การครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินต้องดูแลก่อนโดนแย่งครอบครอง
17
Jan 23

การครอบครองปรปักษ์ คือ การแย่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง มีได้ทั้งอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์
ในที่นี้ property4cash จะนำเสนอเกร็ดความรู้ในเรื่องของ การเฝ้าระวังการโดนแย่งครอบครองปรปักษ์ ในเรื่องของที่ดิน (อสังหาริมทรัพย์)

เจตนารมณ์ของข้อกฎหมาย การครอบครองปรปักษ์ คือ ต้องการให้เจ้าของที่ดินใช้ประโยชน์ของที่ดินของตัวเองให้คุ้มค่า
ไม่ปล่อยปละละเลยในเรื่องการทำประโยชน์ในที่ดิน และหน้าที่ของการเสียภาษี เพื่อเป็นหน่วยเล็กๆ ในการเสริมกำลังพัฒนาประเทศให้เจริญยิ่งขึ้นไป
จึงต้องมีบทลงโทษเจ้าของที่ดินที่ไม่ใส่ใจที่ดินของตนเอง ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาครอบครองใช้ประโยชน์ในที่ดินของตนอย่างเปิดเผย
เป็นระยะเวลารวมตามที่กฎหมายกำหนด ตามหลักเกณฑ์ จนที่ดินตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของคนอื่น
(ผู้ครอบครองตามหลักเกณฑ์ และตามระยะเวลาการครอบครองปรปักษ์ มีสิทธิ์ร้องขอต่อศาลได้) และเจ้าของที่ดินก็มีสิทธิ์ต่อสู้ในชั้นศาลเช่นกัน

หลักเกณฑ์ในการได้การครอบครองปรปักษ์ มียิบย่อยมากมาย ในที่นี้จะพูดถึงประเด็นใหญ่ๆ เช่น

–              ที่ดินที่จะครอบครองต้องเป็นทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์ ที่ดินก็ต้องเป็นที่ดินมีโฉนดเท่านั้น ต้องครอบครองติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี
ส่วนที่ดินมือเปล่า ได้แก่ ที่ดิน ส.ค.1 หรือ น.ส.3 หรือ น.ส. 3 ก. ภบท.5 ไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ได้ แต่แย่งสิทธิการครอบครองกันได้ตามข้อกฎหมายอื่น

–              ต้องเป็นการครอบครองโดยความสงบ คือ ครอบครองอยู่ในที่ดินนั้นๆ โดยไม่ได้มีคดีความฟ้องร้องกับเจ้าของที่ดิน
อาศัยอยู่อย่างเปิดเผย ไม่มีการปิดบัง ซ่อนเร้น กระทำการสุจริตในพื้นที่ครอบครอง

–              ใช้สอยที่ดิน และทรัพย์สินในที่นั้น โดยเจตนาเป็นเจ้าของ เช่น ใช้สอยที่ดินนั้นแบบเดียวกับการเป็นเจ้าของ
มีการปกป้องที่ดินนั้น มีการขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นเข้ามาบุกรุก เป็นต้น

ทีนี้เรามาดูกันบ้างดีกว่า ถ้าในฐานะที่เราเป็นเจ้าของที่ดิน เราจะป้องกันที่ดินเราไม่ให้โดนแย่งครอบครองปรปักษ์ได้อย่างไรบ้าง กันไว้ดีกว่าแก้แน่นอน
1.เข้าไปสำรวจตรวจตราที่ดินของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย ปีละ 2 ครั้ง

2.เสียภาษีตามหน้าที่ในทุกๆปี เจ้าของที่ดินมีหน้าที่เสียภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มากน้อยตามแต่ละประเภทที่ดินที่ทำประโยชน์อยู่

3.ผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน ชาวบ้านรั้วติดกัน ไว้คอยตรวจตรา ถามไถ่ การเข้าออกของที่ดินว่ามีคนอื่นเข้ามาแวะเวียน อยู่อาศัย บ้างหรือไม่

4.ตรวจเช็คหมุดหลักฐานที่ดินให้ครบ หากพบว่ามีการถูกเคลื่อนย้าย หรือสูญหาย ให้ดำเนินคดี แล้วรังวัดตรวจสอบแนวเขตใหม่ ต่อไป

5.ติดป้าย ล้อมรั้ว แสดงแนวเขต และการเป็นเจ้าของให้ชัดเจน

6.ถ้าพบอื่น บุกรุก รุกล้ำ ในที่ดิน ต้องเจรจา ไกล่เกลี่ย ขับไล่ โต้แย้ง หรือทำสัญญาเช่า สัญญาจะซื้อจะขาย ยื่นโนติทให้ออก โดยทันที

 

เพียงเท่านี้ เจ้าของที่ดิน  ก็จะสามารถป้องกัน และลดความเสี่ยงในการถูกแย่งสิทธิครอบครองปรปักษ์ที่ดินจากบุคคลอื่นได้ ถ้ามีที่ดิน ต้องการเงินด่วน
ไม่ต้องเสี่ยงโดนแย่งครอบครองปรปักษ์ ก็เอามาจำนอง ขายฝาก กับเรา .Property4cash ได้เหมือนกันค่ะ

การครอบครองปรปักษ์ เจ้าของที่ดินต้องดูแลก่อนโดนแย่งครอบครอง

——————————————————-

สนใจจำนอง-ขายฝาก หรือปรึกษาปัญหา ติดต่อเราได้ทาง 

Line: @Property4Cash
โทร : 0968135989

หรือส่งรายละเอียดทรัพย์มาได้ที่ https://property4cash.co/post-property/

นึกถึงขายฝาก.. นึกถึง Property 4 Cash
ดอกเบี้ยต่ำ อนุมัติเร็ว ถูกกฎหมาย 100%

อ่านบทความอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ : https://property4cash.co/articles/

หรือ https://facebook.com/propertyforcashofficial

ลงทะเบียนเป็นนักลงทุน

กรุณากรอก ชื่อ
กรุณากรอก นามสกุล
กรุณากรอก เบอร์โทรศัพท์
กรุณากรอก LINE ID
กรุณากรอก อีเมล
บาท
please verify you are human

บทความเเละข่าวสารแนะนำ

จำนอง- ขายฝากคอนโดต้องขอเอกสารอะไรจากนิติบ้าง?
16
Sep 23
จำนอง-ขายฝาก คอนโดต้องขอเอกสารอะไรจากนิติบ้าง?

รู้หรือไม่ว่าคอนโดก็สามารถทำการจำนอง- ขายฝากคอนโด ได้เช่นกัน หากเราต้องการเงินด่วน คอนโดเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถช่วยคุณได้ โดยการจำนอง- ขายฝากคอนโด จะมีการเตรียมเอกสารแตกต่างจากที่ดินหรือบ้านเล็กน้อย เพราะมีเอกสารที่ต้องขอจากนิติบุคคลที่ดูแลคอนโดนั้นๆ ด้วย จะมีเอกสารอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ เอกสารที่ต้องเตรียมในการ “ขายฝาก” คอนโดสำหรับบุคคลธรรมดา บัตรประจำตัวประชาชน ตัวจริง (พร้อมสำเนา) ทะเบียนบ้าน (พร้อมสำเนา) หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด อช.2 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล ตัวจริง (พร้อมสำเนา) *ถ้ามี ทะเบียนสมรส (สำเนา) *ถ้ามี ทะเบียนหย่า , ใบมรณบัตร (สำเนา) *ถ้ามี หนังสือยินยอมให้ทำนิติกรรมของคู่สมรส (หากมีคู่สมรส แต่คู่สมรสไม่ได้มาทำธุรกรรมด้วย) ใบปลอดค่าสาธารณูปโภค ( ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ) จากรายการเอกสารข้างต้นจะเห็นว่ามี “ใบปลอดค่าสาธารณูปโภค” *ซึ่งเอกสารส่วนนี้เราจะต้องขอผ่านนิติบุคคลคอนโดเท่านั้น* โดยใบปลอดค่าสาธารณูปโภคหรือที่เรียกกันว่า “ใบปลอดหนี้” คือ เป็นเอกสารสำคัญในการดำเนินการทำนิติกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ – ขาย หรือการขายฝาก รวมถึงการยกมรดก และ […]

อ่านเพิ่มเติม
ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก
7
Sep 26
รีบใช้เงินสดใน 24 ชั่วโมง: ขายบ้านทิ้ง vs ขายฝาก แบบไหนดีกว่า?

                   หากต้องการเงินสดจากบ้านหรือที่ดิน “ขายขาด” เหมาะกับคนที่ต้องการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินและไม่ต้องการถือกรรมสิทธิ์ต่อ ส่วน “ขายฝาก” เหมาะกับผู้ที่ต้องการเงินก้อนแต่ยังต้องการมีโอกาสไถ่ทรัพย์คืน อย่างไรก็ตาม การขายฝากมีความเสี่ยง เพราะกรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อฝากตั้งแต่จดทะเบียน และผู้ขายฝากต้องไถ่คืนภายในกำหนดเวลา ดังนั้นไม่ควรเลือกจากความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาเงินสุทธิ ต้นทุน และความสามารถในการไถ่คืนด้วย   ต้องการเงินสดภายใน 24 ชั่วโมง ควร “ขายบ้านทิ้ง” หรือ “ขายฝาก”?                    เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินทางการเงิน หลายคนอาจมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง แต่กลับไม่มีเงินสดในมือ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม หรืออาคารพาณิชย์ คำถามที่ตามมาคือ “ถ้าต้องการเงินเร็ว ควรขายบ้านไปเลย หรือขายฝากเพื่อให้มีโอกาสได้บ้านคืน?”                      สองวิธีนี้อาจทำให้เกิดเงินก้อนเหมือนกัน แต่ในทางกฎหมายและทางการเงิน แตกต่างกันอย่างมาก การขายบ้านหรือ “ขายขาด” คือการโอนกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อและจบธุรกรรมตามเงื่อนไขการซื้อขาย ขณะที่การขายฝากเป็นการขายที่ผู้ขายฝากย […]

อ่านเพิ่มเติม
Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ
2
Aug 23
Reverse Mortgage สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ ตอบโจทย์คนไม่อยากมีลูก

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเป็นทางการแล้ว โดยอายุเฉลี่ยของคนไทยจะอยู่ที่ 75 ปี เท่ากับว่าในตอนที่เรายังอยู่ในวัยทำงานจะต้องวางแผน หลังเกษียณกันไว้ให้ดี โดยเฉพาะใครที่คิดจะครองตัวเป็นโสด หรือ ไม่คิดที่จะมีลูกไว้ดูแลยามอายุมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันคอนโดหลายๆ โครงการเองก็ได้ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ หากอยากทราบข้อมูลสามารถติดต่อนายหน้าคอนโด เพื่อขอคำปรึกษาได้เลยนะคะ แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่กลุ่มวัยเกษียณอาจพบเจอได้ นั่นคือ “มีที่พักอาศัย แต่ไม่มีเงินสด” และเป็นที่มาของ Reverse mortgage หรือสินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน Reverse mortgage คืออะไร? Reverse Mortgageหรือ #สินเชื่อบ้านผู้สูงอายุ คือ รูปแบบสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบย้อนกลับ หรือธนาคารทำหน้าที่เป็นผู้ซื้อบ้าน พร้อมกับนำเงินเข้าบัญชีให้ผู้กู้ทุกเดือน และเมื่อครบกำหนดงวดสุดท้าย บ้านที่ใช้ค้ำประกันจะตกเป็นของธนาคาร ต่างจากสินเชื่อปกติที่ผู้กู้ทั่วไปต้องการซื้อบ้าน และมักจะใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันกับธนาคาร เมื่อชำระครบกำหนดบ้านหรือคอนโดก็จะตกเป็นของผู้กู้ ดังนั้นรูปแบบสินเชื่อ Rev […]

อ่านเพิ่มเติม