ที่ดินตาบอด จำนอง - ขายฝาก ได้ไหม ?
11
Apr 23

หลายๆ ครั้ง มักจะมีเพื่อนๆ ถามเข้ามาว่า ที่ดินตาบอด สามารถนำมา จำนอง หรือ ขายฝาก ได้หรือเปล่า
บางคนก็ไม่แน่ใจว่าที่ดินที่ตัวเองถือครองอยู่นั้น เป็นที่ดินตาบอดหรือไม่
ก่อนอื่นเลยอยากจะชวนเพื่อนๆ มารู้จักที่ดินตาบอดกันเสียก่อน ว่าหมายถึงที่ดินแบบไหนกัน

ที่ดินตาบอด หมายถึง ที่ดินที่ถูกแปลงอื่นล้อมรอบ ทำให้ไม่มีทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะประโยชน์
ที่เป็นทางที่ใช้สำหรับสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำ จำเป็นต้องขอใช้ทางจากที่ดินคนอื่น
โดยการขอแบ่งใช้ทางบนที่ดินคนอื่นนั้น เรามีอยู่ 2 วิธีหลักๆ คือ “ทางจำเป็น” และ “ภาระจำยอม”

  1. ทางจำเป็น

ตามกฎหมายนั้น ให้สิทธิเจ้าของที่ดินในการขอ “ทางจำเป็น” จากที่ดินที่ล้อมรอบอยู่แปลงใดแปลงหนึ่ง
เพื่อใช้เป็นทางออกสู่ทางสาธารณะได้ โดยจะเลือกได้เพียงทางเดียวเท่านั้น
โดยผู้ที่มีสิทธิฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็น ต้องเป็น “เจ้าของที่ดิน” ซึ่งถูกปิดล้อมเท่านั้น ผู้เช่าหรือบุคคลอื่นไม่มีสิทธิ

  1. ทางภาระจำยอม

หากมองด้วยตาเปล่า ก็ดูเหมือนจะคล้ายๆ กับทางจำเป็น เพราะว่าเป็นการขอใช้ทางชาวบ้านเขาเหมือนกัน
แต่ ทางภาระจำยอม ก็มีข้อแตกต่างจาก ทางจำเป็น อยู่พอสมควร โดยการได้มาซึ่ง “สิทธิ”
ในการใช้ทางผ่านที่ดินแปลงอื่นนั้น มีอยู่หลักๆ 3 วิธี

  1. การได้มาโดยอายุความ
    หากเรามีการใช้ทางเข้าออกนั้นๆ อย่างเปิดเผยเป็นเวลา 10 ปี โดยไม่มีใครคัดค้าน ใช้มานานจนจะขึ้นคานแล้ว
    ก็ไม่มีใครมาบอกว่า “หยุดนะ! ห้ามใช้ทางเข้าออกนี้” เมื่อครบ 10 ปี โดยอายุความแล้ว
    หมายความว่าเราจะได้สิทธิ ทางภาระจำยอม จากที่ดินแปลงนั้นๆ โดยชอบธรรมนั่นเอง
  2. การได้มาโดยทางนิติกรรม
    คือการที่เราทำข้อตกลงกับเจ้าของที่ดินเพื่อใช้ทาง โดยจะมีค่าตอบแทนหรือไม่มีก็ได้แล้วแต่ความเอ็นดู
    ความใจดีของเจ้าของที่นั้นๆ ซึ่งเมื่อได้พูดคุยขอกันเรียบร้อยแล้ว เราและเจ้าของที่ต้องจูงมือกันไปจดทะเบียน
    ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินด้วยนะ หากสัญญากันปากเปล่า จะถือว่า ทางภาระจำยอม นี้ไม่สมบูรณ์
    เพราะฉะนั้นเขาอนุญาตให้ใช้แล้วต้องรีบจด ทางภาระจำยอมจะได้ไม่เป็นภาระในอนาคต
  3. ผลตามกฎหมาย
    หากกรณีที่เราได้รับผลประโยชน์จากภาระจำยอมของผู้อื่น อาทิเช่น ปลูกบ้านเกินพื้นที่เราจนเข้าไปในที่ดินแปลงข้างเคียง
    เราไม่จำเป็นต้องรื้อถอนแต่อย่างใด เราจะได้สิทธิในการใช้ประโยชน์ตรงนั้น
    โดยมีข้อแม้ว่าต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ในส่วนของที่ตนเองลุกล้ำเข้าไป

แล้วตกลงว่า ที่ดินตาบอด มันจำนองหรือขายฝากได้ไหม..?

คำตอบคือ “ได้” แต่ว่า.. โดยส่วนใหญ่แล้ว นายทุน  ทั้งหลายจะไม่อยากได้ และไม่ค่อยมีนายทุนท่านไหนรับ
หรือหากจะมีก็ตีราคาวงเงินให้ต่ำมาก ต่ำกว่าที่ดินทั่วไปที่มีทางเข้าออกสาธารณะ
เพราะมีความเสี่ยงหากที่ดินนี้ “หลุด” จำนองและขายฝาก ทำให้ยากต่อการขายเพื่อนำเงินมาชดเชยส่วนที่ลงทุนไป
เพราะในการซื้อ-ขาย ปกติเองแล้ว ก็มักจะไม่นิยมซื้อขาย ที่ดินตาบอด เช่นกัน

แต่ก็ใช่ว่านายทุน จะปฏิเสธเสียงแข็งไม่รับเสมอไปนะ มันมีข้อแม้อยู่ว่า
หากเรามีที่ดินตาบอดในครอบครองแล้วต้องการจำนอง หรือขายฝาก

เราก็เพียงแค่ขอ “ทางจำเป็น” หรือ “ทางภาระจำยอม” ให้ถูกต้อง มีลายลักษณ์อักษรมายืนยันกับนายทุน
เพื่อให้เขาสบายใจว่า หากเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้นมาแล้ว เขาจะต้องทำอย่างไร จะหาทางออกยังไงกับที่ดินที่ไม่มีทางออกนี้กัน

หากเพื่อนๆสนใจ จำนอง ขายฝาก ติดต่อเราได้เลย

ที่ดินตาบอด จำนอง - ขายฝาก ได้ไหม ?

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

 

 

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

18
Oct 25
เจาะลึก!! ทำไมค่าธรรมเนียมการทำขายฝากถึงแพงกว่าการทำจำนอง?

เจาะลึก!! ทำไม ค่าธรรมเนียมขายฝาก ถึงแพงกว่าการทำจำนอง?                หลายคนอาจสงสัยว่า… “ขายฝากกับจำนอง ต่างกันตรงไหน?” ทำไมค่าธรรมเนียมตอนทำสัญญาขายฝากถึงดูแพงกว่าจำนองหลายเท่า?                ทั้งสองอย่างต่างก็เป็น “วิธีนำโฉนดมาใช้ค้ำเงินกู้” เหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือ ลักษณะทางกฎหมาย ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน” ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจความต่างของ “ขายฝาก” และ “จำนอง” รายการ จำนอง ขายฝาก สถานะกรรมสิทธิ์ เจ้าของยังเป็นคนเดิม กรรมสิทธิ์ “โอนไปให้ผู้รับฝาก” ชั่วคราว ความหมายทางกฎหมาย เป็น “การประกันหนี้” เป็น “การขาย” ที่มีสิทธิไถ่ถอนคืน สัญญาสิ้นสุด ต้องฟ้องบังคับคดีเพื่อขายทอดตลาด ถ้าไม่ไถ่ถอนในเวลาที่กำหนด → ทรัพย์หลุดเป็นของผู้รับฝาก ค่าธรรมเนียมกรมที่ดิน 1% ของวงเงินจำนอง (ไม่เกิน 200,000 บาท) 2% ของราคาขายฝากที่ระบุในสัญญา ระยะเวลา ไม่มีกำหนดตายตัว สูงสุด 10 ปี (อสังหา) จะเห็นว่า “ขายฝาก” ถูกมองว่าเป็นการ ซื้อขายจริงตามกฎหมาย ต่างจาก “จำนอง” ที่เป็นเพียงการ “นำทรัพย์มาค้ำประกันหนี้” เท่านั้น   ค่าธรรมเนียมขายฝากแพงกว่า เพราะถือเป็น “การโอนกรรมสิท […]

อ่านเพิ่มเติม
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ?
9
Aug 23
ถึงเวลาไถ่ถอนแต่ยังไม่พร้อม จะขยายสัญญาขายฝากได้ไหม ?

อย่างที่เพื่อนๆ รู้กันว่าการ ขายฝาก คือ การนำทรัพย์หรืออสังหาไปขายให้กับผู้รับซื้อทรัพย์ โดยกรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์นั้นจะตกเป็นของผู้รับซื้อฝากทันที แต่ผู้ขายฝากยังสามารถซื้อทรัพย์สินของตนเองคืนได้ตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้ในสัญญา แต่สิ่งที่พบเจอได้บ่อยครั้ง คือเมื่อพอถึงเวลาไถ่ถอนแล้วแต่ผู้ขายฝากยังไม่พร้อมที่จะนำเงินมาไถ่ถอน แล้วทีนี้เราควรจะทำอย่างไรต่อดี จะ ขยายสัญญาขายฝาก ได้ไหม ? วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบกัน เงื่อนไข เกี่ยวกับการขายฝาก กำหนดเวลาไถ่ ห้ามต่ำกว่า 1 ปี หรือ เกิน 10 ปี ขายฝากจะกำหนดเวลาไถ่ถอนห้ามต่ำกว่า 1 ปีหรือไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาสั้น จนทำให้ผู้ขายฝากไม่สามารถไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากได้ทันกำหนดเวลาไถ่ และเพื่อป้องกันผู้ซื้อฝากกำหนดเวลาไถ่คืนทรัพย์สินที่ขายฝากเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกิน 10 ปี เมื่อรวมดอกเบี้ย ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี ยอดเงินที่ต้องมาชำระคืนแก่ทุนเพื่อไถ่ทรัพย์สิน โดยจำนวนสินไถ่จะกำหนดไว้สูงกว่าราคาขายฝากก็ได้ แต่เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี 3.ทรัพย์สินที่ขายฝากเจ้าของยังใช้งานได้ […]

อ่านเพิ่มเติม
วิกฤตหนี้กระทบอสังหา
4
Sep 25
วิกฤตหนี้กระทบอสังหา อย่างไร?

วิกฤตหนี้กระทบอสังหา อย่างไร?           ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับปัญหา “วิกฤตหนี้ภาคครัวเรือน” ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังยุคโควิด-19 ที่เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวอย่างไม่เต็มที่ แต่ภาระหนี้สินของประชาชนกลับเพิ่มขึ้นสวนทาง ส่งผลให้เกิดคำถามว่า… “ปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว ส่งผลกระทบอย่างไรกับตลาดอสังหาริมทรัพย์?”           บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์แบบเจาะลึกว่า วิกฤตหนี้ส่งผลถึงใคร อย่างไรบ้างในแวดวงอสังหาฯ ทั้งฝั่งผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักลงทุน หนี้ครัวเรือนพุ่ง ส่งผลต่อ “กำลังซื้อ” โดยตรง           หนึ่งในผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดคือ กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง เพราะต้องนำรายได้ส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ ไม่เหลือพอสำหรับการซื้อบ้านหรือคอนโดใหม่ ส่งผลให้: ยอดจองโครงการใหม่ลดลง ผู้กู้ขอสินเชื่อไม่ผ่าน เพราะมี ภาระหนี้ต่อรายได้ (Debt-to-Income Ratio) สูงเกินเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ความสามารถในการผ่อนระยะยาวลดลง สินเชื่อที่อยู่อาศัย “ตึงตัว” จากมาตรการคุมเข้มของธนาคาร           เมื่อหนี้ครัวเรือนเพิ่ม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสถาบันการเงินต้องระวังการปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น […]

อ่านเพิ่มเติม