โฉนดติดขายฝาก
28
Aug 24

โฉนดติดขายฝาก การทำธุรกรรมขายฝากโดยทั่วไปแล้ว สัญญาขายฝากจะมีระยะเวลาในการ ไถ่ถอน ที่กำหนดไว้ชัดเจน หากเจ้าของทรัพย์ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด สัญญาขายฝากจะกลายเป็นเสมือนสัญญาซื้อขายโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่า เจ้าหนี้ (ผู้รับซื้อฝาก) จะถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และเจ้าของทรัพย์จะสูญเสียสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นไป

แต่การนำอสังหาริมทรัพย์มาทำธุรกรรมขายฝากนั้นก็ไม่ได้เสี่ยงที่ทรัพย์จะตกไปเป็นสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากเสมอไป เนื่องจากเจ้าของทรัพย์สามารถเจรจาหรือคุยกับทางผู้รับซื้อฝากเรื่องขอต่อสัญญาได้ เมื่อทรัพย์ต่อสัญญาขายฝากแล้วก็จะขยายระยะเวลาในการไถ่ถอนออกไปอีก โฉนดติดขายฝาก

การต่อสัญญาขายฝาก คือการขยายระยะเวลาในการชำระหนี้และไถ่ถอนทรัพย์สินที่ขายฝากออกไปจากเดิม โดยต้องได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย คือ ผู้ขายฝาก (เจ้าของทรัพย์เดิม) และผู้ซื้อฝาก (ผู้ให้กู้)

นอกจากการขยายสัญญาขายฝากเพื่อไม่ให้ โฉนดติดขายฝาก ไปเป็นสิทธิ์ของผู้รับซื้อฝากแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการต่อสัญญาด้วย ทรัพย์จะต้องชำระค่าใช้จ่ายการขยายสัญญาเพิ่มเติมแต่จำนวนเงินจะไม่สูงเหมือนตอนโอนขายฝากครั้งแรก ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณหลักร้อย ขึ้นอยู่กับทรัพย์แต่ละแปลง

เงื่อนไขในการต่อสัญญา ทรัพย์จะต้องเจรจากับผู้รับซื้อฝากเพื่อตกลงเรื่องดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และเงื่อนไขอื่นๆ ให้ชัดเจนด้วย เช่น ผู้รับซื้อฝากให้ต่อสัญญาแต่ขอปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หรือบางคนอาจจะให้จ่ายดอกเบี้ยในอัตราเท่าเดิม

โฉนดติดขายฝาก เจ้าของหาเงินมา ไถ่ถอน ไม่ทันภายในระยะเวลาจะเกิดอะไรขึ้น?

เหตุผลส่วนใหญ่ที่ผู้ขายฝากหาเงินมาไถ่ถอนคืนไม่ทัน อาจจะมาจากหลายปัจจัย เช่น หมุนเงินไม่ทันสถานการณ์ทางการเงินเปลี่ยนแปลง ทำให้หาเงินมาชำระหนี้ได้ไม่ทันตามที่ตกลงกันไว้ หรือ ต้องการเวลาเตรียมตัว ต้องการเวลาในการจัดหาเงินก้อนใหญ่ หรือวางแผนการเงินให้รอบคอบมากขึ้น จึงอาจจะยังไม่สะดวกมาไถ่ถอนภายในระยะเวลาที่กำหนดได้ เลยต้องขอเลื่อนออกไปเพื่อให้สภาพคล่องทางการเงินไม่รัดตัวและมีเงินก้อนพร้อมที่จะไถ่สินทรัพย์คืนได้ตามระยะเวลาที่กำหนด โฉนดติดขายฝาก

หลายๆ คนอาจมองว่า การนำสินทรัพย์มาทำขายฝากนั้นมีความเสี่ยงสูงที่ทรัพย์จะหลุดไปเป็นของผู้รับซื้อฝาก แต่ถ้าหากเราไม่พร้อมหรือมีปัญหาทางการเงินที่ไม่สามารถมาไถ่สินทรัพย์คืนได้นั้น ก็สามารถเจรจาหรือพูดคุยกับทางผู้รับซื้อฝากขอขยายสัญญาออกไปได้ โฉนดติดขายฝาก

หมุนเงินไม่ทัน ต้องการเงินด่วน Property4Cash ช่วยคุณได้ อนุมัติไวและไม่มีนโยบายยึดทรัพย์อย่างแน่นอน  นึกถึงจำนอง-ขายฝาก นึกถึง Property4Cash นะคะ

 

Property4Cash ยินดีให้คำปรึกษาและช่วยเพิ่มทุนให้กับทุกคนที่ต้องการเงินด่วน และต้องการเงินเพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจ ไม่เช็คแบล็คลิส ไม่เช็คเครดิตบูโร

อนุมัติรวดเร็วทันใจ นึกถึงจำนอง-ขายฝาก นึกถึง Property4Cash

Line: @Property4Cash

โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash

ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น
24
Aug 26
ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น ต่างกันอย่างไร? สิ่งที่คนซื้อที่ดินต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ภาระจำยอม vs ทางจำเป็น ความต่างทางกฎหมายที่คนซื้อที่ดินต้องระวัง                    การซื้อที่ดินไม่ใช่เพียงการดูทำเลหรือราคาเท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบ สิทธิทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยเฉพาะเรื่อง ภาระจำยอม และ ทางจำเป็น ซึ่งหลายคนมักเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ในทางกฎหมายมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ                    หากไม่ตรวจสอบก่อนซื้อ อาจส่งผลต่อการเข้าออกที่ดิน การพัฒนาโครงการ การขอสินเชื่อ หรือแม้แต่มูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว   ภาระจำยอม คืออะไร?                    ภาระจำยอม คือ สิทธิที่กำหนดให้ ที่ดินแปลงหนึ่งต้องยอมให้อีกแปลงหนึ่งใช้ประโยชน์บางประการ เพื่อประโยชน์ของที่ดินอีกแปลง เช่น ใช้เป็นทางเข้าออก วางท่อน้ำ เดินสายไฟ ระบายน้ำ ใช้พื้นที่บางส่วนตามที่ตกลงกัน โดยทั่วไป ภาระจำยอมเกิดจาก การทำสัญญาระหว่างเจ้าของที่ดิน การจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเกิดขึ้นตามบทบัญญัติของกฎหมายในบางกรณี เมื่อจดทะเบียนแล้ว สิทธิดังกล่าวจะผูกพันกับตัวที่ดิน ไม่ใช่เฉพาะตัวเจ้าของเดิม ดังนั้นแม้มีการซื้อขายหรือโอนกรรมสิทธิ์ ภาระจำยอมก็ยังคงมีผลต่อไป &nbs […]

อ่านเพิ่มเติม
5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?
24
Sep 25
5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?

5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน หมุนเงินไม่ทัน เงินไม่พอใช้ ทำยังไงดี?           คุณเคยเจอปัญหาแบบนี้ไหม? เงินเดือนออกมาไม่ทันไรก็หมด รายรับไม่พอกับรายจ่าย ต้องคอยหยิบยืม หรือรูดบัตรเครดิตเป็นประจำ ถ้าคุณกำลังประสบกับปัญหาเหล่านี้ บทความนี้ Property4Cash เงินด่วนอสังหา มี 5 วิธีแก้ปัญหาเรื่องเงิน ที่ใช้ได้จริง ช่วยให้คุณกลับมาควบคุมการเงินได้อีกครั้ง   1. ตรวจสอบรายรับ-รายจ่าย อย่างละเอียด           เริ่มจากการรู้จัก “ที่มาที่ไป” ของเงิน ทุกบาททุกสตางค์ ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายรายวันอย่างจริงจัง เพื่อดูว่าค่าใช้จ่ายใดจำเป็น และค่าใช้จ่ายใดสามารถลดหรือหลีกเลี่ยงได้ เคล็ดลับ ใช้แอปพลิเคชันจดบัญชี เช่น Money Lover, Spendee หรือสมุดจดธรรมดาก็ได้ เช็กย้อนหลัง 3 เดือนเพื่อหาพฤติกรรมการใช้เงินที่ไม่จำเป็น   2. ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น           เมื่อรู้ว่า… ค่าใช้จ่ายไหนเกินตัว ก็ถึงเวลาปรับลด เช่น งดกินข้าวนอกบ้านบ่อย, ยกเลิกสมัครสมาชิกแอปหรือบริการที่ไม่ได้ใช้, เปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อของจาก “อยากได้” เป็น “จำเป็นต้องใช้” จำไว้ : เงินทุกบาทที่ประหยัดได้ คือเงินที่ช่วยให้คุณรอดในยามวิกฤ […]

อ่านเพิ่มเติม
ไถ่ถอนขายฝาก
10
Jan 23
เฮ้ย! ไถ่ถอนขายฝาก ต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วยหรอ!!!

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า การทำขายฝากนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่สำนักงานที่ดิน เสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันปกติ แต่ผู้ขายฝากหลายๆ คนนั้นไม่รู้ และนายทุนผู้รับขายฝากหรือนายหน้าก็ไม่ได้บอกเราไว้ ทำให้เจ้าของทรัพย์ที่มาทราบทีหลัง ตกใจกับค่าใช้จ่ายที่งอกขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจมาก่อน เรามาดูกันดีกว่าว่า ค่าใช้จ่ายในการ ไถ่ถอนขายฝาก นั้น มีอะไรบ้าง..? การไถ่ถอนขายฝาก เปรียบเสมือน “การซื้อกลับ” แต่เป็นการซื้อกลับภายในระยะเวลาสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยมีค่าใช้จ่ายในการไถ่ถอนเหมือนกับการซื้อขายโดยทั่วไปตามปกติเช่นกัน ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่สำนักงานที่ดินอีกครั้ง ทั้งในกรณีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล  ค่าใช้จ่ายการ ไถ่ถอนขายฝาก ค่าธรรมเนียม – แปลงละ 50 บาท ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย – คำนวณตามระยะเวลาถือครอง ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร นับตั้งแต่วันที่ได้ทำสัญญาขายฝากจนถึงวันที่จดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก อากรแสตมป์ – ร้อยละ 50 สตางค์ (0.50%) โดยคำนวณจากราคาที่จดทะเบียนขายฝาก หรือ ราคาประเมินจากกรมที่ดินในขณะนั้น แล้วแต่ว่าราคาใดมากกว่า  **หมายเหตุ การไถ่ถอนขายฝาก โดยหลักการแล้ว […]

อ่านเพิ่มเติม