ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก
7
Sep 26

                   หากต้องการเงินสดจากบ้านหรือที่ดิน “ขายขาด” เหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินและไม่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ต่อ ส่วน “ขายฝาก” เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนแต่ยังต้องการมีโอกาสไถ่ทรัพย์คืน อย่างไรก็ตาม การขายฝากมีความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน และผู้ขายฝากต้องไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ดังนั้นไม่ควรเลือกจากความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเงินสุทธิ ต้นทุน และความสามารถในการไถ่คืนด้วย

 

ต้องการเงินสดภายใน 24 ชั่วโมง ควร “ขายบ้านทิ้ง” หรือ “ขายฝาก”?

                   เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการเงิน หลายคนอาจมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่กลับไม่มีเงินสดในมือ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์

คำถามที่ตามมาคือ

“ถ้าต้องการเงินเร็ว ควรขายบ้านไปเลย หรือขายฝากเพื่อให้มีโอกาสได้บ้านคืน?”

 

                   สองวิธีนี้อาจทำให้เกิดเงินก้อนเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายและทางการเงิน แตกต่างกันอย่างมาก การขายบ้านหรือ “ขายขาด” คือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อและจบธุรกรรมตามเงื่อนไขการซื้อขาย ขณะที่การขายฝากเป็นการขายที่ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในเวลาที่กำหนด ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรเข้าใจทั้ง เงินที่ได้รับ กรรมสิทธิ์ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลา และความเสี่ยง

 

ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก ต่างกันอย่างไร?

สรุปให้เห็นภาพง่ายๆ

ประเด็นขายบ้าน/ขายขาดขายฝาก
กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อโอนไปยังผู้ซื้อฝาก
มีสิทธิเอาทรัพย์คืนหรือไม่โดยทั่วไปไม่มีสิทธิไถ่คืนมีสิทธิไถ่ภายในกำหนด
ได้เงินก้อนได้จากราคาขายได้ตามราคาขายฝาก
ต้องจ่ายสินไถ่หรือไม่ไม่ต้องต้องจ่ายสินไถ่เพื่อไถ่คืน
ความเสี่ยงเสียกรรมสิทธิ์ถาวรหากไถ่ไม่ทัน อาจเสียสิทธิในทรัพย์
เหมาะกับใครผู้ที่พร้อมขายทรัพย์ถาวรผู้ที่มีแผนหาเงินมาไถ่คืน
จุดสำคัญเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินพร้อมสิทธิไถ่ตามสัญญา

สรุปสั้นๆ
ขายขาด = ได้เงินแล้วจบการถือครองทรัพย์
ขายฝาก = ได้เงิน แต่มีภารกิจต้องหาเงินมาไถ่ทรัพย์คืนตามกำหนด

 

  1. ถ้าขายบ้านทิ้ง จะได้เงินเร็วแค่ไหน?

คำว่า “ขายบ้านได้เงินภายใน 24 ชั่วโมง” ต้องระวัง เพราะการขายอสังหาริมทรัพย์โดยทั่วไปมีขั้นตอนมากกว่าการขายทรัพย์สินทั่วไป

ผู้ขายอาจต้อง

  • หาผู้ซื้อ

  • ตกลงราคา

  • ตรวจสอบเอกสารสิทธิ

  • ตรวจสอบภาระผูกพัน

  • เตรียมเอกสาร

  • นัดหมายสำนักงานที่ดิน

  • ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์

  • ชำระค่าใช้จ่ายและภาษีที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น การมีผู้สนใจซื้อไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินสดเข้าบัญชีภายใน 24 ชั่วโมงเสมอไป

หากเป็นการขายให้ผู้ซื้อที่พร้อมดำเนินการทันทีและเอกสารครบ ขั้นตอนอาจรวดเร็วขึ้น แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมให้ชัดเจน

ข้อดีของการขายขาด

ได้เงินก้อนและไม่ต้องรับภาระไถ่คืน หากขายแล้วนำเงินไปปิดหนี้ทั้งหมดหรือแก้ปัญหาสภาพคล่องได้ ผู้ขายไม่ต้องกังวลเรื่องวันครบกำหนดไถ่เหมือนการขายฝาก

ข้อเสีย

บ้านหรือที่ดินจะไม่กลับมาเป็นของเรา หากเป็นบ้านที่ครอบครัวอาศัยอยู่ การขายขาดจึงต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวด้วย ไม่ใช่เพียงจำนวนเงินที่จะได้รับในวันนี้

 

  1. ขายฝากคืออะไร และทำไมคนต้องการเงินด่วนจึงสนใจ?

                   การขายฝากเป็นสัญญาที่ผู้ขายฝากขายทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อฝาก โดยผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด จุดสำคัญคือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียนขายฝาก ดังนั้นการขายฝากไม่ใช่การ “เอาบ้านไปค้ำแล้วได้เงิน” ในความหมายเดียวกับสินเชื่อจำนอง ผู้ขายฝากได้รับเงินจากการขายฝาก และหากต้องการทรัพย์คืน จะต้องใช้สิทธิไถ่และชำระสินไถ่ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 

  1. ข้อดีของการขายฝาก: ได้เงินก้อนและยังมีโอกาสได้ทรัพย์คืน

                   จุดที่ทำให้การขายฝากแตกต่างจากการขายขาดคือ สิทธิไถ่ สมมติว่าคุณมีบ้านมูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท แต่กำลังขาดสภาพคล่องและต้องการเงิน 2 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาทางธุรกิจ หากขายบ้านขาด คุณอาจต้องโอนกรรมสิทธิ์และไม่ได้มีสิทธิไถ่บ้านกลับโดยอัตโนมัติ แต่หากทำขายฝากตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด คุณจะมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาของสัญญา โดยต้องเตรียมสินไถ่ตามที่กำหนด จึงเหมาะกับกรณีที่ผู้ขายฝากมีเหตุผลรองรับว่า

“ตอนนี้ต้องการเงิน แต่ในอนาคตมีโอกาสหาเงินก้อนมาไถ่ทรัพย์คืนได้” อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้ต้องพิสูจน์ให้ได้ด้วยตัวเลข ไม่ใช่เพียงความคาดหวัง

 

  1. จุดเสี่ยงที่สุดของการขายฝากคือ “ไถ่ไม่ทัน”

                   นี่คือเรื่องที่คนกำลังต้องการเงินด่วนต้องเข้าใจให้ชัดเจนที่สุด การขายฝากไม่ได้หมายความว่า “เอาบ้านไปแลกเงินชั่วคราวแล้วจะได้บ้านคืนแน่นอน” หากผู้ขายฝากไม่สามารถใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลา ผลทางกฎหมายอาจทำให้ผู้ขายฝากเสียสิทธิในทรัพย์นั้น ดังนั้นก่อนทำสัญญาควรตอบให้ได้ว่า “เงินที่จะใช้ไถ่คืนจะมาจากไหน?”

ตัวอย่างแผนที่ควรมี เช่น

  • รายได้จากธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับ
  • เงินจากการขายทรัพย์สินอื่น
  • เงินจากการลงทุนที่ครบกำหนด
  • สินเชื่อที่มีโอกาสได้รับอนุมัติ
  • เงินก้อนจากคู่ค้า หรือลูกหนี้ที่คาดว่าจะชำระ

แต่ต้องแยกระหว่าง “แผนที่มีหลักฐานรองรับ” กับ “หวังว่าจะมีเงินในอนาคต”

หากยังไม่มีแหล่งเงินที่ชัดเจน การขายฝากอาจเพิ่มความเสี่ยงให้กับสถานการณ์ทางการเงิน

 

  1. เงินที่ได้จากการขายขาดกับขายฝาก อาจไม่เท่ากัน

                   อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ อย่าเปรียบเทียบเพียงว่า “ขายแบบไหนได้เงินมากกว่า?” ควรเปรียบเทียบ เงินสุทธิที่ได้รับจริง

 

ตัวอย่างเช่น

 

กรณีขายขาด

ราคาขาย 5,000,000 บาท

หักหนี้และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 1,500,000 บาท

เงินสุทธิที่เหลือ = 3,500,000 บาท

 

กรณีขายฝาก

ราคาขายฝาก 3,000,000 บาท

ผู้ขายฝากได้รับเงินตามเงื่อนไขของสัญญา แต่หากต้องการทรัพย์คืนในอนาคต จะต้องเตรียมเงินสำหรับสินไถ่

ดังนั้นตัวเลขที่ควรนำมาเปรียบเทียบไม่ใช่แค่ “ได้เงินวันนี้เท่าไร”

แต่ควรถามเพิ่มว่า

“ต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไรเพื่อให้ทรัพย์กลับมาเป็นของเรา?”

 

  1. ถ้าต้องการเงินภายใน 24 ชั่วโมง ควรดูอะไรบ้าง?

                   หากความเร่งด่วนเป็นเรื่องสำคัญ ให้ประเมิน 5 เรื่องนี้ก่อนตัดสินใจ

  1. ต้องใช้เงินจริงเท่าไร? แยก “จำนวนเงินที่ต้องการ” ออกจาก “วงเงินที่มีคนเสนอ” ถ้าต้องการ 1 ล้านบาทเพื่อปิดหนี้ แต่มีคนเสนอให้ทำธุรกรรม 3 ล้านบาท ไม่ได้แปลว่าควรรับ 3 ล้านบาท เงินที่มากขึ้นอาจหมายถึงภาระที่มากขึ้นด้วย

 

  1. ต้องใช้เงินวันไหน? คำว่า “ภายใน 24 ชั่วโมง” ควรระบุให้ชัดว่า
  • ต้องได้รับเงินวันไหน
  • ต้องใช้ก่อนกี่โมง
  • ต้องมีเงินครบทั้งก้อนหรือบางส่วนก็เพียงพอ

เพราะบางครั้งปัญหาที่ดูเหมือนต้องขายบ้าน อาจแก้ได้ด้วยการจัดหาเงินเพียงบางส่วนก่อน

ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก

  1. บ้านหลังนี้สำคัญแค่ไหน? หากเป็นบ้านที่ครอบครัวอยู่อาศัย ควรประเมินผลกระทบหากไม่ได้บ้านคืน แต่ถ้าเป็นที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การตัดสินใจอาจแตกต่างออกไป

 

  1. ถ้าขายฝาก จะเอาเงินที่ไหนมาไถ่? ต้องตอบให้ได้ก่อนเซ็นสัญญา

 

  1. หากแผนผิดพลาด จะรับความเสียหายได้หรือไม่? นี่เป็นคำถามที่สำคัญที่สุด

 

  1. แล้วถ้า “ขายบ้าน” กับ “ขายฝาก” ยังไม่ใช่ทางเลือกแรก มีอะไรอีก?

                   การมีอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้หมายความว่าต้องขายหรือขายฝากทันทีเมื่อเงินขาดมือ ทางเลือกอื่นที่ควรพิจารณาก่อน ได้แก่

      • เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ หากปัญหาคือค่างวดสูงเกินไป การเจรจากับเจ้าหนี้อาจช่วยลดภาระรายเดือนโดยไม่ต้องเสียทรัพย์
      • รีไฟแนนซ์ หากคุณสมบัติและสถานะเครดิตเอื้ออำนวย อาจพิจารณารีไฟแนนซ์เพื่อลดต้นทุนหรือปรับโครงสร้างการชำระหนี้
      • ขอสินเชื่อที่มีหลักประกัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจช่วยรักษากรรมสิทธิ์ในทรัพย์ไว้ได้ แต่ต้องพิจารณาดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และความสามารถในการชำระคืน
      • ปล่อยเช่า หากมีอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้ใช้งาน การสร้างรายได้ประจำอาจช่วยลดปัญหาสภาพคล่องโดยไม่ต้องโอนกรรมสิทธิ์

 

  1. Checklist ก่อนเซ็นขายฝาก

                   หากสุดท้ายเลือกขายฝาก อย่าเซ็นเอกสารเพียงเพราะต้องการเงินด่วน ควรตรวจสอบอย่างน้อย

  • ราคาขายฝาก
  • จำนวนเงินที่ได้รับจริง
  • จำนวนสินไถ่
  • วันเริ่มต้นสัญญา
  • วันครบกำหนดไถ่
  • เงื่อนไขการไถ่ก่อนครบกำหนด
  • สิทธิในการครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์
  • ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม
  • เงื่อนไขหากไถ่ไม่ทัน
  • เอกสารสิทธิและภาระผูกพันของทรัพย์
  • หลักฐานการรับเงิน

หากเป็นการขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย และเข้าเกณฑ์ตามกฎหมายคุ้มครองเฉพาะ ควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทำสัญญาขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 ด้วย

 

Q: ขายบ้านกับขายฝาก แบบไหนได้เงินเร็วกว่ากัน?

A: ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะความเร็วขึ้นอยู่กับผู้ซื้อ ความพร้อมของเอกสาร การตรวจสอบทรัพย์ และขั้นตอนการจดทะเบียน การขายฝากหรือการขายขาดที่มีคู่สัญญาพร้อมและเอกสารครบอาจดำเนินการได้รวดเร็ว แต่ไม่ควรรับประกันว่าจะได้เงินภายใน 24 ชั่วโมงโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

Q: ขายฝากได้เงินเยอะกว่าขายบ้านหรือไม่?

A: ไม่จำเป็น จำนวนเงินขึ้นอยู่กับราคาทรัพย์ เงื่อนไขของคู่สัญญา และการประเมินความเสี่ยงของธุรกรรม สิ่งที่ควรเปรียบเทียบคือเงินสุทธิที่ได้รับและต้นทุนทั้งหมดหากต้องการไถ่ทรัพย์คืน

 

Q: ขายฝากบ้านแล้วบ้านยังเป็นของเราอยู่หรือไม่?

A: โดยหลัก กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ขายฝากโอนไปยังผู้ซื้อฝากเมื่อจดทะเบียน ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงไม่ควรเข้าใจว่าการขายฝากเป็นเพียงการนำบ้านไปค้ำประกัน

 

Q: ขายฝากแล้วไถ่คืนไม่ได้จะเกิดอะไรขึ้น?

A: หากผู้ขายฝากไม่ใช้สิทธิไถ่ภายในกำหนดเวลา ผลคืออาจเสียสิทธิในทรัพย์และไม่สามารถไถ่คืนได้ตามปกติ จึงต้องวางแผนแหล่งเงินสำหรับไถ่ตั้งแต่ก่อนทำสัญญา

 

Q: ถ้าต้องการเงินด่วน ควรขายบ้านหรือขายฝาก?

A: หากไม่ต้องการถือบ้านต่อ การขายขาดอาจเหมาะกว่า แต่หากต้องการรักษาโอกาสในการได้ทรัพย์คืนและมีแผนไถ่ที่ชัดเจน อาจพิจารณาขายฝาก ทั้งสองกรณีควรเปรียบเทียบเงินสุทธิ ต้นทุน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ

 

Q: ขายฝากเหมาะกับใครที่สุด?

A: เหมาะกับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้เงินก้อน แต่ยังมีเหตุผลและแผนทางการเงินที่น่าเชื่อถือว่าจะสามารถหาเงินมาไถ่ทรัพย์คืนได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้ที่ไม่มีแผนไถ่คืนที่ชัดเจนควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

 

                   สรุปส่งท้าย อยากได้เงินด่วน 24 ชั่วโมง เลือก ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก ใช้วิธีแบบไหนดี? คำตอบขึ้นอยู่กับว่า คุณต้องการ “เงินอย่างเดียว” หรือ “เงินพร้อมโอกาสรักษาทรัพย์ไว้” หากต้องการเปลี่ยนบ้านเป็นเงินอย่างถาวร และมั่นใจว่าไม่ต้องการบ้านหรือที่ดินนั้นอีก การ ขายขาด อาจเป็นทางเลือกที่ตรงไปตรงมามากกว่า แต่หากต้องการเงินก้อนในช่วงเวลาหนึ่ง และมีแผนหาเงินมาไถ่ทรัพย์คืนอย่างชัดเจน การ ขายฝาก อาจเป็นทางเลือกที่ควรนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตาม อย่าตัดสินใจจากคำว่า “ได้เงินภายใน 24 ชั่วโมง” เพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ต้องแลกอาจไม่ใช่แค่ดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม แต่คือ กรรมสิทธิ์ในบ้านหรือที่ดิน

ก่อนตัดสินใจ ให้ถามตัวเอง 3 ข้อ

  1. ต้องการเงินจริง ๆ เท่าไร?
    2. ถ้าขายฝาก จะหาเงินมาไถ่คืนจากไหน?
    3. หากไถ่ไม่ทัน จะยอมรับการเสียทรัพย์ได้หรือไม่?

ถ้าตอบ 3 ข้อนี้ไม่ได้ชัดเจน อย่ารีบเซ็นสัญญาเพียงเพราะต้องการเงินภายใน 24 ชั่วโมง

 

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี การขายบ้าน การขายฝาก และการนำอสังหาริมทรัพย์มาเป็นหลักประกันมีรายละเอียดด้านกฎหมาย ภาษี ค่าใช้จ่าย และเงื่อนไขสัญญาที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบเอกสารและข้อเท็จจริงกับผู้เชี่ยวชาญก่อนทำธุรกรรมจริง

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

วิธีการเอาชื่อเข้า ทะเบียนบ้านของชาวต่างชาติ
5
Sep 23
วิธีการเอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านของชาวต่างชาติ

ทะเบียนบ้านนั้นเป็นเอกสารของทางราชการ ที่ระบุรายชื่อของผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้าน ทะเบียนบ้านจะบ่งบอกว่าบุคคลใดเป็นเจ้าบ้านและบุคคลใดเป็นผู้อาศัย คนไทยใช้ทะเบียนบ้านเพื่อแสดงที่อยู่อาศัย และใช้แสดงเป็นหลักฐานสำคัญในการติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ และถ้าคนต่างชาติอยากจะมีชื่อในทะเบียนบ้านบ้างจะต้องทำอย่างไรและเตรียมเอกสารอะไรบ้าง วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนแล้วค่ะ สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ การขอ ทะเบียนบ้านของชาวต่างชาติ จะต้องเป็นทะเบียนบ้านเล่มเหลือง (ทร.13) เท่านั้น และการนำชื่อชาวต่างชาติเข้าทะเบียนบ้าน จะมี 2 กรณีหลัก ๆ 1.กรณีที่คนต่างชาติสมรสกับคนไทย และต้องการนำชื่อเข้าทะเบียนบ้าน หากคุณหรือบิดามารดาของคุณเป็นเจ้าบ้าน ให้เจ้าบ้านไปแจ้งต่อสำนักทะเบียนตามภูมิลำเนาที่บ้านตั้งอยู่ โดยกรอกคำร้องเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร(ทร.13) ขอเพิ่มชื่อบุคคลในทะเบียนบ้าน สำหรับเอกสารที่ต้องเตรียมก็มีดังนี้ค่ะ เอกสารเจ้าของบ้าน – บัตรประชาชนพร้อมสำเนา – ทะเบียนบ้าน ทร. 14 เล่มจริง พร้อมสำเนา เอกสารสำหรับขอ ทะเบียนบ้านของชาวต่างชาติ – หนังสือเดินทาง (ตัวจริงพร้อมสำเนาที่ทำการแปลเป็นภาษาไทย) – หนังส […]

อ่านเพิ่มเติม
2
Apr 26
โอนโฉนดที่ดิน ใช้เอกสารอะไรบ้าง ปี 2569

โอนโฉนดที่ดิน ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เช็กเลย อัปเดตมาให้แล้ว 2569               การโอนโฉนดที่ดินเป็นขั้นตอนสำคัญในการซื้อขาย หรือเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สิน หากเตรียมเอกสารไม่ครบ อาจทำให้เสียเวลา หรือดำเนินการไม่ได้ในวันเดียว บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณเช็ก เอกสารที่ต้องใช้ในการโอนโฉนดที่ดิน ปี 2569 ครบทุกกรณี พร้อมขั้นตอนและค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ เอกสารโอนโฉนดที่ดิน (กรณีซื้อขายทั่วไป) ฝั่งผู้ขายต้องเตรียม โฉนดที่ดินตัวจริง (น.ส.4 จ.) บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ทะเบียนสมรส / ใบหย่า (ถ้ามี) หนังสือยินยอมคู่สมรส (กรณีแต่งงาน) ฝั่งผู้ซื้อต้องเตรียม บัตรประชาชนตัวจริง ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี) ทะเบียนสมรส (ถ้ามี) กรณีกู้ธนาคาร (ซื้อบ้าน/ที่ดิน)               ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่ สัญญากู้เงินจากธนาคาร, หนังสือจำนอง, แคชเชียร์เช็ค (ค่าซื้อขาย + ค่าใช้จ่าย) กรณีโอนให้ / โอนมรดก (เอกสารจะต่างจากการซื้อขายเล็กน้อย) โอนให้ (ให้เปล่า) หนังสือให้ที่ดิน สำเนาบัตรประชาชนทั้งสองฝ่าย โอนมรดก ใบมรณบัตร พินัยกรรม (ถ้ามี) หนังสือรับรอง […]

อ่านเพิ่มเติม
ชวนมาอัพเดทข้อมูล ราคาที่ดิน ในกรุงเทพ
14
Nov 24
10 อันดับที่ดินทำเลทองในกรุงเทพ ฉบับอัพเดต ปี 2567

>>>เดินทางมาถึงไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 วันนี้ Property4Cash ชวนมาอัพเดทข้อมูล ราคาที่ดิน ในกรุงเทพว่า แต่ละทำเลราคาพุ่งไปถึงไหนกันแล้ว…   เป็นที่ทราบกันดีว่า… ราคาที่ดินมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามกำลังซื้อของผู้บริโภค และเศรษฐกิจที่กำลังเติบโต โดยที่ดิน เป็นปัจจัยสำคัญทั้งของการก่อสร้างบ้านใหม่ คอนโด และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ อย่างโครงการคอมมูนิตี้มอลต่างๆ เดี๋ยวเราลองมาดูว่าในช่วงที่ผ่านมา ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดอยู่ในทำเลไหนกันบ้าง?…   โดยราคาที่ดินเปล่าในกรุงเทพและปริมณฑล ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ดัชนีราคาที่ดินลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นว่า ราคาที่ดินเปล่าก่อนการพัฒนายังคงมีการปรับตัวขึ้นในทิศทางที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5 ปี ในช่วงก่อนโควิด-19 (ปี 2558-2562) ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 14.8% ต่อไตรมาส เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน    ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้ที่ดินเปล่ามีอัตราชะลอตัวปรับขึ้น วันนี้เราได้รวบรวมเหตุผลมาให้แล้วค่ะ กา […]

อ่านเพิ่มเติม