ประกอบการ” ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดบ้านจัดสรรในช่วงครึ่งปีหลังได้อย่างเป็นรูปธรรม             ดอกเบี้ยที่ลดลงทันที จะส่งผลดีต่อกลุ่มผู้กู้สินเชื่อบ้าน โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มที่ใช้ดอกเบี้ยแบบลอยตัว ภาระผ่อนต่อเดือนจะลดลง เพิ่มความสามารถในการซื้อบ้านในระยะสั้น           หนึ่งในผลกระทบที่จับต้องได้ชัดเจน คือ ต้ […]

อ่านเพิ่มเติม