20
Mar 26

ค่าธรรมเนียม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ใครจ่าย?

               การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด หรือที่ดิน นอกจากราคาซื้อขายแล้ว ยังมี “ค่าใช้จ่ายในการโอน” ที่หลายคนอาจยังสับสนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะ ค่าธรรมเนียมการโอน, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และ อากรแสตมป์ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะช่วยอธิบายให้เข้าใจง่าย พร้อมแนวทางแบ่งจ่ายที่พบได้บ่อย

1. ค่าธรรมเนียมการโอน คืออะไร? ใครจ่าย?

               ค่าธรรมเนียมการโอน คือ ค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระให้กรมที่ดินเมื่อมีการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ อัตรา ปกติอยู่ที่ 2% ของราคาประเมินราชการ

  • ผู้จ่าย
    👉 โดยทั่วไป “ผู้ซื้อและผู้ขาย” มักตกลง แบ่งจ่ายคนละครึ่ง (50/50)
    👉 แต่ในบางกรณี อาจมีการตกลงให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบทั้งหมด

สรุป ไม่มีกฎหมายบังคับตายตัว ขึ้นอยู่กับ “ข้อตกลง” ระหว่างคู่สัญญา

2. ภาษีธุรกิจเฉพาะ ใครต้องจ่าย?

               ภาษีธุรกิจเฉพาะ เก็บจาก “ผู้ขาย” ในกรณีที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ไม่ถึง 5 ปี อัตรา 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาขาย (แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)

  • เงื่อนไข

    • ต้องจ่ายเมื่อขายภายใน 5 ปี

    • ยกเว้น: หากมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี (กรณีบ้านหลัก)

  • ผู้จ่าย
    👉 โดยหลักคือ ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบ

หมายเหตุ: หากต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ จะ ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์

3. อากรแสตมป์ ใครต้องจ่าย?

               อากรแสตมป์ เป็นค่าภาษีอีกประเภทหนึ่งที่เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ อัตรา 0.5% ของราคาประเมินหรือราคาขาย (แล้วแต่ราคาใดสูงกว่า)

  • เงื่อนไข

    • ใช้ในกรณีที่ ไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ

  • ผู้จ่าย
    👉 ปกติ ผู้ขายเป็นผู้จ่าย
    👉 แต่สามารถตกลงกันใหม่ได้

                                                          ตารางสรุป: ใครจ่ายอะไร?

รายการอัตราผู้รับผิดชอบทั่วไป
ค่าธรรมเนียมการโอน2%แบ่งคนละครึ่ง
ภาษีธุรกิจเฉพาะ3.3%ผู้ขาย
อากรแสตมป์0.5%ผู้ขาย

เคล็ดลับก่อนโอนกรรมสิทธิ์

  • ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาจะซื้อจะขายให้ชัดเจน

  • คำนวณค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงงบบานปลาย

  • ต่อรองค่าใช้จ่ายได้ โดยเฉพาะตลาดผู้ซื้อหรือผู้ขายได้เปรียบ

  • ขอคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่กรมที่ดินหรือผู้เชี่ยวชาญ

               สรุปส่งท้าย ค่าธรรมเนียม ภาษีธุรกิจเฉพาะ อากรแสตมป์ ใครจ่าย? ค่าใช้จ่ายในการโอนอสังหาริมทรัพย์ไม่มีสูตรตายตัวว่าใครต้องจ่ายทั้งหมด แต่โดยทั่วไป ค่าธรรมเนียมการโอน → มักแบ่งกัน ภาษีธุรกิจเฉพาะ / อากรแสตมป์ → ผู้ขายเป็นหลัก สิ่งสำคัญที่สุด คือ “การตกลงกันให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น” เพื่อป้องกันข้อขัดแย้งในภายหลัง

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึง ขายฝากจำนอง นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

รีไฟแนนซ์ Retention ต่างกันอย่างไร?
26
May 23
Retention กับ Refinance ต่างกันอย่างไร?

เมื่อผ่อนบ้านมาได้สักระยะหนึ่งแล้วหลายคนก็เริ่มที่จะหาทางทำให้ดอกเบี้ยนั้นลดลง ซึ่งวิธีการที่เราคุ้นเคยกันนั้นคือการ รีไฟแนนซ์ แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกกว่ามาก คือการ Retention แล้วทั้ง 2 วิธีนี้แตกต่างกันอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ Retention เป็นการติดต่อขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ในขณะที่ รีไฟแนนซ์ เป็นการนำที่อยู่อาศัยที่ผู้กู้ผ่อนชำระอยู่ มาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อใหม่มาปิดหนี้ยอดเงินกู้เดิมที่ยังเหลืออยู่ ทำให้หนี้ของเรากับเจ้าหนี้ ซึ่งก็คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิมนั้นสิ้นสุดลง พร้อม ๆ กับการเกิดขึ้นของหนี้ใหม่กับธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ ซึ่งข้อแตกต่างสามารถแบ่งได้ตามนี้ #สถาบันการเงิน Retention จะใช้ธนาคารหรือสถาบันการเงินเดิม ไม่ต้องหาสถาบันการเงินใหม่ Refinance จะต้องหาธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ #การเตรียมเอกสาร Retention ไม่ต้องยุ่งยากในการเตรียมเอกสาร เนื่องจากธนาคารสามารถใช้เอกสารเดิมหลายฉบับที่ผู้กู้ใช้ยื่นขอสินเชื่อ Refinance เนื่องจากเป็นธนาคารหรือสถาบันการเงินใหม่ จึงต้องมีการเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด #ระยะเวลาอนุมัติ Retention เนื่องจากมีข้อ […]

อ่านเพิ่มเติม
วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน เริ่มได้อย่างไร?
13
Mar 25
วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน เริ่มได้อย่างไร?

ปัจจุบันผู้คนเริ่มสนใจเรื่องการวางแผนเกษียณกันมากขึ้น เพื่อที่จะมีเงินเก็บไว้ใช้ยามแก่ชรา โดยในแต่ละปีมีมนุษย์เงินเดือนที่เกษียณอายุมากขึ้น ทั้งการเกษียณจากอายุงาน หรือการเกษียณด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกษียณแบบไหนก็ตาม การเลือกวางแผนเกษียณไว้ล่วงหน้าย่อมดีกว่า  โดย Property4Cash เงินด่วนอสังหาได้รวบรวมการ วางแผนเกษียณตามสไตล์มนุษย์เงินเดือน มาฝากกัน อยากเริ่มวางแผนเกษียณกันแล้ว ไม่รู้ว่าหลังเกษียณควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ดี? บทความนี้ มีคำตอบให้คุณ   ใครหลายคนอาจคิดว่า… การวางแผนทางด้านการเงินหลังการเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือนเป็นเรื่องที่ยากและใช้เวลานาน แต่เราขอบอกเลยว่าไม่เป็นแบบนั้นแน่นอน โดยในหัวข้อนี้เราจะมาบอก  7 เทคนิคการวางแผนเกษียณสไตล์มนุษย์เงินเดือน เงินเพิ่มพูน มีใช้อย่างเหลือเฟือ 1.กำหนดการเกษียณอายุงาน : ก่อนที่คุณจะวางแผนเกษียณ คุณควรเริ่มกำหนดอายุเกษียณของตนเองไว้ก่อน หากคุณทำงานอยู่ที่บริษัทเอกชนแต่ไม่ทราบว่าบริษัทเอกชนเกษียณอายุเท่าไหร่ หรือตอนไหน? ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเอกชนจะเริ่มเกษียณอายุงานตอนอายุประมาณ 55 – 60 ปี และหลังจากเกษียณคนเราจะสามารถอยู่ได้จนถึงอายุประมาณ 80 ป […]

อ่านเพิ่มเติม
อสังหาริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568
31
Jan 25
อสังหริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568

อสังหาริมทรัพย์แบบไหน เหมาะกับการขายฝาก ปี 2568 จากการอัปเดต ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ คาดการณ์ปี 2568 มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย จำนวน 363,600 หน่วย เพิ่มขึ้น 3.7% แยกเป็นที่อยู่อาศัยแนวราบ 254,520 หน่วย เพิ่มขึ้น 4.7% และอาคารชุด 109,080 หน่วย เพิ่มขึ้น 1.5%    โดยภาพรวมดูดีขึ้นกว่าปี 2567 เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลง รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการสินเชื่อ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น เฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้าง การออกแบบตกแต่ง เป็นต้น  แต่อย่างไรก็ตามในปี 2568 ยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง เช่น ภาระหนี้สินครัวเรือน, สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ, ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในตะวันออกกลางจะส่งผลรุนแรงต่อราคาน้ำมันและพลังงาน นโยบาย America First ของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนใหม่ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก เช่น การตั้งกำแพงภาษีโดยขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากจีนเป็น 60%และขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ อีก 10 – 20% เพื่อสกัดสินค้านำเข้าจากต่างประเ […]

อ่านเพิ่มเติม