12
Jul 23

อีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ และกำลังเป็นที่นิยม

ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เลยก็คือการ “ขายฝาก”

บางคนอาจจะคุ้นชินกับคำนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว

แต่บางคนอาจจะไม่รู้จัก เคยได้ยินเพียงแต่

คำว่า “จำนอง” เท่านั้น

.

แล้วถ้าเราอยากเปลี่ยนทรัพย์ให้เป็นเงินด่วนแบบนี้ การจำนองหรือขายฝาก

จะตอบโจทย์เรามากกว่ากันล่ะ เรามาดูกันก่อนว่าสองอย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

#จำนอง นั้นหมายถึง การทำนิติกรรมที่เรานำเอาทรัพย์ที่ครอบครองอยู่ ไปค้ำประกันกับผู้รับจำนอง

เพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่งออกมา โดยที่ผู้รับจำนอง จะได้ดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทน ตามระยะเวลาที่กำหนด

ซึ่งหากเราไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้รับจำนองมีสิทธิ์ยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้

ให้ศาลออกหมายบังคับคดี นำทรัพย์ออกขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาใช้หนี้

.

ส่วน #ขายฝาก เป็นการทำนิติกรรมที่เรานำเอาอสังหาฯ ไปให้ผู้รับซื้อฝาก

เพื่อแลกกับเงินก้อนหนึ่ง โดยที่ผู้รับฝากก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเช่นกัน

แต่ความแตกต่างระหว่างการขายฝาก กับการจำนอง ก็คือ

กรรมสิทธิ์ของอสังหาฯ จะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันแรกที่ทำสัญญาเสร็จสิ้น

แต่ผู้ขายฝาก จะยังมีโอกาสไถ่ถอนคืนได้ ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่สูงสุดไม่เกิน 10 ปี

หากเวลาผ่านไปจนครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว ไม่นำเงินมาไถ่ถอน หรือซื้อคืน

ก็จะถูกยึดทรัพย์ได้เลยทันที โดยไม่จำเป็นต้องมีการฟ้องร้องขึ้นศาลใดๆ

.

ทั้งนี้ความแตกต่างของนิติกรรมทั้งสองแบบนั้นเราขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆดังนี้

#กรรมสิทธิ์

📌 การขายฝากกรรมสิทธิ์จะเป็นของผู้รับซื้อฝากทันทีตั้งแต่วันทำสัญญา

และสามารถไถ่ถอนคืนได้ในระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา สูงสุดไม่เกิน 10 ปี

📌การจำนองเจ้าของกรรมสิทธิ์ยังเป็นเจ้าของเดิม ไม่สามารถยึดทรัพย์ได้

หากผู้มาจำนองผิดสัญญาจะต้องยื่นฟ้องร้อง

#วงเงิน

📌การขายฝากวงเงินจะขึ้นอยู่ 50-60% ของราคาซื้อขายในท้องตลาด

📌การจำนองจะอยู่ที่ไม่เกิน 30-40% ของราคาซื้อขายในท้องตลาด

#อัตราดอกเบี้ย

📌การขายฝากและการจำนองอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 15% ต่อปี

#ระยะเวลาไถ่ถอน

📌การขายฝาก มีระยะเวลาตามที่ตกลงกันในสัญญาแต่ต้องไม่เกิน 10 ปี

📌การจำนอง ไม่มีอายุความ แต่มีระบุระยะเวลาการชำระหนี้ตามที่ตกลง

.

สรุปแล้ว หากลูกค้าต้องการเปลี่ยนทรัพย์ให้เป็นเงินขายฝากหรือจำนองจะดีกว่ากัน

ก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขต่างๆดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น

#อยากได้วงเงินสูง การขายฝากจะตอบโจทย์ที่สุดเพราะสามารถตกลงวงเงินได้

#เลี่ยงความเสี่ยงในการโดนยึดทรัพย์ การจำนองกรรมสิทธิ์ของทรัพย์จะยังเป็นของคุณ

แม้ว่าทำสัญญาไปแล้วก็ตาม หรือแม้ว่าคุณจะผิดสัญญาก็ยังไม่สามารถยึดทรัพย์

ได้ทันทีจะต้องผ่านกระบวนการฟ้องร้องก่อน

.

อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินไม่ว่าในรูปแบบไหน ก็ต้องทำความเข้าใจ

ศึกษารายละเอียด และประเมินความเสี่ยงที่จะขึ้นได้ให้รอบคอบที่สุด เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตัวเราเอง

——————————————————

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

สินเชื่อ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กับมีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร?
23
Apr 25
ไขข้อสงสัย สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กับมีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร?

วันนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา ชวนมาไขข้อสงสัย สินเชื่อ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กับมีหลักประกัน ต่างกันอย่างไร? แล้ว สินเชื่อแบบไหน ที่เหมาะกับคุณ ต้องยอมรับว่า… ในยุคที่การเงินมีความสำคัญ สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุน โดยไม่จำเป็นต้องมีทรัพย์สินมาค้ำประกัน บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ สินเชื่อไม่มีหลักประกัน และสินเชื่อไม่ต้องมีหลักประกันอย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถเลือกสินเชื่อที่เหมาะกับความต้องการของคุณได้อย่างมั่นใจ   สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คืออะไร? สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือ การกู้ยืมเงินที่ไม่ต้องใช้ทรัพย์สินมาค้ำประกัน โดยสถาบันการเงินจะพิจารณาจากรายได้ประจำและความสามารถในการชำระหนี้เป็นหลัก สินเชื่อไม่ต้องมีหลักประกันนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำแต่ไม่มีทรัพย์สินมูลค่าสูง หรือไม่ต้องการนำทรัพย์สินมาค้ำประกัน ข้อดี ของสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีข้อดีหลายอย่างที่ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการเงินทุน โดยมีจ […]

อ่านเพิ่มเติม
9
Dec 25
มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า

มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? รวมไอเดียทำเงินและเพิ่มมูลค่า                ที่ดินเปล่าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มูลค่ามีโอกาสเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้เฉยๆ ก็อาจกลายเป็นภาระ ทั้งค่าเสียโฉนด ค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงค่าดูแลรักษา ถ้าคุณกำลังสงสัยว่า “มีที่ดินเปล่าอยู่ จะเอาไปทำอะไรดีให้คุ้มค่า?” บทความนี้รวบรวมทุกแนวทางที่ทำได้จริง ตั้งแต่การปล่อยเช่า ไปจนถึงการพัฒนาให้สร้างรายได้แบบยั่งยืน มีที่ดินเปล่า เอาไปทำอะไรดี? ไอเดียทำเงินที่เหมาะกับทุกขนาดที่ดิน                1) ปล่อยเช่าที่ดิน — วิธีเริ่มต้นง่ายและเสี่ยงต่ำ หนึ่งในทางเลือกที่เจ้าของที่ดินนิยมมากที่สุดคือ ปล่อยเช่าที่ดิน เพราะไม่ต้องลงทุนก่อสร้างเพิ่ม เหมาะมากถ้ายังไม่พร้อมใช้ที่ดินทำธุรกิจใดๆ รูปแบบยอดนิยม เช่น เช่าที่เพื่อจอดรถ เปิดตลาดนัด ลงเต็นท์ร้านอาหาร เช่าพื้นที่เก็บของ ทำเป็นโกดังชั่วคราว ข้อดี คือ สร้างรายได้ทันทีโดยไม่ใช้เงินลงทุนมาก แต่ต้องตรวจสอบสัญญาให้รัดกุมเพื่อป้องกันความเสียหายต่อที่ดิน                2) ทำเกษตรรายได้ดี — เทรนด์ที่กลับมาแรงอีกครั้ง ถ้าที่ดินอยู่ในต่างจังหวัดหรือรอบเมือง การทำเกษ […]

อ่านเพิ่มเติม
TM30 ปล่อยเช่าชาวต่างชาติต้องรู้ ฉบับอัปเดต ถ้าไม่อยากเสียค่าปรับ!!
22
Feb 24
อัพเดทการยื่น TM30 ปล่อยเช่าชาวต่างชาติต้องรู้ ถ้าไม่อยากเสียค่าปรับ!!

ทันทีที่ผู้เช่าชาวต่างชาติเข้าห้องพักที่คุณปล่อยเช่า คุณอาจคิดว่าหน้าที่ในฐานะของเจ้าบ้านได้เสร็จสิ้นลงแล้ว แต่ไม่ใช่เช่นนั้นค่ะ เพราะสิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนต่อไปก็คือการแจ้ง ‘ TM30 ’ หรือ การแจ้งข้อมูลของลูกค้าชาวต่างชาติที่เข้ามาพักในห้องของเรา ให้กับที่ทำการตรวจคนเข้าเมือง หรือสถานีตำรวจในท้องที่ ได้รับทราบ ตามพระราชบัญญัติ คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522   การแจ้ง TM30 หรือ ตม. 30 นี้ ไม่ว่าใครที่ประกอบกิจการโรงแรม เกสเฮ้าส์ แมนชั่น อพาร์ตเม้นท์ สถานประกอบการ หรือบ้านเช่า ก็ต้องทำการแจ้งว่ามีชาวต่างชาติเข้าพักอาศัย ‘ภายใน 24 ชั่วโมง’ นับจากเวลาเข้าพัก และที่สำคัญก็คือ ชาวต่างชาติผู้นั้นต้องได้รับอนุญาตให้เข้าอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ต้องผ่านการตรวจเข้าเมืองตามกฎหมาย ต้องเข้ามาประกอบอาชีพ หรือทำธุรกิจที่ถูกกฎหมาย ซึ่งหากเจ้าของห้องท่านใดไม่ปฎิบัติตาม จะมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท นั่นเองค่ะ   สำหรับในส่วนของวิธีการแจ้ง ตม. 30 นั้น สามารถทำได้ 3 วิธี คือ •  นำเอกสารมาแจ้งด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผุ้อื่นนำเอกสารมาแจ้ง แจ้งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แจ้งทางระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(Inte […]

อ่านเพิ่มเติม