เปรียบเทียบลงทุนรับขายฝากกับลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปต่างกันอย่างไร
23
Aug 24

การลงทุนรับขายฝากต่างจากการลงทุนซื้ออสังหาทั่วไปใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ ผู้ลงทุนรับขายฝากเป็นเจ้าหนี้ที่มีโฉนดค้ำประกัน ไม่ต้องดูแลทรัพย์สิน และได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยสม่ำเสมอสูงถึง 15% ต่อปี ซึ่งต่างจากการซื้ออสังหาที่ต้องดูแลทรัพย์และผลตอบแทนไม่แน่นอน

บทความนี้ Property4Cash อธิบายความแตกต่างและแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ

การลงทุนและขายฝาก แตกต่างกันอย่างไร? การขายฝากเป็นรูปแบบการลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะและอาจมีข้อได้เปรียบเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่น

เช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือหุ้น มาดูกันว่าการขายฝากแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นอย่างไร และทำไมการขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในบางกรณี:

  1. การขายฝาก (Sale and Leaseback)

ลักษณะ: การขายฝากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น การขายฝากคือการที่เจ้าของทรัพย์สินฝากและขายทรัพย์สินให้กับผู้ลงทุนไปในตัว ซึ่งการทำการฝากจะมีระยะเวลากำหนดตามสัญญา เช่น ทำสัญญาขายฝาก 1 ปี ถ้าครบกำหนดสัญญา 1 ปีแล้วเจ้าของไม่มาไถ่ถอนตามระยะเวลา 1 ปี ทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติ

ข้อดี:

  • ความมั่นคงในการรับรายได้: ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยที่มีสัญญาผูกพัน ซึ่งมักจะมีความมั่นคงและต่อเนื่อง
  • ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน: ทรัพย์สินที่ถูกขายฝากเป็นหลักประกันที่ช่วยลดความเสี่ยงในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถชำระค่าดอกเบี้ยได้

ข้อเสีย:

  • ข้อจำกัดในการเพิ่มมูลค่า: การลงทุนในขายฝากอาจไม่สามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินได้เท่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถพัฒนาและปรับปรุงได้
  1. การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนและขายฝาก

ลักษณะ: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า, การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อพัฒนาและขาย, หรือการลงทุนใน REITs (Real Estate Investment Trusts)

ข้อดี:

  • การเพิ่มมูลค่า: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสในการเพิ่มมูลค่าโดยการปรับปรุงและพัฒนา
  • ผลตอบแทนจากค่าเช่า: สามารถรับรายได้จากค่าเช่าที่เกิดขึ้นจากการปล่อยเช่าอสังหาริมทรัพย์
  • ความหลากหลาย: มีรูปแบบการลงทุนที่หลากหลาย เช่น การลงทุนในที่ดิน, อาคารสำนักงาน, หรืออพาร์ตเมนต์

ข้อเสีย:

  • ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มักมีค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ เช่น การซ่อมแซม, การบำรุงรักษา, และค่าธรรมเนียมการจัดการ
  • ความเสี่ยงจากผู้เช่า: อาจมีความเสี่ยงจากการที่ผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่าหรือปัญหาในการหาผู้เช่าที่เหมาะสม
  1. การลงทุนในหุ้น

ลักษณะ: การลงทุนในหุ้นคือการซื้อหุ้นของบริษัทเพื่อเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น การลงทุนในหุ้นสามารถให้ผลตอบแทนจากการขึ้นราคาของหุ้นและเงินปันผลที่บริษัทจ่าย

ข้อดี:

  • ความสามารถในการเติบโต: หุ้นมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นและผลประกอบการที่ดีของบริษัท
  • สภาพคล่องสูง: หุ้นมีความสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ตลอดเวลาทำการของตลาดหุ้น

ข้อเสีย:

  • ความผันผวนสูง: หุ้นมีความเสี่ยงจากการผันผวนของตลาดและการเปลี่ยนแปลงในผลประกอบการของบริษัท
  • การวิเคราะห์และการติดตาม: ต้องใช้เวลามากในการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์ของบริษัทและตลาด

การลงทุนและขายฝาก ทำไมถึงแตกต่างกัน

การเปรียบเทียบ การลงทุนและขายฝาก :

  • ความเสี่ยง: การขายฝากมักมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น เนื่องจากมีการรับประกันรายได้จากค่าดอกเบี้ยและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ขณะที่หุ้นอาจมีความผันผวนสูงและไม่มีหลักประกัน
  • รายได้: การขายฝากมีรายได้ที่มั่นคงจากค่าดอกเบี้ย ในขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และหุ้นอาจมีผลตอบแทนที่ไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับตลาด
  • การจัดการ: การขายฝากมักมีความสะดวกในการบริหาร เพราะไม่ต้องดูแลทรัพย์สิน ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต้องการการดูแลและบำรุงรักษา ส่วนหุ้นต้องติดตามผลประกอบการและการเคลื่อนไหวของตลาด

สรุป  : การขายฝากอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงและความสะดวกในการบริหาร ขณะที่การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และหุ้นอาจมีโอกาสในการเติบโตที่สูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงและความซับซ้อนในการบริหารที่มากกว่า

 

Q: ลงทุนรับขายฝากกับซื้ออสังหาต่างกันอย่างไร?

A: รับขายฝากเป็นเจ้าหนี้ ได้ดอกเบี้ย 15%/ปี ไม่ดูแลทรัพย์ ส่วนซื้ออสังหาต้องดูแลทรัพย์ ผลตอบแทนไม่แน่นอน

 

Q: ถ้าผู้ขายฝากไม่มาไถ่ถอน ผู้ลงทุนได้อะไร?

A: ได้กรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทันที สามารถขายต่อหรือปล่อยเช่าได้เลยโดยไม่ต้องฟ้องศาล

 

Q: ลงทุนรับขายฝากต้องมีเงินขั้นต่ำเท่าไหร่?

A: ส่วนใหญ่ดีลขั้นต่ำอยู่ที่ 1-5 ล้านบาท แต่บางทรัพย์เริ่มต้นที่หลักแสนได้

 

 


Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึงจำนอง-ขายฝาก นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

2
Feb 26
เงินด่วนอสังหา ต่างจากเงินกู้นอกระบบอย่างไร? เลือกแบบไหนปลอดภัยกว่า

เงินด่วนอสังหา ต่างจากเงินกู้นอกระบบอย่างไร? ทางเลือกไหนปลอดภัยกว่า                เมื่อเกิดปัญหาการเงินแบบเร่งด่วน หลายคนอาจมองหา “เงินด่วน” เป็นทางออก แต่สิ่งที่หลายคนลังเลคือ จะเลือก เงินด่วนอสังหา หรือ เงินกู้นอกระบบ ดี?บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อเลือกทางที่ปลอดภัยและเหมาะกับคุณมากที่สุด เงินด่วนอสังหาคืออะไร?                เงินด่วนอสังหาคือ การนำ อสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่แล้ว เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด มาใช้เป็นหลักประกัน เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดในระยะเวลารวดเร็ว มีสัญญาชัดเจน อิงมูลค่าทรัพย์จริง ดอกเบี้ยและเงื่อนไขโปร่งใส ไม่ใช้ความรุนแรงหรือการข่มขู่ เหมาะสำหรับผู้ที่มีทรัพย์สิน แต่ต้องการเงินด่วนเพื่อนำไปแก้ปัญหาชั่วคราว หรือเสริมสภาพคล่อง เงินกู้นอกระบบคืออะไร?                เงินกู้นอกระบบ คือการกู้เงินจากแหล่งที่ ไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย มักมีจุดเด่นคือ ได้เงินเร็วมาก และไม่ต้องใช้เอกสาร แต่สิ่งที่ต้องแลกมา คือ❌ ดอกเบี้ยสูงเกินกฎหมาย❌ ไม่มีสัญญาที่เป็นธรรม❌ เสี่ยงถูกทวงหนี้รุนแรง❌ อาจเสียทรัพย์สินหรือเกิดอันตราย เปรียบเทียบเงินด่วนอสังหา vs เงินกู้นอกระบบ หั […]

อ่านเพิ่มเติม
เปรียบเทียบดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน กับเงินกู้นอกระบบ
12
May 26
ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน แพงไหม? เมื่อเทียบกับ “นอกระบบ”

             ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน ไม่แพง เมื่อเทียบกับเงินกู้นอกระบบ เพราะเท่ากับ 15% ต่อปี มีสัญญาชัดเจน และคำนวณได้ล่วงหน้า ในขณะที่นอกระบบมักคิด 1% ต่อวัน หรือสูงถึง 365% ต่อปี และมักมีค่าแฝงที่ไม่บอกล่วงหน้า บทความนี้แกะตัวเลขจริงและเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดว่าแบบไหนคุ้มกว่ากัน พอคิดรวมๆ เป็นปีเหมือนจะแพงทันที แต่ในความเป็นจริง ถ้าเทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ” ที่ไม่เปิดเผยรายละเอียดชัดเจน ตัวเลขนี้อาจไม่ได้แพงอย่างที่คิด บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาไป “แกะตัวเลขจริง” และเปรียบเทียบแบบตรงไปตรงมา   แปลงดอกเบี้ยให้เห็นภาพจริง               ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน จะเท่ากับประมาณ 15% ต่อปี ตัวอย่าง กู้ 1,000,000 บาท ดอกเบี้ย = 12,500 บาท/เดือน จุดสำคัญ  ตัวเลขนี้ “ชัดเจน คำนวณได้ โปร่งใส” เทียบกับ “เงินกู้นอกระบบ”               สิ่งที่มักเจอในนอกระบบ ไม่บอกอัตราดอกเบี้ยจริง คิดเป็น “รายวัน” เช่น 1% ต่อวัน มีค่าปรับ / ค่าทวง / ค่าแฝง ตามติดชีวิต จนบางทีก็น่ากลัว ลองคำนวณ 1% ต่อวัน = 30% ต่อเดือน (!!) หรือ 365% ต่อปี สูงกว่า 1.25% ต่อเดือน “หลายเท่า”   เปรียบเทียบ […]

อ่านเพิ่มเติม
8
Aug 24
โฉนดติดภาระ ทำจำนอง – ขายฝากได้ไหม

โฉนดติดภาระ ทรัพย์ติดภาระ ทำจำนอง – ขายฝากได้ไหม ธุรกรรมการจำนอง – ขายฝาก เป็นการนำเอาโฉนดที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง มาทำธุรกรรม เพียงแค่เจ้าของมีโฉนดบ้านคอนโด ที่ดิน หรือ อสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ก็สามารถนำมาใช้จดจำนอง-ขายฝากได้ และที่สำคัญเป็นการทำธุรกรรมที่ถูกกฎหมายที่สำนักงานที่ดินโดยตรง ในปัจจุบันมีเจ้าของทรัพย์หลายๆ คนที่พบปัญหาต้องการเงินด่วน หมุนเงินไม่ทัน ต้องการนำเงินไปลงทุน หรือเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินต่างๆ และมีโฉนดที่ดิน บ้าน คอนโด หรือ อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เจ้าของทรัพย์ก็สามารถนำโฉนดมาทำธุรกรรมที่เรียกว่า จำนอง-ขายฝากได้ เป็นการทำธุรกรรมที่ได้เงินอย่างรวดเร็ว ถูกกฎหมาย ไม่เช็คเอกสารวุ่นวาย และอนุมัติไวอีกด้วย ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างสะดวกสำหรับบุคคล หรือเจ้าของกิจการที่ต้องการเงินด่วน และไม่อยากรอการอนุมัติสินเชื่อที่ค่อนข้างนาน ในกรณีที่ทรัพย์ไม่ปลอดภาระ หรือ เรียกว่า โฉนดติดภาระ ทรัพย์ติดภาระ เดิมอยู่ เช่น ติดจำนองธนาคาร ติดจำนอง-ขายฝากนายทุนเดิม ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเลยเพราะเจ้าของทรัพย์สามารถนำโฉนดมาทำจำนอง-ขายฝากใหม่ได้และได้วงเงินเพิ่มอีกด้วย เพียงแค่ต้องอยู่ในเง […]

อ่านเพิ่มเติม