สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้เกี่ยวกับอสังหา
27
Oct 26

สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้เกี่ยวกับอสังหา: 10 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนซื้อบ้านและลงทุน

                   เมื่อพูดถึงอสังหาริมทรัพย์ หลายคนมักนึกถึงบ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน หรืออาคารพาณิชย์ที่สามารถซื้อไว้เพื่ออยู่อาศัยและสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความจริงแล้ว อสังหาริมทรัพย์มีรายละเอียดมากกว่าราคาที่เห็นในประกาศขาย เพราะยังมีเรื่องต้นทุนแฝง ข้อกฎหมาย ภาษี สภาพคล่อง และปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว

                   สิ่งที่น่าสนใจคือ อสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เป็นการลงทุนที่ดีเสมอไปเพียงเพราะราคามีแนวโน้มสูงขึ้น หากซื้อผิดทำเล ประเมินค่าใช้จ่ายไม่ครบ หรือไม่เข้าใจสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย ทรัพย์สินที่ตั้งใจให้สร้างความมั่งคั่งก็อาจกลายเป็นภาระทางการเงินได้

                   บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ 10 เรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่คนทั่วไปมักมองข้าม เพื่อให้สามารถตัดสินใจซื้อบ้าน ซื้อคอนโด หรือเริ่มลงทุนอสังหาได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

1. ราคาบ้านที่ประกาศขาย ไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมดที่ต้องจ่าย

                   หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การมองว่าราคาซื้อขายเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เพียงก้อนเดียวในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ในความเป็นจริง ผู้ซื้ออาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม เช่น

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
  • ค่าจดจำนอง หากใช้สินเชื่อและเข้าเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
  • ภาษีและค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม ซึ่งต้องพิจารณาตามกฎหมายและข้อตกลงของคู่สัญญา
  • ค่าตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าประกันภัยและค่าบำรุงรักษา
  • ค่าส่วนกลางของคอนโดหรือหมู่บ้านจัดสรร
  • ดอกเบี้ยเงินกู้ตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ

                   ตัวอย่างเช่น หากซื้อคอนโดราคา 2 ล้านบาท ผู้ซื้อไม่ควรวางแผนการเงินโดยเตรียมเงินไว้เพียงสำหรับเงินดาวน์และค่าโอนเท่านั้น แต่ควรสำรองเงินสำหรับค่าใช้จ่ายวันโอน การตกแต่ง และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหลังเข้าอยู่อาศัยด้วย

สิ่งที่ควรรู้: ก่อนซื้อบ้านหรือคอนโด ควรจัดทำงบประมาณรวมตั้งแต่วันทำสัญญาจนถึงวันที่สามารถเข้าอยู่หรือเริ่มปล่อยเช่าได้จริง

2. ราคาประเมินกับราคาตลาดเป็นคนละเรื่องกัน

                   หลายคนเข้าใจว่าราคาประเมินของอสังหาริมทรัพย์เป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน แต่ราคาประเมินและราคาตลาดมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ราคาประเมินทุนทรัพย์ของทางราชการใช้เป็นฐานในงานด้านภาษีและค่าธรรมเนียมบางประเภท ขณะที่ราคาตลาดขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขาย ทำเล สภาพทรัพย์สิน และสถานการณ์ในขณะนั้น ตัวอย่างเช่น ที่ดินสองแปลงอาจมีราคาประเมินใกล้เคียงกัน แต่แปลงที่ติดถนนใหญ่หรืออยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอาจมีราคาตลาดสูงกว่าอีกแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน การที่ผู้ขายตั้งราคาสูงกว่าราคาประเมินก็ไม่ได้หมายความว่าทรัพย์สินนั้นมีมูลค่าสูงตามไปด้วย ผู้ซื้อจึงควรพิจารณาข้อมูลหลายด้านร่วมกัน ได้แก่ ราคาซื้อขายของทรัพย์สินใกล้เคียง สภาพแวดล้อม การเข้าถึงระบบขนส่ง และศักยภาพการใช้ประโยชน์ของที่ดิน

3. ทำเลที่ดีไม่ได้หมายถึงทำเลที่ลงทุนแล้วกำไรเสมอไป

                   คำว่า “ทำเลดี” เป็นปัจจัยสำคัญในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันสำหรับผู้ซื้อทุกกลุ่ม สำหรับผู้ที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ทำเลที่ดีอาจหมายถึงการเดินทางสะดวก ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานที่ทำงาน แต่สำหรับนักลงทุน ทำเลที่ดีต้องตอบโจทย์เพิ่มเติม เช่น

  • มีกลุ่มผู้เช่าที่ชัดเจนหรือไม่
  • ค่าเช่าสอดคล้องกับราคาซื้อหรือไม่
  • มีทรัพย์สินลักษณะใกล้เคียงกันแข่งขันมากเพียงใด
  • มีโครงการใหม่ที่อาจเพิ่มอุปทานในอนาคตหรือไม่
  • สามารถขายต่อได้ง่ายเพียงใด

                   คอนโดที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าอาจมีความต้องการเช่าสูง แต่ถ้าราคาซื้อแพงมากเมื่อเทียบกับค่าเช่าที่ได้รับ ผลตอบแทนจากการลงทุนก็อาจต่ำกว่าคอนโดในทำเลอื่นได้ ดังนั้น การเลือกอสังหาริมทรัพย์ไม่ควรพิจารณาเพียงว่าทำเลนั้นกำลังได้รับความนิยม แต่ควรวิเคราะห์ว่าราคาที่ต้องจ่ายเหมาะสมกับประโยชน์และรายได้ที่คาดว่าจะได้รับหรือไม่

4. ผลตอบแทนค่าเช่าที่เห็นในโฆษณา อาจไม่ใช่กำไรที่ได้รับจริง

                   อสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่ามักถูกนำเสนอด้วยตัวเลขผลตอบแทนต่อปี หรือ Rental Yield ซึ่งช่วยให้ผู้ลงทุนเปรียบเทียบทรัพย์สินเบื้องต้นได้ อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนที่คำนวณจากค่าเช่าก่อนหักค่าใช้จ่ายแตกต่างจากผลตอบแทนสุทธิที่เจ้าของได้รับจริง

สูตรคำนวณผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นคือ

Gross Rental Yield (%) = รายได้ค่าเช่าต่อปี ÷ ราคาซื้ออสังหาริมทรัพย์ × 100

ตัวอย่างเช่น ซื้อคอนโดราคา 2,000,000 บาท และปล่อยเช่าเดือนละ 10,000 บาท

  • รายได้ค่าเช่าต่อปี 120,000 บาท
  • ผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้น 6% ต่อปี

แต่ตัวเลข 6% นี้ยังไม่หักค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการหาผู้เช่า ภาษี และรายได้ที่สูญเสียไปในช่วงห้องว่าง

หากต้องการประเมินให้ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น ควรคำนวณผลตอบแทนสุทธิจากรายได้ที่ได้รับจริงหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ควรรู้: ผลตอบแทนสูงไม่ได้แปลว่าการลงทุนมีความเสี่ยงต่ำ และไม่ควรใช้ตัวเลขผลตอบแทนที่ผู้ขายรับรองเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวในการตัดสินใจซื้อ

5. การมีอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้หมายความว่าจะขายได้เงินทันที

                   อสังหาริมทรัพย์มีข้อดีคือสามารถใช้ประโยชน์เพื่ออยู่อาศัย ปล่อยเช่า หรือพัฒนาได้ตามสิทธิและข้อกฎหมาย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือสภาพคล่อง ต่างจากเงินฝากหรือสินทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดได้รวดเร็ว การขายบ้านหรือที่ดินอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับราคา ทำเล สภาพตลาด และความต้องการของผู้ซื้อ หากเจ้าของต้องการเงินสดอย่างเร่งด่วน อาจต้องลดราคาขายหรือยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

                   นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยใช้สินเชื่อยังต้องชำระค่างวดต่อไป แม้จะยังขายทรัพย์สินไม่ได้หรือไม่มีผู้เช่า ก่อนลงทุนจึงควรพิจารณาว่า หากรายได้ลดลงหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน จะสามารถรับภาระค่าใช้จ่ายต่อเนื่องได้นานเพียงใด

6. ที่ดินเปล่าก็มีต้นทุน แม้ไม่มีใครเข้าอยู่อาศัย

                   คนจำนวนไม่น้อยมองว่าการซื้อที่ดินเปล่าเป็นการลงทุนที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ เพราะไม่มีอาคารให้ซ่อมแซมและไม่ต้องดูแลผู้เช่า แต่ที่ดินเปล่าอาจมีต้นทุนและข้อจำกัดที่ไม่ควรมองข้าม เช่น

  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามประเภทการใช้ประโยชน์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลพื้นที่และกำจัดวัชพืช
  • ค่าใช้จ่ายด้านรั้ว การรักษาความปลอดภัย และการป้องกันการบุกรุก
  • ข้อจำกัดในการเข้าถึงทางสาธารณะ
  • ข้อจำกัดด้านผังเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการขออนุญาตก่อสร้าง

                   ที่ดินที่ดูเหมือนราคาถูกอาจมีต้นทุนสูงขึ้น หากต้องถมดิน ทำถนนเข้าออก หรือดำเนินการแก้ไขข้อจำกัดก่อนนำไปใช้ประโยชน์ ก่อนซื้อจึงควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ แนวเขต ทางเข้าออก ผังเมือง และความเป็นไปได้ในการพัฒนาพื้นที่ให้ชัดเจน

7. ภาษีอสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับการถือครองและการใช้ประโยชน์

                   ภาษีเป็นอีกเรื่องที่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ควรศึกษา เพราะภาระภาษีอาจแตกต่างกันตามลักษณะของทรัพย์สินและธุรกรรม ตัวอย่างภาษีและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: พิจารณาตามประเภทการใช้ประโยชน์ มูลค่าฐานภาษี และหลักเกณฑ์ยกเว้นหรือลดหย่อนที่มีผลใช้บังคับ
  • ภาษีเงินได้จากการให้เช่า: รายได้ค่าเช่าอาจต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์ของผู้มีเงินได้แต่ละประเภท
  • ภาษีและค่าธรรมเนียมเมื่อขายอสังหาริมทรัพย์: อาจประกอบด้วยภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ตามเงื่อนไข และค่าธรรมเนียมการโอน

                   ภาระที่เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี เช่น ระยะเวลาการถือครอง ลักษณะผู้ขาย การใช้ประโยชน์ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบข้อมูลกับกรมที่ดิน กรมสรรพากร และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับผิดชอบก่อนทำธุรกรรม

8. เอกสารสิทธิและข้อจำกัดของที่ดินสำคัญกว่าที่หลายคนคิด

                   การซื้อที่ดินหรือบ้านมือสองไม่ได้จบเพียงการตรวจสอบราคาขายและสภาพอาคาร แต่ยังต้องตรวจสอบสิทธิในทรัพย์สินอย่างละเอียด เอกสารสิทธิที่แตกต่างกันอาจมีผลต่อสิทธิในการซื้อขาย การใช้ประโยชน์ และการดำเนินการทางกฎหมาย ผู้ซื้อควรตรวจสอบเอกสารฉบับจริงและข้อมูลที่สำนักงานที่ดิน รวมถึงตรวจสอบว่ามีการจดทะเบียนจำนอง ภาระจำยอม หรือข้อจำกัดอื่นหรือไม่

สำหรับที่ดินที่ต้องการพัฒนา ควรตรวจสอบเพิ่มเติมว่า

  • มีทางเข้าออกที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
  • อยู่ภายใต้ข้อกำหนดผังเมืองใด
  • สามารถขออนุญาตก่อสร้างตามวัตถุประสงค์ได้หรือไม่
  • มีแนวเขตตรงกับเอกสารสิทธิหรือไม่
  • มีข้อพิพาทหรือภาระผูกพันที่อาจส่งผลต่อการใช้ประโยชน์หรือไม่

การตรวจสอบก่อนซื้ออาจใช้เวลา แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการซื้อทรัพย์สินที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ตามที่ตั้งใจ

9. บ้านมือสองที่ราคาถูก อาจมีค่าใช้จ่ายซ่อนอยู่

                   บ้านมือสองบางหลังมีราคาต่ำกว่าบ้านใหม่ในทำเลใกล้เคียง จึงดึงดูดผู้ซื้อที่ต้องการประหยัดงบประมาณ แต่ราคาซื้อที่ต่ำกว่าไม่ได้หมายความว่าต้นทุนรวมจะต่ำกว่าเสมอไป ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นหลังซื้อ ได้แก่

  • ซ่อมแซมหลังคาและระบบกันซึม
  • เปลี่ยนระบบไฟฟ้าหรือระบบประปาที่เสื่อมสภาพ
  • แก้ไขปัญหาปลวกและความชื้น
  • ปรับปรุงโครงสร้างหรือพื้นที่ที่ชำรุด
  • เปลี่ยนเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน

                   ผู้ซื้อควรตรวจสภาพอาคารก่อนทำสัญญา โดยเฉพาะระบบที่มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสูง หากเป็นไปได้ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและจัดทำประมาณการค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจ การเปรียบเทียบราคาบ้านมือสองกับบ้านใหม่จึงควรพิจารณาจากต้นทุนรวมที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ใช่ราคาเสนอขายเพียงอย่างเดียว

10. มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาที่ดินอย่างเดียว

                   หลายคนเชื่อว่าราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นเสมอเมื่อเวลาผ่านไป แต่ในความเป็นจริง มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อมูลค่า ได้แก่

  • การพัฒนาระบบขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน
  • การขยายตัวของแหล่งงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
  • การเปลี่ยนแปลงของประชากรและความต้องการที่อยู่อาศัย
  • อัตราดอกเบี้ยและความสามารถในการกู้ยืม
  • จำนวนโครงการใหม่และการแข่งขันในตลาด
  • ความเสี่ยงจากน้ำท่วม ภัยธรรมชาติ หรือปัญหาสิ่งแวดล้อม
  • ข้อจำกัดด้านผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน

                   ตัวอย่างเช่น ทำเลที่มีโครงการรถไฟฟ้าใหม่อาจได้รับความสนใจมากขึ้น แต่ราคาที่ดินหรือคอนโดอาจปรับขึ้นไปก่อนแล้วตั้งแต่ช่วงประกาศโครงการ ผู้ซื้อที่เข้าตลาดในช่วงราคาสูงจึงไม่จำเป็นต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอไป

                   การประเมินอสังหาริมทรัพย์ควรพิจารณาทั้งราคาในปัจจุบัน ความต้องการใช้ประโยชน์จริง ต้นทุนการถือครอง และความเสี่ยงในอนาคต

แล้วมือใหม่ควรเริ่มต้นศึกษาอสังหาริมทรัพย์จากอะไร?

                   หากต้องการเริ่มต้นซื้อบ้านหรือลงทุนอสังหา ควรเริ่มจากการกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนก่อนว่า ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ปล่อยเช่า เก็บเป็นสินทรัพย์ระยะยาว หรือพัฒนาเพื่อขายต่อ เพราะแต่ละเป้าหมายต้องใช้วิธีประเมินที่แตกต่างกัน

จากนั้นควรดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ประเมินความสามารถทางการเงิน กำหนดงบประมาณ เงินสำรอง และภาระหนี้ที่สามารถรับได้
  2. ศึกษาตลาดในทำเลเป้าหมาย เปรียบเทียบราคาซื้อขาย ค่าเช่า และจำนวนทรัพย์สินที่แข่งขันกัน
  3. ตรวจสอบกฎหมายและเอกสาร ให้แน่ใจว่าทรัพย์สินสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามวัตถุประสงค์
  4. คำนวณต้นทุนรวมและผลตอบแทน รวมค่าใช้จ่ายวันซื้อ ต้นทุนระหว่างถือครอง และค่าใช้จ่ายเมื่อขาย
  5. วางแผนรับมือความเสี่ยง เช่น ไม่มีผู้เช่า ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซ่อมแซมฉุกเฉิน หรือขายทรัพย์สินได้ช้ากว่าที่คาด

การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากทรัพย์สินราคาแพงที่สุด แต่ควรเริ่มจากทรัพย์สินที่เข้าใจความเสี่ยง มีแผนการเงินรองรับ และสอดคล้องกับเป้าหมายของตนเอง

                   สรุปส่งท้าย สิ่งที่คนทั่วไปไม่รู้เกี่ยวกับอสังหา อาจเป็นตัวแปรสำคัญของความสำเร็จ อสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์ที่มีประโยชน์ทั้งด้านการอยู่อาศัยและการลงทุน แต่การเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยความเข้าใจมากกว่าการเลือกทรัพย์สินที่ดูสวยงามหรือมีราคาน่าสนใจ สิ่งสำคัญที่ควรจำ ได้แก่ ต้นทุนซื้อไม่ได้มีเพียงราคาขาย ราคาประเมินไม่ใช่ราคาตลาด ผลตอบแทนค่าเช่าขั้นต้นไม่ใช่กำไรสุทธิ ที่ดินมีค่าใช้จ่ายระหว่างถือครอง และการขายอสังหาริมทรัพย์อาจใช้เวลานานกว่าที่คาด

                   นอกจากนี้ การตรวจสอบเอกสารสิทธิ ภาษี ข้อจำกัดด้านการใช้ประโยชน์ และสภาพอาคารก่อนซื้อ ล้วนช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ ความรู้ด้านอสังหาริมทรัพย์ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การรู้ว่าทรัพย์สินใดจะมีราคาสูงขึ้น แต่คือการรู้ว่าทรัพย์สินนั้นเหมาะกับเป้าหมายของเราหรือไม่ มีต้นทุนเท่าไร และเราสามารถรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน

 

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ข้อมูลภาษี ค่าธรรมเนียม และข้อกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ที่มีผลใช้บังคับ ณ วันที่ทำธุรกรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร? แล้วธุรกิจไหนบ้างที่ต้องเสีย?
20
May 25
ภาษีธุรกิจเฉพาะ คืออะไร? แล้วธุรกิจไหนบ้างที่ต้องเสียภาษี!!!

         ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นหนึ่งในภาษีที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตนเองต้องเสียหรือไม่ หรือบางครั้งเข้าใจว่าเป็นภาษีสำหรับธุรกิจเฉพาะทางเท่านั้น! ตามชื่อเฉพาะเลย… แต่ในความจริงแล้ว ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีที่จัดเก็บจากกิจการบางประเภทโดยเฉพาะ ไม่ได้เกี่ยวกับความ “พิเศษ” แต่เกี่ยวกับ รูปแบบของธุรกิจ อย่างชัดเจน   ทำความรู้จักภาษีเฉพาะ           “ภาษีธุรกิจเฉพาะ” หมายถึง ภาษีที่เก็บจากกิจการบางประเภท ตามที่กฎหมายกำหนดเป็นพิเศษ โดยเป็นภาษีที่ถูกแยกออกมาจากภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทางกรมสรรพากรจะเป็นผู้จัดเก็บภาษีดังกล่าวนี้ ทั้งในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โดยผู้ที่มีหน้าที่จ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องทำการยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีธุรกิจเฉพาะ ภายในวันที่ 30 นับตั้งแต่วันที่เริ่มกิจการ ด้วยการยื่นแบบคำขอ ภ.ธ.01 กิจการหรือธุรกิจต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีอะไรบ้าง? กิจการธนาคาร ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ธุรกิจประกันชีวิต กิจการโรงรับจำนำ การประกอบการเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ อาทิ การให้กู้ยืมเงินค้ำประกัน การแลกเปลี่ยนเงินตรา ฯลฯ การขายอสังหาริมทรัพย์ ที่นับเป็นก […]

อ่านเพิ่มเติม
12
Jan 26
อัพเดท! มาตรการอสังหา ปี 2569 สิทธิประโยชน์ใหม่ที่ผู้ซื้อบ้านต้องรู้

อัพเดท มาตรการอสังหา ปี 2569                ในปี 2569 ภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทย ยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ออก มาตรการอสังหา หลายด้าน เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ลดภาระประชาชน และเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ บทความนี้จะพาคุณมาอัพเดทมาตรการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 แบบเข้าใจง่าย ครบ จบในที่เดียว 1. มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง หนึ่งในมาตรการยอดนิยมที่ช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้าน คือ ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ ลดค่าจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ มาตรการนี้ช่วยให้ผู้ซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง และคอนโดมิเนียม มีค่าใช้จ่ายวันโอนลดลง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ซื้อบ้านหลังแรก และกลุ่มมนุษย์เงินเดือน 2. การผ่อนคลายมาตรการสินเชื่อ (LTV) ในปี 2569 มีการผ่อนคลาย มาตรการ LTV (Loan to Value) ในบางเงื่อนไข เพื่อช่วยให้ผู้ซื้อสามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เช่น วางเงินดาวน์น้อยลง เพิ่มโอกาสในการกู้ผ่านสำหรับผู้มีรายได้ประจำ มาตรการนี้ส่งผลดีทั้งต่อผู้ซื้ออยู่อาศัยจริง และนักลงทุนที่ต้องการขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ 3. สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำ […]

อ่านเพิ่มเติม
28
Mar 23
5 ข้อต้องรู้ก่อนนำที่ดินไปขายฝาก

หากเอ่ยถึงการนำทรัพย์สิน ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด  ที่ดิน หรือ รถ ไปเป็นหลักทรัพย์เพื่อแลกกับเงินก้อน การขายฝากก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการใช้เงินด่วน แต่ก่อนจะนำที่ดินหรือทรัพย์สินไปทำการขายฝาก เราจะพาทุกท่านไปดูส่วนสำคัญที่จำเป็นต้องรู้ ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการขายฝากกันค่ะ ในการขายฝากต้องส่งมอบทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินให้ผู้รับซื้อฝาก ผู้ขายฝากจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินต่อไป ไม่ว่าบ้าน คอนโด ที่ดิน จนกว่าจะมีการไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากคืน แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ผู้รับซื้อฝาก มักจะยินยอมให้ผู้ขายฝากใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ตามแต่ตกลงกัน ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินคืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาขายฝาก โดยกรณีอสังหาริมทรัพย์ กำหนดเวลาไถ่ทรัพย์สินคืนได้ไม่เกิน 10 ปี นับแต่เวลาขายฝาก หากผู้ขายฝากไม่มาไถ่ทรัพย์สินคืนตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด ผู้ขายฝากจะหมดสิทธิในการไถ่ทรัพย์สินคืนทันที โดยไม่ต้องชำระเงินเพิ่มเติมให้ผู้รับซื้อฝากอีก การขายฝากส่วนใหญ่ผู้ขายฝากจะได้วงเงินประมาณ 40-70% ของราคาประเมิน ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนขายฝาก ในอัตรา […]

อ่านเพิ่มเติม