21
Aug 26

โฉนดที่ดิน แต่ละสีต่างกันอย่างไร?

                   หลายคนเข้าใจว่า “สีของโฉนด” เป็นเพียงความแตกต่างของกระดาษ แต่ในความเป็นจริง สีของตราครุฑบนเอกสารสิทธิที่ดิน สะท้อนประเภทของเอกสารสิทธิ และมีผลต่อการซื้อขาย การโอนกรรมสิทธิ์ รวมถึงการนำไปใช้เป็นหลักประกันทางการเงิน

                   หากกำลังจะซื้อที่ดิน ขายที่ดิน หรือขอสินเชื่อโดยใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน การรู้ว่าเอกสารของคุณเป็น ครุฑแดง ครุฑเขียว หรือครุฑดำ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

 

โฉนดครุฑแดง คืออะไร?

                   โฉนดครุฑแดง คือ โฉนดที่ดิน (น.ส.4 จ.) ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิที่มีความสมบูรณ์ที่สุด เจ้าของมีกรรมสิทธิ์เต็มรูปแบบ


สิทธิของโฉนดครุฑแดง

  • ซื้อขายได้
  • โอนกรรมสิทธิ์ได้
  • จำนองได้
  • ขายฝากได้
  • ให้เช่าได้
  • ให้ทายาทรับมรดกได้
  • รังวัดกำหนดแนวเขตชัดเจน

จึงเป็นเอกสารที่ธนาคารและสถาบันการเงินส่วนใหญ่นิยมรับเป็นหลักประกัน

 

โฉนดครุฑเขียว คืออะไร?

                   ครุฑเขียว คือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) แม้จะยังไม่ใช่โฉนดเต็มรูปแบบ แต่ถือว่าเป็นเอกสารสิทธิที่มีการรังวัดตำแหน่งค่อนข้างชัดเจน

สามารถทำอะไรได้บ้าง

  • ซื้อขายได้
  • โอนสิทธิได้
  • ขอออกโฉนดได้ในพื้นที่ที่รัฐกำหนด
  • จำนองได้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้รับจำนองหรือสถาบันการเงิน)

หลายพื้นที่สามารถยื่นคำขอเปลี่ยนเป็นโฉนดได้ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดิน

 

โฉนดครุฑดำ คืออะไร?

                   ครุฑดำ โดยทั่วไปหมายถึง หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ผู้ครอบครองมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดิน แต่การกำหนดแนวเขตยังอาจอ้างอิงจากแผนที่หรือการรังวัดในภายหลัง จึงอาจมีความคลาดเคลื่อนมากกว่า น.ส.3 ก.

 

ซื้อขายได้หรือไม่?

ซื้อขายได้

                   แต่การโอนสิทธิจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลที่ดิน แนวเขต และสถานะเอกสารสิทธิอย่างละเอียดก่อนทำธุรกรรม

 

ตารางเปรียบเทียบโฉนดแต่ละประเภท

 

ประเภทกรรมสิทธิ์ซื้อขายจำนองแนวเขตชัดเจน
โฉนดครุฑแดง (น.ส.4 จ.)เต็มรูปแบบ
ครุฑเขียว (น.ส.3 ก.)สิทธิครอบครองตามเอกสารขึ้นกับเงื่อนไขค่อนข้างชัด
ครุฑดำ (น.ส.3)สิทธิครอบครองตามเอกสารขึ้นกับเงื่อนไขต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

 

ซื้อขายที่ดินครุฑเขียวและครุฑดำได้ไหม?

คำตอบคือ ได้

แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียด ดังนี้

  • ตรวจสอบเอกสารสิทธิที่สำนักงานที่ดิน
  • ตรวจสอบภาระผูกพันหรือการอายัด
  • ตรวจสอบแนวเขตจริง
  • ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ในพื้นที่
  • ตรวจสอบว่ามีข้อพิพาทหรือไม่

การตรวจสอบก่อนซื้อช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต

โฉนดแต่ละประเภทนำไปจำนองหรือขายฝากได้ไหม?

โดยทั่วไป

  • โฉนดครุฑแดง มักได้รับการพิจารณาเป็นหลักประกันได้ง่ายที่สุด
  • ครุฑเขียว (น.ส.3 ก.) อาจใช้เป็นหลักประกันได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้ให้สินเชื่อหรือผู้รับจำนอง
  • ครุฑดำ (น.ส.3) ความสามารถในการใช้เป็นหลักประกันขึ้นอยู่กับการพิจารณาเป็นรายกรณี รวมถึงทำเล สถานะเอกสาร และเงื่อนไขของผู้รับหลักประกัน

จึงควรสอบถามรายละเอียดกับผู้ให้บริการก่อนยื่นคำขอ

 

Q: โฉนดครุฑแดงดีที่สุดหรือไม่?

A: โดยทั่วไปใช่ เพราะเป็นเอกสารกรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์ สามารถซื้อขาย โอน และใช้เป็นหลักประกันได้สะดวก

 

Q: ครุฑเขียวเปลี่ยนเป็นโฉนดได้ไหม?

A: หลายกรณีสามารถดำเนินการได้ หากพื้นที่และเอกสารเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมที่ดิน

 

Q: ครุฑดำขายได้ไหม?

A: ขายได้ แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบรายละเอียดของเอกสารสิทธิ แนวเขต และข้อจำกัดต่าง ๆ ก่อนทำธุรกรรม

 

Q: สีของโฉนดมีผลต่อราคาที่ดินหรือไม่?

A: โดยตรงแล้วสีของตราครุฑไม่ได้กำหนดราคา แต่ประเภทของเอกสารสิทธิอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ ความสะดวกในการโอน และการใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งอาจมีผลต่อมูลค่าทางการตลาด

 

Q: โฉนดครุฑแดงคืออะไร?
A: โฉนดครุฑแดง (น.ส.4 จ.) เป็นเอกสารกรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุด สามารถซื้อขาย โอน จำนอง และขายฝากได้ โดยมีแนวเขตที่ดินชัดเจน

 

Q: โฉนดครุฑเขียวซื้อขายได้ไหม?
A: ได้ โดยครุฑเขียวคือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) และสามารถโอนสิทธิหรือยื่นขอออกโฉนดได้ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

 

Q: โฉนดครุฑดำซื้อขายได้ไหม?
A: ได้ แต่ควรตรวจสอบแนวเขต สถานะเอกสาร และภาระผูกพันของที่ดินก่อนทำธุรกรรม เนื่องจากรายละเอียดของเอกสารอาจแตกต่างจากโฉนดที่ดิน

 

Q: โฉนดแบบไหนนำไปจำนองได้ง่ายที่สุด?
A: โดยทั่วไป โฉนดครุฑแดงได้รับการยอมรับเป็นหลักประกันได้ง่ายที่สุด ส่วน น.ส.3 ก. และ น.ส.3 จะขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้รับจำนองหรือผู้ให้สินเชื่อ

 

                   สรุปส่งท้าย การรู้จักความแตกต่างของ โฉนดครุฑแดง ครุฑเขียว และครุฑดำ จะช่วยให้ตัดสินใจซื้อขาย ลงทุน หรือใช้ที่ดินเป็นหลักประกันได้อย่างรอบคอบมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบประเภทเอกสารสิทธิ สถานะของที่ดิน และข้อกำหนดทางกฎหมายก่อนทำธุรกรรมทุกครั้ง

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีขั้นตอนอะไรบ้าง อัปเดตปี 2568
11
Feb 25
เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีขั้นตอนอะไรบ้าง อัปเดตปี 2568

ชวนมาเตรียมความพร้อม เตรียมเอกสารก่อนโอน ที่ดิน มีเอกสารและขั้นตอนอะไรบ้าง? สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อขายที่ดิน หรือกำลังจะโอนที่ดินให้ลูกหรือคนในครอบครัว แต่ยังไม่มั่นใจว่าต้องทำอย่างไร? Property4Cash ได้รวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว… ว่าการโอนที่ดินต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง มีขั้นตอนอย่างไร ต้องยื่นเรื่องที่ไหน และมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง เพราะการเตรียมตัวที่ดีจะทำให้ไม่เสียเวลาและสามารถยื่นเรื่องโอนที่ดินให้จบอย่างรวดเร็วในวันเดียว มาดูกันว่าวิธีการโอนที่ดินนั้นเป็นอย่างไรบ้าง? เอกสารที่ใช้ในการโอนที่ดินให้กับผู้อื่น สิ่งแรกที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนที่ดิน คือ การเตรียมเอกสารโอนที่ดินให้พร้อม ซึ่งแบ่งออกเป็นกรณีบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล โดยทั้งสองแบบต้องเตรียมเอกสารแตกต่างกัน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ กรณีบุคคลธรรมดา สำหรับบุคคลธรรมดาที่ทำการซื้อ-ขายที่ดิน ต้องเตรียมเอกสารต่อไปนี้ เอกสารการโอนที่ดินผู้ซื้อ บัตรประชาชน พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ทะเบียนบ้าน พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง หนังสือเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล พร้อมสำเนาที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี)   ในกรณีที่ให้ผู้อื่นมาท […]

อ่านเพิ่มเติม
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)
5
Apr 23
3 กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง (พร้อมวิธีป้องกัน)

กลโกงขายฝาก ที่ควรระวัง ขึ้นชื่อว่า “การโกง” นั้น นับว่าเป็นอะไรที่อยู่คู่สังคมมนุษย์มาอย่างยาวนาน เป็นปัญหาที่ลุกลามไปทั่วทุกวงการ รวมไปถึงวงการ “ขายฝาก” เองนั้น ก็เป็นหนึ่งในการทำนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มักจะมีปัญหาโดนโกงด้วยวิธีต่างๆ มากมาย จนทำให้เจ้าของบ้านน้ำตาตกในกันมานักต่อนัก พาลทำให้หลายๆ คน ไม่กล้าที่จะทำสัญญาขายฝาก เพราะกลัวว่าจะต้องเสียทรัพย์ เสียบ้าน เสียที่ดินสุดรักสุดหวงไป จะดีกว่าหรือไม่..? ถ้ารู้เท่าทัน กลโกงขายฝาก ต่างๆ พร้อมวิธีป้องกัน เพื่อที่เราจะได้ขายฝากอย่างสบายใจ นำเงินไปใช้ยามฉุกเฉิน ยามจำเป็น โดยไม่ต้องกังวลว่าเวลาผ่านไป จะมีวิกฤตใหม่เข้ามาทำให้ชีวิตต้องทุกข์ทรมาน นัดไถ่ถอน แต่ติดต่อนายทุนไม่ได้! สัญญาขายฝากนั้น เป็นสัญญาที่มีการกำหนดไว้ว่า “ผู้ขายฝาก” หรือเจ้าของทรัพย์ สามารถนำเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมาไถ่ถอนตามเวลาที่กำหนดในระยะสัญญาได้ ซึ่งจะทำให้สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินนั้นๆ กลับคืนสู่เจ้าของเดิมผู้ขายฝาก แต่หากไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลาที่กำหนดแล้วล่ะก็ อสังหาริมทรัพย์ที่เรานำมาขายฝากนั้น ก็จะตกเป็นของนายทุนทันทีโดยไม่ต้องขึ้นศาลฟ้องร้องกันแต่อย่างใด   […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบลงทุนรับขายฝากกับลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปต่างกันอย่างไร
23
Aug 24
ความแตกต่างระหว่างการขายฝากกับการลงทุนประเภทอื่น: ทำไมการขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า”

การลงทุนรับขายฝากต่างจากการลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ผู้ลงทุนรับขายฝากเป็นเจ้าหนี้ที่มีโฉนดค้ำประกัน ไม่ต้องดูแลทรัพย์สิน และได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสม่ำเสมอสูงถึง 15% ต่อปี ซึ่งต่างจากการซื้ออสังหาที่ต้องดูแลทรัพย์และผลตอบแทนไม่แน่นอน บทความนี้ Property4Cash อธิบายความแตกต่างและแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ การลงทุนและขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร? การขายฝากเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะและอาจมีข้อได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้น มาดูกันว่าการขายฝากแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นอย่างไร และทำไมการขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในบางกรณี: การขายฝาก (Sale and Leaseback) ลักษณะ: การขายฝากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น การขายฝากคือการที่เจ้าของทรัพย์สินฝากและขายทรัพย์สินให้กับผู้ลงทุนไปในตัว ซึ่งการทำการฝากจะมีระยะเวลากำหนดตามสัญญา เช่น ทำสัญญาขายฝาก 1 ปี ถ้าครบกำหนดสัญญา 1 ปีแล้วเจ้าของไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลา 1 ปี ทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติ ข้อดี: ความมั่นคงในการรับรายได้: ผู้ลงทุ […]

อ่านเพิ่มเติม